ปัญหาของต่อมลูกหมาก
Benign Prostate Gland

ดร. สาทิส อินทรกำแพง จากคอลัมน์ "ปั้นชีวิตใหม่ด้วยชีวจิต"
ไทยรัฐ อาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2543

ฉี่ราดกับฉี่ไม่ออก 

คิดว่าจะคุยกันเรื่องฉี่สัปดาห์นี้เป็นตอนสุดท้าย อันที่จริงเรื่องฉี่นั้นเป็นเรื่องใหญ่มาก เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ และเรื่องโรคภัยไข้เจ็บของคนเรา และเป็นเรื่องซึ่งจะต้องคุยกันยาวนาน และละเอียดพอสมควร แต่การพูดถึงเรื่องวิชาการอย่างจริงๆ จังๆ ไม่ เหมาะกับคอลัมน์นี้ เพราะคอลัมน์นี้เป็นคอลัมน์ ซึ่งจะคุยกันเบาๆ เรื่องสุขภาพของเราเอง คือเรื่องของคุณและเรื่องของผม เป็นเรื่องซึ่งบางอย่างบางโรคเราแก้ไข ของเราเองได้ และสร้างสุขภาพที่ดีของเราเอง อันจะเป็นการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บร้ายๆ ซึ่งจะเกิดแก่ตัวเราเองได้ เพราะฉะนั้น ผมจะขอหยุดเรื่องวิชาการ และจะพูดเรื่องฉี่สำหรับอาทิตย์นี้ เป็นตอนสุดท้าย

ปัญหาที่หนักที่สุดเกี่ยวกับเรื่องฉี่ คือปัญหาของต่อมลูกหมาก ถ้าโชคดีหน่อยปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก ก็คือ ต่อมลูกหมากอักเสบ ถ้ามีก้อนเนื้องอกที่ต่อมลูกหมาก ก็เป็นก้อนเนื้อชนิดไม่ใช่เนื้อร้าย (BENIGN) แต่ถ้าโชคร้าย ก้อนเนื้อมันก็จะเป็นเนื้อร้าย (MALIGNANT) ซึ่งก็คือมะเร็งต่อมลูกหมากนั่นเอง

ต่อมลูกหมาก คือต่อมที่หุ้มอยู่ที่โคนอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้ชาย จากกระเพาะปัสสาวะจะมีท่อท่อหนึ่งต่อมาถึงอวัยวะสืบพันธุ์ (URETHRA) ท่อนี้ใช้เป็น ทางผ่านสำหรับนํ้าปัสสาวะ และนํ้าซีเมน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนํ้ากาม ขณะที่ผู้ชายหลั่งนํ้ากาม จะมีของเหลวจากต่อมลูกหมากออกไปผสมกับนํ้าซีเมนของเหลวจากต่อมลูกหมากนี้ เป็นนํ้าใสและเป็นกรด มีแร่ธาตุที่สำคัญผสมอยู่ คือ แคลเซียม โซเดียม โปรแตสเซียม และสังกะสี ตัวสำคัญกว่าเพื่อน คือ สังกะสี ด้วยเหตุนี้แหละ เราจึงแนะนำให้กินเมล็ดฟักทองมากๆ เพราะในเมล็ดฟักทอง มีธาตุสังกะสีอยู่เยอะ

