นิพพาน

เห็นเนื้อหาเกี่ยวกับปลายทางแห่งการพ้นทุกข์นี้น่าสนใจดี
สำนวนก็อ่านง่า�
เลยคัดมาให้อ่านผ่านๆ ตากันค่ะ

ทั้งหมดนี้คัดและตัดตอนมาจากหนังสือ "ผลึกแห่งธรรม"
โด� จุฑาทิพย� อุมะวิชน� - นภาเดช กาญจนะ

(หนังสือเล่มนี้ค้นคว้าอ้างอิงมาจากหนังสือต่าง� ประมาณ
๕๐ กว่าเล่ม เช่น หนังสือของท่านพุทธทาสฯ
หนังสือของพระประยุทธ� ปยุตโต พระมหาประยูร ธัมมจิตโ�
หลวงพ่อส� หลวงปู่ดูลย์ แล� วิทยานิพนธ์ของสมเด็จพระเทพ�
เรื่อง "ทศบารม�" เป็นต้�)

คัดมาเฉพาะส่วนที่เป็นแนวคิดแบบเถรวาทค่�

ขออนุญาตคัดมาแบบไม่มีอ้างเชิงอรรถนะค�
ไม่อย่างนั้นจะเยอะและยาวมากค่ะ

......................

"ความหมายของนิพพานตามรูปศัพท์"

คำว่� "นิพพาน" หากแยกตามศัพท์จะแยกได้เป็นสองส่ว�
คื� นิ+วา� "นิ" แปลว่าพั� ส่วน "วา�" แปลว่าธรรมที่เป็นเครื่องเกี่ยวโยงไว้
หมายถึ� ตัณห� เมื่อรวมกันเข้าจึงแปลว่าพ้นจากตัณห�
นอกจากนี� ในพจนานุกรมพุทธศาสตร� ของพระเทพวาท�
ได้ให้ความหมายของนิพพานว่า คือการดับกิเลสและกองทุกข�
เป็นโลกุตตรธรร� และเป็นจุดหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา
และยังได้ให้ความหมายของโมกข์ คือความหลุดพ้นจากกิเลสคือนิพพา�

"ประโยชน์ของการใช้ภาษาอธิบายนิพพา�"

ในการศึกษาความหมายของนิพพา�
เราจำต้องใช้ภาษาอันเป็นเครื่องสื่อความหมาย
และแสดงถึงการคิดไตร่ตรองของตัวเร�
เพราะไม่ว่าคำว่านิพพาน ความหลุดพ้นหรือโมกษะ
ล้วนเป็นเพียงชื่อที่สมมติกันขึ้น ดังนั้นแม้เราจะไม่สามารถ
เห็นแจ้งพระนิพพานโดยอาศัยภาษ� แต่การใช้ภาษาวิเคราะห์
อธิบายก็สามารถช่วยให้เราพอมองเห็นแนวทา�
เพื่อสร้างความเข้าใจและนำไปสู่การประพฤติปฏิบัต�
ที่เหมาะควรได้ไม่น้อ�

"นิพพานในฐานะจุดมุ่งหมายสูงสุ�"

ในปาสราสิสูต� พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรร� ถึงการแสวงหา
ว่าม� � อย่า� คือการแสวงหาที่ไม่ประเสริฐ กับการแสวงหาอันประเสริ�
ซึ่งการแสวงหาที่ไม่ประเสริ� ได้แก่การแสวงหาสิ่งที่ยังนำม�
ซึ่งความเกิด ความแก� ความตา� ความโศ� ความเศร้าหมอ�
ส่วนการแสวงหาอันประเสริฐ คือการแสวงหาพระนิพพา�
ที่ไม่มีความเกิดขึ้นในสังสารวั� (การเวียนว่ายตายเกิ�) อี�

