ภาวะเซ็กซ์คนไทยวิกฤต พบผู้ชายอับปางทางเพศมากที่สุด

| เหตุการณ์เหล่านี้ เป็นดัชนีชี้วัดสถานการณ์ทางเพศได้เป็นอย่างดีว่า "ภาวะเพศศึกษา" ของคนไทยในวันนี้ มีอาการ "เจ็บป่วยอย่างรุนแรง" เซ็กซ์บกพร่องเพราะขาดความรู้ ศ.นพ.นิกร ดุสิตสิน ศูนย์ วิจัยและพัฒนาเพศศาสตร์ ศึกษา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ว่า สถานการณ์ปัญหาทางเพศของคนไทยในวันนี้รุนแรงและถือว่าเข้าขั้นวิกฤตแล้ว ซึ่งมีจุดชี้วัดหลายๆ อย่างที่เห็นได้ชัดคือ ศูนย์บริการตอบปัญหาทางเพศ สามารถยืนยันได้เป็นอย่างดีมีผู้ใช้บริการสูงมาก และพบว่าขณะนี้คนไทยมีปัญหาทางเพศอย่างรุนแรง ปัญหาสำคัญอีกจุดหนึ่งคือ "ยาไวอาก้า" และยาบำบัดเซ็กซ์หลายๆ ชนิด ซึ่งได้รับการยืนยันของผู้ติดตามว่าขายดิบขายดี ทั้งยาจริง ยาปลอม สะท้อนได้เป็นเช่นกันว่า คนไทยกำลังเจ็บป่วยด้วยปัญหาทางเซ็กซ์ที่รุนแรง ปัญหาทางเพศของคนไทย จุดสำคัญพบว่ามักเกิดจากการขาดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องเพศที่ถูกต้อง ที่สำคัญคนไทยส่วนใหญ่ถูก ปลูกฝังให้มีความเชื่อ เจตคติเรื่องเพศบางประการในทางลบ หรือไม่เหมาะสมที่ถ่ายทอดมารุ่นสู่รุ่น แต่ถามว่าวันนี้ คนไทยเพิ่งมี ปัญหาทางเพศหรือ? ตอบได้เลยว่า...ไม่ใช่ ปัญหาทางเพศในสังคมไทยนั้นมีมาช้านานแล้ว แต่ไม่ได้ถูกนำมาเปิดเผยหรือรับรู้ได้ เนื่องจากพื้นฐานวัฒนธรรมไทย ที่แต่ดั้งแต่เดิมมีเจตคติทางด้านเพศ ศึกษาแบบปิดเงียบ ที่มิสมควรนำมาสนทนากันอย่างโจ่งแจ้ง เป็นเรื่องไม่ดีไม่งามนัก กระทั่งพ่อแม่บางคนแสดงออกด้วยการดุด่าหรือ ถึงขั้นตบปากลูกหากกล่าวถึงเรื่องใต้สะดือ อีกทั้งระบบการศึกษาไทย ตั้งแต่ชั้นประถม-มหาวิทยาลัย ก็ไม่ได้เอื้อต่อการเรียนรู้เรื่องเพศที่ถูกต้องเลย เพศศึกษาที่ผ่านมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งในวิชา สุขศึกษาเท่านั้น ซึ่งก็เรียนกันแบบหยาบๆ ไม่ลึกซึ้ง เด็กๆต้องเรียนรู้เรื่องเพศด้วยตนเอง ฉะนั้น ปัญหาทางเพศในสังคมไทยจึงถูกซ่อนเร้น และสะท้อนออกมาด้วยพฤติกรรมแบบขวยเขิน ใครมีปัญหาเรื่องเพศ จะเก็บเงียบไว้คนเดียว ต่อมา เมื่อกระแสโลกและวัฒนธรรมตะวันตก กระพือและกระหน่ำสู่สังคมไทย เจตคติของคนรุ่นใหม่ ต่างยอมรับและเปิดกว้างว่า แท้จริงนั้นเรื่องเพศเป็น "เรื่องธรรมชาติ" และควรใฝ่รู้และใฝ่ศึกษา ทุกคนจึงเริ่มเปลี่ยนทัศนคติ หันมาใส่ใจและแก้ปัญหาทางเพศมากขึ้น "กระแสเรื่องเพศเหมือนสงคราม ซึ่งคุกรุ่น และรุมเร้าอยู่รอบๆ ตัว แทรกซึมเข้าสู่วิถีชีวิตคนไทย ทำให้สังคมไทยที่ปกปิดในเรื่องเพศ ค่อยๆเปิดกว้างขึ้น คนในสังคมไม่ได้ถูกปิดหูปิดตาอีกต่อไป ปัญหาทางเพศกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนตระหนักและต้องการอยากเรียนรู้" ศ.