หนี้ต่างประเทศโผล่ 8 แสนล้าน
แบงก์ชาติมัวเก็บงำมา 6 ปี
ผู้จัดการรายวัน, 1 ก.ค. 2543
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
(ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้สำรวจฐานะสินทรัพย์ ที่เป็นเงินตราต่างประเทศ
ของภาคธนาคารพาณิชย์ และของธปท.แต่ยังไม่รวมภาคเอกชน ที่ไม่ใช่
ธนาคารพาณิชย์ (non bank) ปรากฏว่า ข้อมูลด้านหนี้ต่างประเทศ มีการเปลี่ยนแปลง ผิดจากที่เคยเผยแพร่ไว้มาก โดยหนี้ต่างประเทศรวม ณ สิ้นมีนาคม 2543 ข้อมูลใหม่ มีจำนวน 92.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
 
จากข้อมูลเดิมที่ี่สำรวจไว้ มีจำนวน 72.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้มีหนี้เพิ่ม จากเดิมประมาณ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 800,000 ล้านบาท โดยหนี้รวมที่ปรับใหม่ ณ สิ้นมีนาคม 2543 จำนวน 92.3 ล้านเหรียญสหรัฐนั้นแยกเป็นภาคทางการ (รัฐบาล + ธปท.) จำนวน 36,232 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภาคเอกชน 56,056 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เปรียบ เทียบจากข้อมูลหนี้ ชุดเดิมที่ธปท.ประมาณไว้ จำนวนรวม 72,116 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แยกเป็นภาคทางการ 36, 667 ล้านเหรียญสหรัฐ ภาคเอกชน 35,449 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
 
ตามข้อมูลใหม่หากแยกตามอายุหนี้แล้ว จะเห็นว่า ในจำนวนหนี้รวม
92,288 ล้านบาท เป็นหนี้ระยะยาว 73,845 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น
80% ของหนี้รวม และหนี้ระยะสั้น 18,443 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น 20% ของหนี้รวม ขณะที่ตามข้อมูลเดิมที่ธปท. ทำไว้ หนี้รวม 72,116 ล้านเหรียญ สหรัฐฯ เป็นหนี้ระยะยาวจำนวน 59,656 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น 82.7 % ของหนี้รวม หนี้ระยะสั้น 12,460 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 17.3 % ของหนี้รวม
 
"ในการสำรวจข้อมูลรอบใหม่ จำเป็นต้องปรับตัวเลขหนี้ต่างประเทศ ณ
มีนาคม 2543 เพิ่มขึ้นอีก 2 หมื่น ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังจากที่ผ่านมานับ
แต่ปี 2538 การคำนวณหนี้ต่างประเทศผิดมาตลอด"
 
นายธีระชัยกล่าวว่า ตัวเลขที่แตกต่างดังกล่าว มีสาเหตุสำคัญมาจากระบบ รายงาน และรวบรวมข้อมูลที่ใช้ในอดีตยังไม่ครบถ้วนและจากการปรับปรุงวิธีการสำรวจใหม่ จะพบว่า ในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมาการทำธุรกิจของกิจการไทย มีลักษณะ เป็นสากลมากขึ้น และมีกิจการบางรายที่ไม่ได้นำเงินกู้เข้ามาในไทย แต่นำไปลงทุนในต่างประเทศ และนักธุรกิจบางราย ไม่นำเงินเข้าประเทศ แต่แต่นำไปชำระค่าเครื่องจักร หรือค่าสินค้าที่นำเข้าประเทศ
 
นอกจากนี้ การสำรวจรอบใหม่ ธปท.เพิ่มจำนวนนักธุรกิจที่สอบถาม โดยสำรวจถึง 6,000 กว่าราย มากกว่าเดิมที่เคยสำรวจไว้ สอบถามนักธุรกิจทุกรายที่มี ชื่อในแบบรายงาน ที่เคยมีการนำเงิน เข้าหรือส่งเงินออก เกี่ยวกับหนี้ต่างประเทศ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งการรวบรวมข้อมูลหนี้ต่างประเทศที่เป็นเงินสกุลบาท จากเดิมที่ไม่ได้รวบรวมไว้
 