เมื่อคุณผู้ชายอายุย่างเข้าสี่สิบ ส่วนมากมักจะมีอาการผิดปรกติที่ต่อมลูกหมาก จะสังเกตได้ว่าอยู่ๆ ก็มักจะเกิดอาการผิดปรกติ เกี่ยวกับการถ่ายปัสสาวะ ฉี่บ่อยขึ้น ฉี่กะปริดกะปรอย ฉี่ไม่สุด และบางครั้งก็ฉี่ไม่ออก จนกระทั่งเมื่อพยายามจะฉี่ให้ได้ บางทีก็ฉี่พรวดออกมาเป็นเลือดสดๆ ก็มี นั่นคือการเริ่มต้นของความผิดปรกติ ของต่อมลูกหมาก ซึ่งมักจะเริ่มด้วยการมีต่อมลูกหมากโตแล้ว ต่อด้วยต่อมลูกหมากอักเสบ และที่ร้ายที่สุดของต่อมลูกหมาก ก็คือเป็นมะเร็งที่ต่อมลูกหมาก สาเหตุที่แน่นอนของความผิดปรกติของต่อมลูกหมากนั้น ยังระบุสาเหตุที่แน่นอนไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อความผิดปรกติลุกลามมาถึงขั้นสุดท้าย จนเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากนั้น สาเหตุจะต้องประกอบไปด้วยขั้นตอนต่างๆ หลายขั้นตอน และหลายแฟคเตอร์ด้วยกัน

แต่ขั้นตอนเริ่มต้นที่สำคัญประการหนึ่ง ก็คือ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหลายตัว โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศของผู้ชายคือ TESTOS-TERONE ได้มีการศึกษา และสำรวจผู้ชายในวัยต่างๆ ปรากฏว่าเมื่ออายุย่างเข้าประมาณสี่สิบปี ฮอร์โมนตัวนี้ของผู้ชายเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว ปรากฏการณ์ของการลดตัวของฮอร์โมนนี้เกิดขึ้นกับผู้ชายแทบทุกคน และมีสถิติที่น่าสนใจก็คือ ผู้ชายที่มีกิจกรรมทางเพศสัมพันธ์มากจนเกินเหตุ มักจะเกิดการลดของฮอร์โมนเพศนี้อย่างรวดเร็ว และการผิดปรกติของต่อมลูกหมาก จนกระทั่งกลายเป็นโรคภัยไข้เจ็บที่ร้ายแรงนั้น ก็จะเกิดกับผู้ชายกลุ่มที่ "เวอร์" ทางเพศอย่างชนิดไม่ลืมหูลืมตามากด้วย

การลดของฮอร์โมน TESTOSTERONE กลับจะทำให้เกิดการเพิ่มของฮอร์โมน DEHYDROTESTOS-TERONE และอีกตัวหนึ่งจากต่อมพิทูทารี คือ ฮอร์โมน PROLACTIN การเพิ่มของฮอร์โมนสองตัวหลังนี้เอง ที่ทำให้เซลล์ของต่อมลูกหมากเพิ่มขึ้น จนกระทั่งกลายเป็นเนื้องอก และทำให้ต่อมลูกหมากอักเสบ และจะทำให้เกิดปัจจัยต่างๆ ตามมาอีกหลายปัจจัย จนกระทั่งทำให้กลายเป็น มะเร็งต่อมลูกหมากในที่สุด

สถิติสำหรับคนอเมริกันมีคนเป็นต่อมลูกหมากโตอย่างน้อย 50% ของผู้ชายอายุ 40-45 ปี และยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งโตมากขึ้น เมื่อเกิดต่อมลูกหมากโต อาการที่ตามมาก็คือ ต่อม ลูกหมากจะไปกดท่อปัสสาวะ ที่อวัยวะสืบพันธุ์และบางส่วนจะอุดช่องทางเดิน ของท่อปัสสาวะ และตอนต้นจะทำให้ ปัสสาวะไม่ออกในทันที (จด จ้องเงื้อง่าอยู่ตั้งนานไม่ยอมออก) แรงพุ่งของนํ้าปัสสาวะน้อยลง เกิดการปัสสาวะกะปริดกะปรอยหรือหยดติ๋งๆ เปื้อนเท้า ถึงตอนนี้ปัสสาวะจะไม่ออกหมด และจะตกค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเป็นจำนวนมาก ทำให้ปัสสาวะข้น และตกตะกอน เกิดการอักเสบที่ต่อมลูกหมาก (PROSTATITIS) ถึงตอนนี้บางคนเจ็บปวดทรมานมาก มีไข้สูง ปวดหลัง ปวดเอว และปวดบริเวณใต้ลูกอัณฑะ ต่อกับทวารหนัก และในบางกรณีปวดไปหมดทั้งตัวก็มี