นพ.นิกร วิเคราะห์ทิ้งท้ายว่า ดังนั้นเมื่อสังคมกล้าและเปิดเผยเรื่องเพศ จึงมองกันว่าเรื่องเพศของสังคมไทยมีปัญหา และอยู่ภาวะบกพร่อง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นล้วนมาจากการขาดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องเพศนั่นเอง นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุภฤกษ์ สูตินารีแพทย์ และนักตอบปัญหาทางเพศ เสริมในเรื่องนี้ว่า ปัญหาทางเพศ เป็นสิ่งที่ทุกคนมักจะมีคำถามอยู่ในใจ พูดได้ว่า ทุกคนเคยเกิดปัญหา แต่จะมีมากมีน้อยเท่านั้น ซึ่งหากบางคนสามารถแก้ไขได้ ก็ นับเป็นเรื่องที่ดี แต่ทุกวันนี้คนในสังคมไทยจำนวนมาก มักตอบคำถามหรือปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะหลายคนไม่มีความรู้ และเลวร้ายไปกว่านั้น บางคนรู้แต่เป็นความรู้ที่ผิดๆ และความเข้าใจผิดๆ อย่างปัญหาที่พบอยู่ในปัจจุบัน แบ่งได้ชัดเจนว่า กลุ่มผู้ชายกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างรุนแรง โดยปัญหาสำคัญที่พบคือ ความเข้าใจผิดในเรื่ององคชาต หรืออวัยวะเพศ ซึ่งต่างเข้าใจว่าต้องมีขนาดใหญ่ ถึงจะเร้าใจและถูกใจสตรี โดยไม่เข้าใจเลยว่า ความสุขจากเพศสัมพันธ์ไม่ได้อยู่ที่อวัยวะเพศ ความสุขสุดยอดทางเพศจะอยู่ที่การเล้าโลมระหว่างกันและกัน อวัยวะเพศเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่นำพาสู่ความสุขสมอารมณ์หมาย ขณะที่บรรดาผู้หญิงมักจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์กับ ปัญหาทางสรีระ ต้องมีหน้าอกใหญ่ๆ และการไม่เข้าใจเรื่องการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวและถาวร นอกจากนี้ ปัญหาที่พบและสอบถามเสมอๆ คือ การขาดความรู้ในเรื่องเพศสัมพันธ์ ชายหญิงหลายคู่ มีเพศสัมพันธ์แบบไม่มีความรู้ โดยเฉพาะผู้ชายที่ธรรมชาติถึงจุดยอดได้เร็วเพียง 3 นาที ในขณะที่ธรรมชาติของผู้หญิงต้องใช้เวลาในการเดินทางถึงจุดสุดยอดอย่างน้อย 10-12 นาที ดังนั้น ผู้ชายจะต้องเข้าใจนำพาผู้หญิงถึงจุดสุดยอดด้วย นพ.พันธ์ศักดิ์ ให้ทัศนะอีกว่า แต่สิ่งที่กำลังยืนยันถึงความเปลี่ยนแปลงทางเพศในสังคมไทย คือ พฤติกรรมของชายไทย ซึ่งพบว่า ใน อดีตผู้ชายไทยมักจะมีปัญหาทางเพศในเรื่องของความอยากรู้ในเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ให้ติดโรคทางเพศสัมพันธ์ ถึงปัจจุบันสำรวจพบว่า ผู้ชายไทยส่วนใหญ่ต่างคำนึงและให้ความสำคัญกับการมีเพศสัมพันธ์แบบจรรโลงมากขึ้น คือ ต่างกริ๊งกร๊างมาสอบถามว่า ทำเช่นใดให้ผู้หญิงมีความสุข "ความเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี หมายถึงการพัฒนาทางเพศของคนไทยเริ่มดีขึ้น แต่ปัญหาหลากหลายทางเพศ ยังพบว่าเป็นจุดชี้ชัดว่า คนไทยยังอยู่ในภาวะบกพร่องทางเพศสูง" นพ.