ธปท.ชี้แจงว่า ตัวเลขหนี้ที่ี่แตกต่างเกิดขึ้นนี้ มีต้นเหตุมาจากหนี้ภาคเอก
ชน ที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (non bank) ที่ธปท.ไม่มีข้อมูลสินทรัพย์ต่าง
ประเทศของภาคนี้ ซึ่งมีทั้งในรูปแบบนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ในรูปแบบ
ต่างๆ เช่น การตั้งกิจการและโรงงานในต่างประเทศ การซื้อบ้านอยู่อาศัยใน
ต่างประเทศ ซึ่งสินทรัพย์เหล่านี้มีค่อนข้างมาก และด้านหนี้สินต่างประเทศ
ก็ยังขาดข้อมูลยอดคงค้างเงินลงทุน โดยตรงจากต่างประเทศ และเงินลงทุน
ในหลักทรัพย์์อื่นของไทยด้วย
 
นายธีระชัยกล่าวว่่า ถึงแม้ว่าข้อมูลหนี้ต่างประเทศที่ได้จากการวางระบบ
ใหม่ จะสูงกว่าข้อมูลเดิม แต่ธปท.ก็เห็นว่าไม่ได้สร้างภาระของประเทศให้
เพิ่มขึ้นจากเดิม และไม่ทำให้ฐานะต่างประเทศเป็นที่น่าห่วงใย
 
เนื่องจาก ประการแรก หนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ที่มีอยู่เดิม แม้ไม่ได้รายงานยอดกู้ไว้ แต่การซื้อเงินตราต่างประเทศ เพื่อชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยที่ีผ่านมา ได้ปรากฏในรายงาน มาตลอดและเป็นการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย
ที่มีอยู่จริงบนฐานตัวเลขใหม่นี้อยู่แล้ว
 
ประการที่สอง หนี้ต่างประเทศของไทย ได้ลดลงมากแล้ว จากสูงสุด
109.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2540 เหลือ 92.3 พันล้้านเหรียญสหรัฐฯ
ณ สิ้นมีนาคม 2543 โดยภาคเอกชน ได้ชำระคืนหนี้ไปมากแล้ว ตั้งแต่
ปลายปี 2539 จนถึงปัจจุบัน ทำให้หนี้ภาคเอกชน ลดลงกว่า 36 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
 
ประการที่สาม หนี้ในส่วนที่ภาคเอกชนนำไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งโรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม ธุรกิจบริการฯลฯ เป็น ทรัพย์สินที่สามารถสร้างรายได้เงินตราต่างประเทศได้ จึงไม่เป็นการเพิ่ม ภาระการชำระหนี้ของประเทศ
 
"ขอย้ำว่าตัวเลขหนี้ที่ประกาศใหม่นั้น ไม่กระทบต่อความสามารถในการ
ชำระคืนหนี้ต่างประเทศของภาครัฐ หรือภาคธนาคารพาณิชย์แต่อย่างใด
ส่วนภาคเอกชนที่ไม่ใช่ธนาคารนั้น แม้ว่าตัวเลขหนี้ใหม่จะสูงกว่าเดิม แต่ก็
เป็นหนี้ที่มีอยู่เดิม ก่อนหน้านี้แล้ว กรณีที่นำไปซื้อสินทรัพย์ในประเทศ ก็
สะท้อนอยู่ในตัวเลขการชำระคืนหนี้ต่างประเทศที่ใช้เดิมอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่
ซื้อสินทรัพย์ต่างประเทศ ก็เป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้เงินต่างประเทศ จึงไม่
มีผลกระทบต่อความสามารถในการชำระคืนหนี้ประเทศมากนัก"
 