ระยะนี้เองเป็นระยะที่ธรรมชาติของร่างกาย และระบบ IMMUNE SYSTEM หรือภูมิชีวิตจะให้โอกาสแก่คุณ เป็นโอกาสที่คุณจะเลือกได้ว่า จะเริ่มปฏิวัติพฤติกรรมของตัวเอง เพื่อให้สุขภาพของคุณดีขึ้นหรือจะปล่อยตัวปล่อยใจ ปฏิบัติตัวตามใจชอบของตัวเอง เป็นต้นว่ากินเหล้าเมายา สูบบุหรี่จัดๆ กินอาหารประเภทที่จะสร้างท็อกซิน หรือพิษแก่ร่างกายมากๆ เที่ยวกลางคืนมากๆ ชีวิตประจำวันเรื่องกิน เรื่องนอน เรื่องทำงาน พักผ่อนล้วนสับสนไปหมด มิหนำซํ้ายังมองทุกอย่างในแง่ร้าย และเครียดตลอดเวลา

แน่นอนละ พฤติกรรมโลดโผน "กูแน่" แบบนี้ย่อมจะสร้างปัจจัยผสมให้สะสมกันอย่างมากมาย จนกระทั่งมะเร็งถามหา ว่ากันที่จริงนั้น ธรรมชาติได้ให้โอกาสเราในการจะปรับปรุงตัวเอง และเปลี่ยนแปลงตัวอย่างมากมายเหลือเกิน เมื่อเราเริ่มมีการผิดปรกติเมื่ออายุประมาณ 40 ปีนั้น ตามสถิติผู้ชายที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากนั้น กว่า 80% จะมีอายุเกิน 65 ปีขึ้นไปเท่านั้น (สถิติคนอเมริกัน) นี่แสดงว่าธรรมชาติให้โอกาสเรานานถึง 20-25 ปี เพื่อที่จะแก้ไขและปรับปรุงตัวเอง แต่จะด้วยความประมาท หรือความอ่อนแอในการตามใจตัวเองมากเกินไป อย่างไรก็ไม่ทราบ เราไม่สามารถสำรวจตัวเอง และเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ทั้งๆ ที่ธรรมชาติให้โอกาสและให้เวลาแก่เราไว้นานถึง 25 ปี

เอาละครับ เราจะไม่พูดเรื่องยาวๆ เหล่านี้กันให้สะเทือนใจกันต่อไปดีกว่า เอาเป็นว่าเราแบ่งเอาเรื่อง ของต่อมลูกหมากออกเป็นสองระยะ ระยะแรกเมื่อมีอาการผิดปกติทางปัสสาวะ หรือเริ่มมีก้อนเนื้อชนิดไม่ร้ายแรง และระยะที่สองนานถึง 10-20 ปี จนกระทั่งกลายเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากไปแล้ว เราควรทำอย่างไร

จะขอพูดถึงการแก้ไข ของการแพทย์ทางเลือกเป็นหลัก การแพทย์ทางเลือกที่ผมจะพูดถึงนี้เป็นการแพทย์ทางเลือกแบบวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่การแพทย์ทางเลือกแบบยาผีบอก ยากลางบ้าน หรือแบบหมอผีหมอเถื่อนอะไรเทือกนั้น ทุกอย่างมีหลักฐาน และเหตุผลทางวิชาการที่พิสูจน์ได้ แต่ขณะเดียวกันก็ขอพูดถึงการรักษาแพทย์ แผนปัจจุบันโดยย่อๆ เพื่อเปรียบเทียบกับการแพทย์ทางเลือกด้วย