พันธ์ศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย ปุจฉา-วิปัสสนาทางเพศฮิต! ถาม...กลืนน้ำรักของเขาจะมีอันตรายไหมค่ะ? ตอบ. ..จงกลืนไปเถอะ!! ถ้าเขาของคุณเป็นคนสะอาด น้ำรักของเขาก็ย่อมปลอดภัย รสดี แม้จะมีกลิ่นคาวบ้าง ถาม...เจอผู้ชายจิต ทราม สำเร็จความใคร่ใส่กระจกรถทำเช่นใด? ตอบ...อย่าตกใจ!! จงมองปืนฉีดน้ำของมัน แล้วหัวเราะใส่มันซะ เชื่อเถอะ! มันจะรู้สึกอายไปเอง นี่เป็นสายด่วน ตัวอย่างของสนทนาตอบปัญหาใต้สะดือ ซึ่งบ่งชี้ถึงกระแสของคนไทยกับปัญหาทางเพศยังมีสารพันปัญหามากมาย ที่หลายคนต้องการความเข้าใจ ซึ่งปัจจุบันเซ็กซ์ไทยไม่เดียวดายอีกต่อไปแล้ว เพราะทุกวันนี้มีสื่อบริการที่เรียกว่า "ปุจฉา-วิปัสสนาทางเพศ" "เซ็กเสื่อม เซ็กซ์ไม่มีอะไหล่ เซ็กซ์ไม่สมปรารถนา" ชั่วโมงนี้ไม่ต้องเก็บงำ เจ็บช้ำไว้คนเดียวอีกต่อไปแล้ว เพราะสื่อบริการตอบปัญหาทางนี้นี้สามารถช่วยไขข้อข้องใจให้คุณชนิดสะดวกและรวดเร็ว ที่สำคัญหลายแห่งให้บริการตอบปัญหากันแบบฟรีๆไม่มีชาร์จค่าใช้จ่าย สื่อแรกที่ฮิต และนิยมกันมากที่สุดคือ ฮอตไลน์สายด่วน หรือตอบปัญหาทางเพศทางโทรศัพท์ ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นสื่อที่ถูกใจบรรดาผู้ที่มีอาการบกพร่องทางเพศ อย่างเช่น สายด่วน โทร.218-8 434-5 ของศูนย์วิจัยและพัฒนาเพศศาสตร์ศึกษา ซึ่งบริการสายด่วนให้ความรู้ และคำปรึกษาในเรื่องเพศแบบฟรี ไม่มีชาร์จค่าใช้จ่าย โดยมีทีมตอบคำถามจากสาขาวิชาชีพต่างๆมากมาย เช่น นักจิตวิทยา นักสังคม สูตินารีแพทย์ ซึ่งทุกคนผ่านการอบรมในเรื่องเพศศึกษาเป็นอย่างดี โดยแนะนำแก้ปัญหาทางเพศในลักษณะการพูดคุย โดยเปิดสายสอง หมายเลข คือ โทร.218-8434-5 บริการตั้งวันจันทร์-ศุกร์ 9.00-15.30 น. แต่ละสายจะกำหนดเวลาให้คนละไม่เกิน 30 นาทีหรือครึ่งชั่วโมง พร้อมกันนี้ยังมีบริการให้การปรึกษาเป็นรายบุคคล แบบเจอตัวต่อตัว ทุกวันจันทร์และวันพุธ ตั้งแต่เวลา 13.00 -15.00 น. ซึ่งบริการนี้สำหรับประชาชนที่มีปัญหาทางเพศมากๆ ที่ต้องใช้ระยะเวลาพูดคุยกันนาน นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลสุขภาพเพศชาย โทร.635-1001 ซึ่งมีทั้งที่เป็นระบบอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง หรือสามารถโทรศัพท์คุยกับเจ้าหน้าที่ได้ในวันทำการได้ทุกวัน มีสายด่วน สุขภาพโทร.590-2000 สายด่วนสุขภาพโดยกระทรวงสาธารณสุขซึ่งแบ่งเป็นหมวดต่างๆซึ่งอยากทราบเรื่องเพศก็มีหมวดเพศศึกษาเข้าไปตามคำแนะนำ สื่อประเภทสองคือ สื่อสิ่งพิมพ์ ได้รับความนิยมมาก ก็คือ คอลัมน์ในนิตยสารต่างๆ ที่ปัจจุบันมักแบ่งเป็นหนังสือสำหรับผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งก็จะมีพื้นที่สำหรับเซ็กซ์อยู่เกือบทุกเล่ม เช่น คอลัมน์ "sex" ในหมวดสุขภาพของนิตยสารผู้หญิง คอลัมน์"sex and love" ในนิตยสาร cosmopolitan เป็นต้น สื่อประเภทที่สามคือ รายการโทรทัศน์ที่ให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพ และเพศสัมพันธ์ เช่น รายการ "คลินิกรัก"ทางไอทีวี รายการ"ชูรักชูรส" ทางช่อง 3 และรายการ"ฮอตไลน์สายสุขภาพ" ทางยูบีซีช่อง 8 ซึ่งรายการเหล่านี้มักออกอากาศในช่วงดึก โดยจะให้ความรู้เรื่องเกี่ยว กับโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ก็ยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสร้างความสุข และความรื่นรมย์ทางเพศในชีวิตคู่อีกด้วย นอกจากนี้ สื่อสำหรับพวกขี้อายที่ไม่อยาก อินเตอร์เน็ตเป็นช่องทางในการเสาะหาความรู้ได้กว้างขวางและรวดเร็วที่สุด เพราะเป็นแหล่งรวมข้อมูลจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะเรื่องเพศศึกษาที่แพร่หลายมากในเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งปรากฏอยู่ทั้งในรูปของสื่อลามกอนาจารและในรูปของฐานความรู้ขนาดมโหฬาร เว็บไซต์ต่างๆ ที่ให้คำปรึกษาและข้อแนะนำในเรื่องเพศศึกษาจำนวนมาก โดยวิธีการเข้าถึงอย่างง่ายๆ คือการเข้าผ่านเว็บต่างๆ เช่น www.sanook.com, www.catcha.co.th, www.mweb.co.th, www.thaiseek.com เป็นต้น ซึ่งต้องคลิกเข้าไปในช่องสุขภาพทางเพศ ส่วนเว็บไซต์ที่สามารถเปิดเข้าไปเพื่อค้นหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศได้เลย ก็เช่น www.thaiclinic.com ซึ่งจะมีคอลัมน์ clinic online ที่รวบรวมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขามาคอยตอบคำถามที่ผู้อ่านส่งกระทู้เข้ามา www.asmt.or.th ของชมรมวัยทองแห่งประเทศไทย เป็นอีกเว็บไซต์หนึ่งที่ให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพของคนวัยทองซึ่งรวมถึงปัญหาทางเพศด้วย www.worldmedic.com ก็จะมีห้องปรึกษาปัญหาสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมงให้บริการอยู่ รวมทั้ง www. doctorx.ksc.net โดย ดร.เอ็กซ์และคณะผู้เชี่ยวชาญที่ตอบปัญหาทางเพศในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ศ.นพ.นิกร ดุสิตสิน ให้ความรู้ในเรื่อง การบริการปรึกษาปัญหาทางเพศของประเทศไทยที่ผ่านมาว่า ส่วนใหญ่มีลักษณะแยกส่วน และไม่เป็นเครือข่าย จัดแบ่งได้หลายลักษณะ ได้แก่ เป็นบริการที่แทรกอยู่กับบริการให้การปรึกษาปัญหาทั่วไป เช่น บริการให้การปรึกษาก่อนสมรส ในแผนกสูตินารีแพทย์ของโรงพยาบาล ซึ่งเน้นในเรื่องการวางแผนครอบครัว รูปแบบที่สองเป็นบริการเฉพาะทาง