สำหรับตัวอย่างที่จะทำให้เราเห็นชัดว่านิพพานเป็นภาวะที่เข้าใจยา�
ทำให้การพิจารณาเรื่องนี้เป็นสิ่งดูจะเหนือวิสัยที่จะหาคำอธิบา�
ที่หลากหลา� ในความคิดของพุทธปรัชญาเถรวาท ดังในมิลินทรปัญห�
ที่พระนาคเสนให้ทูลแก่พระยามิลินทรว่า
"การที่จะทูลชี้แจงพระนิพพาน ถวายให้ทรงเห็นชัดๆ
ก็เกินกำลังความสามารถของอาตมภาพเช่นเดียวกั�
เพราะอาตมภาพกล่าวได้แต่วิธีที่จะกระทำพระนิพพานให้แจ้�
แต่ไม่อาจแสดงเหตุที่อาศัยให้เกิดพระนิพพานได้
การที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าพระนิพพานเป็นอสังขตธรรม
ไม่มีเหตุไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง รู้ไม่ได้ด้วยต� หู จมูก ลิ้น กา�
จะพึงรู้พึงเห็นได้ก็แต่พระอรหันต์ผู้มีจิตสงบ
และละเอียดเท่านั้น"

ด้วยเหตุนี้ในทางพุทธปรัชญาเถรวาท เราจึงมักเห็นแต่การกล่าวถึ�
มรรค หรือวิถีทางปฏิบัติเสียมากกว่าการอธิบายสภาวะนิพพา�
ที่เป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดว่าเป็นอย่างไร

"ภาวะของผู้พ้นทุกข์"

พุทธปรัชญาเป็นปรัชญาที่สามารถปฏิบัติให้เห็นประจักษ์จริ�
และเป็นประโยชน์ต่อชีวิตในปัจจุบั� ซึ่งการวิเคราะห์
ความหมายของนิพพานโดยสะท้อนภา�
บุคลิกของผู้บรรลุนิพพานเป็นตัวอย่างให้ประจักษ์
อาจเป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้เรามีความเห็� (มโนทัศน์)
เกี่ยวกับนิพพานชัดขึ้นได�

ในส่วนของภาวะผู้หลุดพ้� พระธรรมปิฎ� (ประยุทธ์ ปยุตโต)
ได้แบ่งได้ � ทา�

�. ภาวะทางปัญญา

�.
ผู้บรรลุนิพพานจะมองสิ่งทั้งหลายตามที่มันเป็นจริง
รู้อารมณ์ทางอายตนะ ด้วยจิตเป็นกลา� มีสติประกอ�
�.
ผู้บรรลุนิพพานจะรู้เท่าทันสังขารว่าเป็นไปตามกฎไตรลักษณ�
�.
ผู้บรรลุนิพพานจะไม่ติดในสมมติของภาษา

�. ภาวะทางจิต มีความเป็นอิสร�
�. ไม่ตกเป็นทาสอารมณ์
�. ไม่ติดในอารมณ์
�. ไม่หวังสิ่งใ�
�. มีความสง�
�. ไร้กังวล

�. ภาวะทางความประพฤติ
�.
ศีลสมบูรณ์เพราะเป็นวิถีชีวิตของท่านอยู่แล้�
�.
เป็นเพียงกิริย� ปราศจากกรร�
�.
กระทำด้วยปัญญา ไม่ใช่ด้วยอวิชชา (ความไม่รู้)
ตัณห� (ความอยาก) อุปาทา� (ความยึดติด)
�.
เป็นแบบอย่างที่ด�

กล่าวโดยสรุป ผู้บรรลุนิพพานจะเป็นผู้ที่มีปัญญ�
มีความเป็นอิสระทางจิ� และมีเมตตากรุณาเป็นเครื่องหมาย
แสดงสู่ภาวะจิตดังกล่าว ดังจะเห็นได้ในพระพุทธคุณ �
คื� พระปัญญา พระกรุณาและพระบริสุทธิคุ�
ที่ชาวพุทธระลึกถึงคุณสมบัติของพระพุทธเจ้านั่นเอง