  1. ด้านการแพทย์ปัจจุบันมีตัวยา FINASTERIDE (เป็นชื่อตัวยา แต่ขอไม่ระบุยี่ห้อของยาตัวนี้) ในปัจจุบันยาตัวนี้เป็นที่นิยมสูงสุด ระงับการเพิ่มของฮอร์โมนบางตัว และทำให้ก้อนเนื้อ ต่อมลูกหมากอักเสบลดลง แต่การใช้ยาตัวนี้ต้องใช้เวลารักษานานมาก ใช้เวลา 3 เดือนถึงหนึ่งปีกว่าจะรู้ผล และต้องกินต่อไปตลอดชีวิต
  2. ยาประเภท ALPHA-BLOCKERS เพื่อทำให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ และก้อนเนื้อในต่อมลูกหมากหย่อนคลาย ทำให้ปัสสาวะได้คล่องขึ้น แต่ไม่ใช่ยารักษาโรคให้หาย
  3. ใช้การผ่าตัด หรือการขูดก้อนเนื้อต่อมลูกหมาก (TURP)
  4. ผ่าตัดต่อมลูกหมากโดยตรง (TUIP)
  5. ใส่ท่อและใช้เข็มและความร้อน (TUNA) เพื่อทำลายบางส่วนของต่อมลูกหมาก หรือจะใช้อีกวิธีหนึ่งคล้ายๆ กัน (TUMT) คือใช้ความร้อนจากไมโครเวฟ
  6. ในบางกรณีซึ่งมีการอักเสบและติดเชื้อ ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
  7. และแน่นอน ถ้าถึงขั้นเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ก็มีอยู่วิธีเดียว คือ ผ่าตัด และตามด้วยเคมีบำบัด

ต่อไปนี้เป็นอีกวิธีหนึ่งตามแบบการแพทย์ ทางเลือก

  1. ในด้านอาหาร ให้งดเนื้อสัตว์ และไขมันประเภทอิ่มตัว (เช่น เนื้อสัตว์มีมัน กะทิ นํ้ามันมะพร้าว นํ้ามันปาล์ม) นอกจากนั้นให้เพิ่มอาหารประเภทผักมากๆ ใช้มะเขือเทศมากๆ เพราะมะเขือเทศมีโปแตสเซียม ฟักทอง และเมล็ดฟักทองมากๆ เพราะมีสังกะสี (สูตรอาหารชีวจิตเข้ากับสูตรนี้ได้สบาย)
  2. เลิกดื่มเหล้า-แอลกอฮอล์ทุกชนิด งดกาแฟ ทั้งสองอย่างนี้ทำให้เกิด ปัญหาเกี่ยวกับปัสสาวะ
  3. ใช้วิตามินแอนตี้ออกซิแดนท์ (A, C, D, E และซีเลเนียม) ให้เพิ่มแร่ธาตุแมกนีเซียมด้วย และวิตามิน B6 ด้วย
  4. สมุนไพรฝรั่ง คือ SAW PALMETTO ใช้ได้ ผลน่าพอใจ และสมุนไพรไทย ก็มีหญ้าหนวดแมว และควรดื่มนํ้าต้มจากแก่นนมโค และแก่นเถาวัลย์เปรียง (หั่นเป็นแว่นอย่างละ 5-7 แว่น)
  5. ใช้การฝังเข็มแบบจีน การอบและการนวด รวมทั้งการกดจุดช่วยแก้ ในการปวดหลัง หรือปวดทั้งตัว อันเนื่องจากต่อมลูกหมากอักเสบ
  6. ใช้การกำจัดท็อกซิน ควบคู่ไปกับการสร้าง IMMUNE SYSTEM หรือภูมิชีวิตให้สูง และแข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ภูมิชีวิตที่แข็งแรงขึ้นจะช่วยควบคุม ไม่ให้ก้อนเนื้อมะเร็งขยายเติบโตต่อไป และจะทำให้ก้อนเนื้อเล็กลงได้ ในระยะต่อไป.

Go back to the Main Page

Hosted by www.Geocities.ws

1