เน้นเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น แผนกให้การปรึกษาในศูนย์กามโรค ของกรมควบคุมโรคติดต่อ ที่ให้บริการตรวจรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถึงปัจจุบัน เมื่อกระแสทางเพศเปิดกว้างขึ้น การให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์อัตโนมัติ และสื่อต่างๆเริ่มขยายขึ้น บางแห่งก็แฝงทำธุรกิจอย่างคึกคัก เช่น รับปรึกษาฟรี แต่ชักชวนให้มาซื้อสินค้าสุขภาพ หรือหมอชักชวนให้เข้ามาบำบัดรักษาด้วยการเรียกเงินสูงๆ แต่กระนั้นศูนย์บริการตอบปัญหาทางเพศ ก็ได้กลายเป็นที่พึ่งทางใจของคนไทยที่มีปัญหาทางเพศ "ล่ม ปากอ่าว" ครองแชมป์ สารพันปัญหาที่กริ๊งกร๊างเข้ามาตามสื่อตอบปัญหาทางเพศ ปัญหาทางเพศ ซึ่งหลายสื่อยืนยันตรงกันว่า ปัญหาทางเพศที่คนไทยประสบพบเจออยู่ในขณะนี้มากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นเรื่องที่น่าตกตะลึงอย่างยิ่งว่า ปัญหาเพศสัมพันธ์ของผู้ชายเรื่องการหลั่งน้ำอสุจิ ครองแชมป์อับดับหนึ่ง อย่างพลิกความคาดหมาย แสดงว่าชายไทยกำลังอยู่ในภาวะบกพร่องทางเพศอย่างรุนแรง โดยปัญหาการหลังอสุจิ ที่เข้ามาปรึกษา คือ ปัญหาการหลั่งเร็ว หลั่งก่อนสอดใส่ หรือที่เรียกกันว่า "ล่มปากอ่าว" นอกจากนี้ ยังมีประเภทหลั่งก่อนถึงจุดสุดยอด และหลั่งอสุจิแล้วเกิดอาการปวดบริเวณอวัยวะเพศ อันดับที่สอง ยังเป็นปัญหาของกลุ่มผู้ชาย คือปัญหาความผิดปกติทางจิตของผู้ชาย คือ มักชอบสำเร็จความใคร่ด้วยการพูดจาลามกทางโทรศัพท์ หรือ Sex phone โดยมีพฤติกรรมในลักษณะ มักจะชอบช่วยเหลือตัวเอง ด้วยการโทรศัพท์ไปตามบ้าน ซึ่งหลายศูนย์ตอบปัญหาทางเพศ ระบุว่าโทรเข้าเพื่อต้องการอยากเลิกพฤติกรรมทางเพศลักษณะนี้ สำหรับอันดับสาม ได้แก่ ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ ในลักษณะต่างๆ เช่น ไม่มีความสุขจากการร่วมเพศ อยากมีเพศสัมพันธ์ช่วงมีประจำเดือน อันดับสี่ คือ ปัญหาการคุมกำเนิดแบบชั่วคราว โดยมักจะโทรเข้าปรึกษาในเรื่องขอข้อแนะนำของ การใช้วิธีต่างๆคุมก ำเนิด เช่น ยาเม็ดกินอย่างไร ยาฆ่าเชื้ออสุจิซื้อได้ที่ไหน ฯลฯ ปัญหาการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง โดยมักจะโทรเข้ามาสอบถามว่า การช่วยเหลือตัวเองเท่าที่ปฏิบัติอยู่ปกติหรือไม่ มีความต้อง การจะลดหรือเลิกจะทำเช่นไร อันดับห้า เป็นปัญหาด้านกายวิภาคของผู้ชาย เช่น กลุ่มใจกับขนาดองคชาตที่เล็กและสั้น ต้องการอยากเสริมเติมขนาด นอกจากนี้ ปัญหาที่รองๆลงมาได้แก่ ปัญหาของการตั้งครรภ์ การขอความรู้ในการร่วมรัก เช่น การกลืนกินอสุจิได้หรือไม่ การมีลูกแล้วทำไมหัวนมเปลี่ยนสี ฯลฯ เหล่านี้เป็นปัญหาที่พบบ่อย อย่างไรก็ตามปัญหาทางเพศที่เกิดขึ้น พบว่าส่วนใหญ่เป็นปัญหาของผู้ชาย