เหตุผล 5 ประการที่สหรัฐอเมริกาไม่ควรจุดประกาย New War

ประทุมพร วัชรเสถียร

ท่ามกลางบรรยากาศที่คุกรุ่นด้วยคำถามว่า สหรัฐอเมริกาจะเริ่มสงครามครั้งใหม่ ในรูปแบบใหม่หรือไม่ในขณะนี้ ลองเสนอเหตุผล 5 ประการ เพื่อสนับสนุนความคิดที่ว่าสหรัฐอเมริกา ไม่ควรอ้างเหตุผลการที่ถูกโจมตีศูนย์การค้าโลกที่กรุงนิวยอร์ก และกระทรวงกลาโหมที่วอชิงตัน ดี.ซี.เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่เพิ่งผ่านมา เป็นการเริ่มสงครามครั้งใหม่ ดังนี้

1. จนบัดนี้ (หลังจากเหตุร้าย ผ่านไปประมาณ 10 วัน) สหรัฐอเมริกา และประเทศต่างๆ ยังไม่สามารถเชื่อแน่และระบุได้ชัดเจนว่า 'ศัตรู' และ 'เป้า' ที่สหรัฐอเมริกาจะลงมือโจมตีคือ 'ผู้ใด' และ 'สถานที่ใด' แม้ว่าสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่แทบจะ 'เทใจ' ว่า 'ศัตรู' หรือผู้ว่าการวินาศกรรม ในสหรัฐอเมริกาครั้งล่าสุดนี้คือ นายอุซ่า บิน ลาดิน และขบวนการ 'อัลคอยดะห์' (AC Qaeda) ของเขาซึ่งตั้งมั่นอยู่ในประเทศอัฟกานิสถานก็ตาม

อย่างไรก็ตาม 'ศัตรู' ครั้งนี้ของสหรัฐอเมริกา เป็นศัตรูแบบใหม่คือ 'มิใช่รัฐ' (non-state actar) ไม่มีตัวตน (anonymous) และไม่อยู่ประจำถาวรเป็นที่ (mobile) คุณสมบัติของ 'ศัตรู' และ 'เป้า' ดังกล่าวนี้ ยากที่จะกำหนดว่าสหรัฐอเมริกาควรจะใช้ยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีโจมตีอย่างใด เมื่อใด เรียกได้ว่า การที่สหรัฐอเมริกาได้ประกาศว่าจะรุกอย่างเต็มที่ด้วยการรวมพลขนานใหญ่ โดยจะใช้ความสะดวกของพื้นดินและน่านฟ้าของปากีสถาน ตลอดจนมีการเรียกร้องขอความร่วมมือจากพันธมิตรในยุโรป และในส่วนต่างๆ ของโลกจึงดูไม่คุ้มต่อการที่จะนำพลังดังกล่าวนั้น มาต่อสู้กับศัตรูซึ่งขณะนี้เป็นเพียงแค่ 'เงา' เท่านั้น

2. หากสหรัฐอเมริกาตัดสินใจแน่นอนแล้วว่า ถึงไหนก็ถึงกัน จะต้องโจมตีอัฟกานิสถาน เพื่อบีบบังคับให้อัฟกานิสถานนำตัวโอซามา บิน ลาเดน มาดำเนิน มาดำเนินการไต่สวนและลงโทษให้ได้สหรัฐอเมริกาจะมีทางเลือกดังนี้คือ

2.1 สหรัฐอเมริกาจะใช้วิธีโจมตีทางอากาศเพื่อขู่ และบีบบังคับอัฟกานิสถาน ในลักษณะที่สหรัฐอเมริกาได้กระทำต่อเซอร์เบียในกรณีโคโซโว ระหว่างเดือนมีนาคม - เดือนมิถุนายน ค.ศ.1999 วิธีการนี้จะเพิ่มความหายนะให้แก่อัฟกานิสถานเพิ่มขึ้นจากการที่ขณะนี้อัฟกานิสถานเป็นรัฐที่ยากจนมาก หลังจากการทำสงครามภายในระหว่างกัน และหลังจากได้สู้รบกับอดีตสหภาพโซเวียตมาเป็นเวลาเกือบ 10 ปี ระหว่างค.ศ. 1979-1988 ภาพของความหายนะของอัฟกานิสถานที่ปรากฏสู่โลก จะช่วยสร้างเอกภาพให้แก่หมู่รัฐมุสลิมเร็วยิ่งขึ้น และยิ่งจะทำให้องค์การระหว่างประเทศเช่น สหประชาชาติและเห็นบทบาท 'ไม่รักสันติ' ของสหรัฐอเมริกายิ่งขึ้นเพราะอัฟกานิสถานมิใช่คู่กรณีโดยตรงของสหรัฐอเมริกา และความยากจนและบอบช้ำของประเทศนี้มิได้คู่ควรต่อการใช้อาวุธหนักของสหรัฐอเมริกาแม้แต่น้อย

