อารมณ์เป็นพิษ ทำชีวิตให้เกิดโรค

น.พ.แพทย์พงษ์ วรพงศ์พิเชษฐ

พุทธศักราช 2544 ปีแห่งการปรับใจ ทำอารมณ์กันใหม่ ให้สดใสด้วยการปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งได้รับการยืนยันจากผลการวิจัยของคณะแพทย์ และนักวิทยาศาสตร์ ที่เราท่านควรให้ความสนใจกันไว้บ้าง ก็คือ อารมณ์ทำให้เกิดโรคได้  นายแพทย์ บรุซ แมคอีแวน (Bruce McEvan) จิตแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยเยล ได้รวบรวมงานวิจัย ซึ่งได้ตีพิมพ์ในวารสาร  Archives of internal Medicine Vol 153 Sept 1993 ว่า ความเครียดทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายลดลง เป็นเหตุให้มะเร็งแพร่กระจายได้เร็วขึ้น การติดเชื้อไวรัสได้เร็วขึ้น การเกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดที่หัวใจเป็นเหตุให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมาเลี้ยง ทำให้อาการของเบาหวานเกิดขึ้น และอาการของโรคหอบหืดเลวลง เกิดอาการลำไส้อักเสบ (Ulcerative Colitis) นอกจากนี้ ความเครียดที่เกิดขึ้นติดต่อกันนานๆ ยังทำให้เซลล์สมองเสื่อมลง เป็นเหตุให้ความจำเสื่อมลง

เชลดอน โคเฮน (Sheldon Cohen) จิตแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยคาร์เนกี้ เมลลอน ได้ทำงานร่วมกับหน่วยวิจัยเกี่ยวกับไข้หวัด (cold) แห่งเมืองเชฟฟิลด์ (Sheffield) ประเทศอังกฤษ เขาพบว่า คนไข้ที่ได้รับเชื้อไข้หวัดไม่ได้เป็นไข้หวัดทุกคน ถ้าเขามีภูมิต้านทานดี นอกจากนี้ เขายังพบว่า คนที่มีความเครียดเล็กน้อยจะติดหวัดได้ 27% ในขณะที่ผู้ที่มีความเครียดมาก จะติดเชื้อเป็น 47% เช่นเดียวกับคู่สมรสที่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยๆ เขาพบว่า ถ้าช่วงไหนที่มีการทะเลาะกันติดต่อกัน 3-4 วัน แล้วได้รับเชื้อหวัด ก็จะติดหวัดทันที โดยเขาให้คู่สมรสเหล่านั้นจดบันทึกไว้ติดต่อกัน 3 เดือน

คราวนี้เรามาดูผลของอารมณ์โกรธบ้าง ดร.จอนห์ แบร์ฟูด (Dr.John Barefoot) แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ท คาร์โลไรนา ได้ศึกษาในผู้ป่วยที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคหัวใจรุนแรง โดยทดสอบทางจิตใจ เพื่อดูว่า คนไข้เป็นคนมีอารมณ์โกรธมากน้อยแค่ไหน และศึกษาดูว่า ความตีบแคบของเส้นเลือดหัวใจ เปรียบเทียบกันดู เขาพบว่า ผู้ป่วยที่มีอารมณ์โกรธมาก จะมีขนาดเส้นเลือดตีบมาก คนที่เป็นคนใจเย็นเส้นเลือดจะตีบน้อย เป็นสัดส่วนโดยตรง

เรามาดูเรื่องของ โรคซึมเศร้า บ้าง การศึกษาผู้ป่วยสูงอายุ ที่เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก เนื่องจากข้อสะโพกหัก จากการหกล้มในโรงพยาบาล เมาซ์ ไซนาย นิวยอร์ก พบว่า ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการซึมเศร้า จะสามารถกลับมาเดินได้อีกเป็นปรกติ มากกว่ากลุ่มที่มีอาการซึมเศร้า 3 เท่า และสามารถฟื้นตัวกลับมาใช้ชีวิตได้ตามเดิมเหมือนเมื่อกระดูกข้อสะโพกยังไม่หักถึง 9 เท่า

คราวนี้เรามาดู อารมณ์ในด้านที่ดี บ้าง เช่น อารมณ์ร่าเริง มีความสุข นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาด พบว่า เมื่อให้อาสาสมัครดูภาพยนต์ตลกสนุกสนาน แล้วเจาะเลือดดู พบว่า ฮอร์โมนคอร์ติซอลลดลง เซลล์ภูมิต้านทานเพิ่มขึ้น การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งพบว่า เมื่อให้อาสาสมัครดูภาพยนตร์ตลก แล้วเกิดหัวเราะขึ้น เจาะเลือดดูจะพบว่า มีเซลล์ต้านทานชนิด ทีเซลล์ (T-cell) เพิ่มขึ้น

 นอกจากนี้ ในเรื่องความรักความเมตตากรุณา (Loving kindness) นั้น ดร.เดวิท แมคคลีเลนด์ (Dr. David McClelland) แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาด ได้ศึกษาไว้พบว่า ความรัก ความเมตตา ทำให้มีการเพิ่มขึ้นของเซลล์ภูมิต้านทานชนิดที-เซลล์ช่วงสั้นๆ และถ้ามีการทำเมตตาภาวนาเป็นประจำ จะพบว่าระดับที-เซลล์จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่า อารมณ์ที่ดีมีผลต่อสุขภาพโดยตรง ทำให้ภูมิต้านทานแข็งแกร่งขึ้น

ส่วนที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน มีการศึกษาในผู้ป่วยที่ทำการผ่าตัดเปลี่ยนเส้นเลือดหัวใจ (Bypass surgery) พบว่าคนที่มองโลกในแง่ดี มักไม่ค่อยมีอาการแทรกซ้อนหลังผ่าตัด และฟื้นตัวได้ดีกว่าคนที่มองโลกในแง่ร้าย

ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่า อารมณ์มีผลต่อการเกิดโรค การหายของโรค และอัตราการตาย ไม่โดยทางตรงก็โดยทางอ้อม ซึ่งงานวิจัยทางการแพทย์ได้แสดงให้เราเห็นอย่างเป็นรูปธรรม

ปีใหม่แล้ว จึงควรหันมาทำใจใหม่ เพื่อลดภาวะความกดดันทางอารมณ์ลง การศึกษาและปฏิบัติธรรมนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน จึงนับว่าเป็นทางเลือกใหม่สำหรับชีวิตใหม่ของทุกๆ คน ที่ไม่ควรมองข้าม

Go back to the Main Page

Hosted by www.Geocities.ws

1