และศูนย์บริการทางเพศหลายแห่งระบุว่า ผู้ที่โทรเข้ามาปรึกษามากที่สุด ในขณะนี้คือกลุ่มผู้ชาย สารพันปัญหาเหล่านี้ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยเริ่มสนใจกับปัญหาทางเพศ และพยายามต่างแก้ไขปัญหาให้ "สู่สมอารมณ์หมาย" กันอย่างคึกคัก และวันนี้ "เซ็กซ์ในสังคมไทยไม่เดียวดายอีกต่อไปแล้ว" 10 ปัญหาสุดฮิต นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุภระฤกษ์ สูตินารีแพทย์ ได้สำรวจและรวบรวมปัญหาสุดฮิตทางเพศของคนไทย ที่กริ๊งกร๊างและสอบถามกันมาเป็นจำนวนมาก จึงจัดอันดับได้ดังนี้คือ อันดับ 1 ทำอย่างไรให้จ้าวโลกใหญ่ขึ้น เป็นคำถามติดชาร์จอันดับหนึ่ง โดยพบว่าตั้งแต่ทำหน้าที่ตอบปัญหาทางเพศมา มีผู้ชายที่โทรเข้าและสอบถามกันมากที่สุด ซึ่งนับเป็นเรื่องที่สนใจอย่างยิ่งว่าปัจจุบันค่านิยมของชายไทยยังมีความเข้าใจผิดว่า "นกเขายิ่งใหญ่" คือ ผู้ที่สง่างามทางเพศที่สุด อันดับ 2 ทำอย่างไรถึงทนไม่ล่มปากอ่าว หรือนกกระจอกไม่ทันกินน้ำ ถูกถามมามากซึ่งบ่งชี้ชัดว่า ชายไทยจำนวนไม่น้อยอยู่ภาวะบกพร่องกิจกรรมบนเตียงอย่างชัดเจน อันดับ 3 เป็นคำถามของกลุ่มสตรี ทำอย่างไรดิฉันจะปฏิเสธเขาได้ เมื่อเขาขอมีเพศสัมพันธ์ มีผู้หญิงหลายรายเสียสาวก่อนเวลา อันควร เพราะเขาขอ ซึ่งหลายคนไม่กล้าปฏิเสธเพราะกลัวผู้ชายโกรธ อันดับ 4 รักเขาทำเช่นใด ถึงเขารู้ว่ารัก เป็นคำถามโลกแตก น่าแปลกตรงที่คำถามนี้มีผู้ชายไถ่ถามมากกว่าผู้หญิง ซึ่งชายไทยต่างปรารถนา ดั่งสุภาษิตที่ว่า "อดข้าวดอกนะเจ้าจะวางวาย ไม่ตายเพราะอดเสน่ห์หา" อันดับ 5 ไม่ค่อยมีอารมณ์ทางเพศ ผู้หญิงถามมามาก อาจเป็นเพราะพวกเธอถูกสนองอารมณ์ทางเพศมาแบบผิดๆ ทำให้พวกหล่อนกำลังอยู่ในภาวะ "กามตายด้าน" อันดับ 6 นกเขาไม่ขัน ทำอย่างไรให้สู้ มีผู้ชายหลายคนต่างมีอาวุธแต่ใช้งานไม่ได้ ซึ่งเกิดจากสภาวะทางจิต และสิ่งรุมเร้าหลายๆอย่าง อันดับ 7 กลัวติดเอดส์จะทำอย่างไร? ในแง่มุมหนึ่งของเอดส์ก็นับเป็นสิ่งที่ดี ทำให้หลายคนตระหนักถึงอันตรายจากเอดส์กันมากขึ้น อันดับ 8 ช่วยตัวเองบ่อยๆจะบ้าไหม? ไม่บ้าหรอก แต่หนุ่มๆทั้งหลายทำบ่อยๆ วันละหลายๆครั้ง ก็ให้ระวังสุขภาพจะเสื่อมโทรม อันดับ 9 กลืนน้ำรักของเขาเข้าไปจะมีอันตรายหรือไม่? การทำรักด้วยปากยุคนี้ค่อนข้างฮิต ซึ่งผู้หญิงจะต้องตรวจดูในปากของเรามีแผลใดๆที่ทำให้ติดเชื้อหรือไม่ ส่วนน้ำรักของเขาไม่อันตรายหรอก อันดับ 10 อยากมีลูก เคล็ดลับอยู่ตรงไหน? อันดับสุดท้ายเป็นปัญหาสุดฮิตของคู่รักที่ต้องการมีบุตร แนะนำเพียงว่า สามีภรรยาที่สุขสมจากการมีเพศสัมพันธ์จะเกิดการตั้งครรภ์ได้ง่ายกว่าถึง 3 เท่า ที่มา: ผู้จัดการรายสัปดาห์ 25 ก.ค.44 |
Go back to the Main Page