2.2 หากสหรัฐอเมริกาจะใช้วิธีการจู่โจมทางภาคพื้นดิน ไม่ว่าจะด้วยกองทหารเต็มรูปแบบ หรือในลักษณะของคอมมานโดกลุ่มเล็กและเคลื่อนที่เร็ว เพื่อฉกชิงตัว โอซามา บิน ลาเดน สหรัฐอเมริกาจะไม่มีทางประสบความสำเร็จอย่างเด็ดขาด เพราะภูมิประเทศของอัฟกานิสถานเป็นภูเขาสูงที่ลึกลับซับซ้อนอันเป็นธรรมชาติในลักษณะ 'โหด' ที่สุดในโลกก็ว่าได้ซึ่งทหารสหรัฐอเมริกาไม่รู้จักและเคยชินแต่อย่างใด ผลก็คือ กองกำลังภาคพื้นดินของสหรัฐอเมริกาจะไม่สามารถกลับออกมาได้ในร่างเดิมเช่นเดียวกับที่อังกฤษและรัสเซียเคยมีประสบการณ์อันน่าสะพรึงกลัวมาแล้วในอดีต

3. หากสหรัฐอเมริกา ตกลงที่จะใช้กำลังโจมตีอัฟกานิสถาน สหรัฐอเมริกาจะไม่มีพันธมิตรที่แท้จริงและถาวรอย่างตลอดรอดฝั่ง เหตุผลคือ 

3.1 กลุ่มเนโตอีก 18 ประเทศยังมิได้ปวารนาตัวที่จะช่วยสหรัฐอเมริกาเต็มที่ทุกรูปแบบในลักษณะให้ 'เชคเปล่า' (Corte blanche) เพียงแต่แสดงความเสียใจและเห็นใจหรัฐอเมริกา และยินดีต่อต้านปฏิบัติการก่อการร้ายระหว่างประเทศ แต่ไม่แจ้งชัดว่าต่อต้านแบบใด จึงยากที่จะวาดภาพว่ากองกำลังเนโต 19 ประเทศ โดยการนำของสหรัฐอเมริกาจะติดอาวุธบก เรือ อากาศเต็มรูปแบบเข้าช่วยสหรัฐอเมริกา ถล่มประเทศอัฟกานิสถานอย่าง 'ไร้เป้า' และอยู่ภายใต้การวางนโยบายของสหรัฐอเมริกาแต่เพียงผู้เดียว ในขณะที่กลุ่มเนโตเหล่านี้ได้เคยลิ้มรสความ 'ไร้ทิศทาง' ของการโจมตีเซอร์เบียในกรณีโคโซโซ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว และไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก

มาตรา 5 ของกฎบัตรเนโตที่เรียกร้องให้สมาชิกทุกประเทศร่วมกันตอบโต้หากมีการโจมตีสมาชิกหนึ่งสมาชิกใด โดยทันทีนั้น ไม่สามารถนำมาปรับใช้ในกรณีนี้ได้ เพราะการบุกทำลายอาคารศูนย์การค้าโลก และกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา เป็นการก่อการวินาศกรรมขนาดใหญ่เท่านั้น มิใช่เป็นการโจมตีด้วยอาวุธ (armed attack) จากภายนอกประเทศ ซึ่งเจตนารมณ์ดั้งเดิมของมาตรา 5 นั้น คาดการณ์ว่าการโจมตีดังกล่าวมาจากประเทศคอมมิวนิสต์

3.2 ประเทศต่างๆ ที่รายรอบอัฟกานิสถาน เช่น อิหร่าน รัสเซีย จีน และรัฐมุสลิมในบริเวณเอเชียกลาง แม้ว่าเกือบทุกรัฐจะไม่พอใจต่อการครองอำนาจการปกครองอัฟกานิสถานโดยกลุ่มทาลิบัน แต่ไม่มีรัฐใดยินยอมตกร่องปล่องชิ้นที่จะช่วยสหรัฐอเมริกาให้ถล่มอัฟริกานิสถานอย่างไม่มีข้อแม้ แม้แต่จีนซึ่งยังคงหวังที่จะเป็นมิตรที่ดี และรับความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา ก็ยังได้เสนอข้อแลกเปลี่ยนให้สหรัฐอเมริกา ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาการแบ่งแยกดินแดนในประเทศจีน