ทั้งนี้ในการวิเคราะห์เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ต่างประเทศนั้น หนี้ต่าง
ประเทศของไทย ชุดใหม่นี้ ตามมาตรฐานทั่วไป ไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มี
หนี้สูงรุนแรง โดยพิจารณาจากเครื่องชี้ ดังนี้
 
ความสามารถในการหารายได้มาชำระหนี้ จะเห็นว่า สัดส่วนหนี้รวมของ
ประเทศต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาลด
ลงเหลือ 77.2% ในปี 2542 หลังจากที่สูงสุดในปี 2541 ที่ 93.6% ความ
สามารถในการหารายได้เทียบกับการส่งออกอยู่สูงกว่า 20% ในปี 2541
แต่ได้ปรับตัวลดลงเป็น 19.4% ในปี 2542
 
ด้านสภาพคล่อง ในการชำระหนี้ ี้ เงินสำรองระหว่างประเทศสูงกว่าหนี้
ระยะสั้น มาตั้งแต่ปี 2541 โดยมีสัดส่วนเป็น 1.7 เท่าของหนี้ระยะสั้น ณ
สิ้นปี 2542 และ 1.8 เท่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2543 หากเทียบเงินสำรองระหว่าง ประเทศเทียบกับหนี้ทั้งหมด คือหนี้ระยะสั้น และระยะยาว ที่จะครบกำหนดใน 12 เดือนหน้านี้ ยังมีสัดส่วนสูงกว่าเงินสำรองฯ 1.3 เท่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2543
 
สัดส่วนหนี้ระยะสั้นทุกประเภท ลดลงจาก 52% ในปี 2538 เหลือ
20% ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2543 และโดยเฉพาะภาคเอกชน ที่ไม่ใช่ธนาคาร
ซึ่งลดลงจาก 43.8% เป็น 24.5% นอกจากนี้ยังมีหนี้บางส่วนเป็น หนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้ และขยายเวลาชำระคืนออกไป บางส่วนเป็นหนี้ 56 ไฟแนนซ์ ยังไม่ชำระคืนในเร็วๆ นี้แต่ต้องรอผลชำระบัญชีเพื่อเฉลี่ยทรัพย์ก่อน
 
นายธีระชัยกล่าวว่า มาตรการป้องกัน ความคลาดเคลื่อนของตัวเลขหนี้ต่างประเทศในอนาคตนั้น ธปท.ได้เสนอให้กระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงใหม่ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อกำหนดให้ผู้มีสิน
ทรัพย์และหนี้สินต่างประเทศทุกรายต่อไปจะต้องรายงานตัวเลขต่อธปท.เป็น
ประจำ และธปท.จะสำรวจสอบถามกิจการต่างๆ ที่มีหนี้ต่างประเทศทุกไตร
มาส เริ่มสำรวจ มีนาคม 2543 เป็นต้นไป
 
สำหรับฐานะสินทรัพย์และหนี้สินระหว่างประเทศ (International
Investment Position: IIP) ที่ธปท.ปรับปรุงระบบการเก็บตัวเลข และการเปิดเผย ข้อมูลตามมาตรฐานสากล สำหรับประเทศที่เป็นสมาชิก IMF นั้น ธปท.รายงานว่า ณ สิ้นปี 2542 สินทรัพย์ต่างประเทศของไทยที่ยังไม่
รวมสินทรัพย์ภาคเอกชน ที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์นั้น มีจำนวน 48.4 พันล้าน
เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 7 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์
ธปท. 5.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนหนี้สินต่างประเทศยังไม่รวมเงินลงทุน
โดยตรง จากต่างประเทศและเงินลงทุนในหลักทรัพย์ไทย มีจำนวน 95.6
พันล้านเหรียญสหรััฐฯ ลดลง 9.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จากปี 2541 จาก
การชำระคืนหนี้เอกชน

Go to related English News

Go back to the Main Page

Hosted by www.Geocities.ws

1