ปากีสถานเป็นประเทศเดียวที่ยินยอมช่วยเหลือสหรัฐอเมริกา แต่ก็โดยการบีบคั้นของสหรัฐอเมริกา และโดยการเสนอข้อแลกเปลี่ยนไม่น้อย โดยเฉพาะด้านการลบล้างหนี้สินก้อนใหญ่ของตน อย่างไรก็ตาม ปากีสถานจะมิให้ความอุ่นใจแก่สหรัฐอเมริกามากนัก เพราะนายพลมูซาราฟ ประธานาธิบดีของปากีสถาน จัดว่าเป็น 'ชนกลุ่มน้อย' ของประเทศที่ให้การสนับสนุนต่อสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางการทัดทาน และต่อต้านจากกองทัพและประชาชนทั่วไป ผลของการให้การร่วมมือของเขาครั้งนี้ อาจนำไปสู่การปฏิวัติโค่นล้มเขาหรืออาจเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งกว่านั้นก็เป็นได้

4. หากการโจมตีของสหรัฐอเมริกาใหญ่เกินขนาดและยืดเยื้อจนเกินไป โดยเฉพาะหากล้ำเส้นขยายไปโจมตีศัตรูอื่นของสหรัฐอเมริกา เช่น อิรัก ด้วยแล้ว เชื่อแน่ว่ากลุ่มรัฐมุสลิมทั่วโลกจะต้องผนึกกำลังรวมกันต่อต้านสหรัฐอเมริกา ทั้งโดยวิธีเปิดเผย และโดยวิธีลับ ซึ่งอาจเป็นวิธีการลับที่รุนแรงชนิดได้ผลชะงัดก็ได้ แม้จะ 'low tech' เพียงใดก็ตาม ฉากสถานการณ์เช่นนี้หมายความว่า สหรัฐอเมริกาจะต้องจนมุมจนหาทางออกจากปัญหามิได้อีกนาน สภาพแวดล้อมทางการเมืองและเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันนี้ ไม่เอื้อต่อการที่สหรัฐอเมริกาจะนำกองกำลังทหารออกไปผูกติดกับสงครามยืดเยื้อนอกประเทศเป็นเวลานาน โดยเฉพาะสงครามที่ไม่สมศักดิ์ศรีและพลานุภาพของสหรัฐอเมริกา ซึ่งศัตรูตัวจริง ยังคงเป็นเพียง 'เงา' เท่านั้น

เคยมีคำกล่าวว่า 'เวียดนาม เป็น quagmire (หล่มดัก) ของสหรัฐอเมริกา' และ 'อัฟกานิสถาน เป็น quagmire ของอดีตสหภาพโซเวียต' ประสบการณ์ทั้ง 2 กรณีได้มีการศึกษาอย่างถ่องแท้ทุกแง่ทุกมุมถึงจุดล้มเหลวแล้ว แล้วอยู่ๆ สหรัฐอเมริกากำลังจะนำตัวไปสู่ quagmire ในอัฟริกาสถานอีกหรือ อยากจะถามว่า สหรัฐอเมริกา โง่หรือฉลาดกันแน่ และด้วยพฤติกรรมดังกล่าวนั้น จะเป็นการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายระหว่างประเทศได้อย่างไร...ยังมองไม่เห็นคำตอบ

5. เชื่อแน่ว่า ทันทีที่สหรัฐอเมริกาเริ่มใช้กำลังเข้าโจมตีอัฟกานิสถาน ชีวิตของชาวอเมริกันและสังคมอเมริกันโดยส่วนรวม จะไม่มีทางนอนตาหลับได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะอยู่ในบ้านของตนเอง ในเมืองของตน หรือในจุดใดๆ ในโลก ชาวอเมริกัน (ผู้สนับสนุนให้รัฐบาลของตน ตอบโต้การก่อการร้ายทุกรูปแบบนั้น) จะกลายเป็นเป้าทำลายของ 'ศัตรูเงา' ของสหรัฐอเมริกา อย่างรุนแรง ต่อเนื่อง และยืดเยื้อเพราะเป็นเพียงวิธีเดียว ที่ 'ศัตรูเงา' เหล่านั้นจะเด็ดปีกเด็ดหางสหรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ด้วยงบประมาณต่ำที่สุด

จากเหตุผลทั้ง 5 ประการดังที่กล่าวมานี้ อยากขอเสนอให้คณะผู้วางนโยบายฝ่ายไทยตรวจดูเองว่าควรหรือไม่ควรที่ไทยจะเข้าร่วมการใช้กำลังครั้งนี้อย่าง 'หมดตัว' ถ้าไม่ 'หมดตัว' ไทยก็ควรมีจุดยืนของนโยบายให้ชัดเจนว่า ในสถานการณ์ขณะนี้ ไทยจะทำอย่างไรให้ทุกประเทศเห็นชัดว่า ไทยยินดีต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบ โดยจะต่อต้านด้วยวิธีที่ได้ผลจริงจัง และไม่เป็นศัตรูต่อรัฐมุสลิมรัฐใด และยังคงรักษาความเป็นมิตรต่อสหรัฐอเมริกาต่อไปดังเดิม

ที่มา: ตีพิมพ์ในมติชน 21 ก.ย.44

Go back to the Main Page

Hosted by www.Geocities.ws

1