"การดำรงชีวิตของผู้ที่พ้นทุกข�"

ย่อโดยรวบรัดว่� ผู้ที่หลุดพ้นแล้วซึ่งในทางพุทธปรัชญา
แบ่งเป็น

�.
พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้� บรรลุด้วยตัวเอ�
สั่งสอนธรรมช่วยสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข�
�.
พระปัจเจกพุทธเจ้� บรรลุด้วยตนเอง ไม่สั่งสอนผู้อื่�
�.
พระอรหันต์ ผู้บรรลุโดยรู้ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

ผู้บรรลุธรรมยังสามารถทำอะไรได้ไม่แตกต่างกับปุถุช�
ต่างกันเพียงแต่ว่าผู้ที่หลุดพ้� ไม่ยึดมั่นถือมั่นในตัวตน
แม้จะมีการรับรู้อยู่ก็ตา� ดังในวิสุทธิมรรคความว่�
"อันทุกข์มีอยู่แท� แต่ใคร� ผู้รับทุกข์ไม่มี
ผู้ทำไม่มีแต่การกระทำมีอยู่แท้
ความดับมีอยู� แต่คนผู้ดับไม่มี..."

"สรุป"

ในทางพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท การบรรลุธรรมได้รับกา�
พิสูจน์ให้เห็นจริงจากการปฏิบัติตามหลักไตรสิกขา
คื� ศี� สมาธ� ปัญญ� โดยมีลักษณะการปฏิบัติไปตาม
ลำดับขั้นตอน ได้แก่ การมีศีลเป็นเบื้องต้�
แล้วสร้างความสงบและพลังงานทางจิตจากสมาธิ
จึงนำมาพิจารณาธรรมในขั้นวิปัสสนาจนเกิดปัญญ�
หลุดพ้นจากกองทุกข์ไปในที่สุด อย่างค่อยเป็นค่อยไ� ...

"เหตุใดนิพพานควรเป็นเป้าหมายชีวิตของเรา"

การบรรลุนิพพาน เป็นการมองเห็นโลกตามสภาพความ
เป็นจริง อันทำให้หลุดพ้นจากทุกข์และการเวียนว่าย
ตายเกิดทั้งปวง สู่ความสุขที่เกิดจากการปล่อยวา�
ไม่ติดข้องในสิ่งต่าง� ด้วยการมีปัญญารู้เท่าทัน
ความเป็นจริง

ดังนั้นเนื่องจากเพื่อการหลุดพ้นจากทุกข�
นิพพานในทัศนะของพุทธปรัชญาจึงเป็นสิ่งที่ควรมุ่งหมา�
แม้ว่าจริงอยู่ที่ผู้หลุดพ้นจะปราศจากทุกข์ใ�
แต่มีทุกข์กายไปตามสภาพร่างกา�
ทว่าก็มิได้ทำให้ผู้หลุดพ้นทุกข์ใจแม้แต่น้อ�
ดังข้อความในมิลินทปัญหาที่ว่�

พระราชาตรัสถามว่�..."พระคุณเจ้าผู้ใดไม่ปฏิเสธ เขาจ�
เสวยเวทนาที่เป็นทุกข์หรือไม่" พระนาคเสนทูลตอบว่า
...เสวยเวทนาที่มีกายเป็นสมุฏฐาน (เหตุให้เกิ�)
ไม่เสวยเวทนาที่มีจิตเป็นสมุฏฐา�

อย่างไรก็ตาม หากมองว่าผู้ที่หลุดพ้น
เมื่อละสังขา� (ร่างกา�) นี้แล้วจะไม่มีการเวียนว่าย
ตายเกิดอีก ก็จะไม่มีกายสังขารอี� ซึ่งก็เท่ากับว่า
ไม่มีทุกข์ทางกายอีกตลอดไ�

อีกประการหนึ่ง เราอาจมองว่า
นิพพานเป็นสิ่งที่ควรมุ่งหมายในแง่ที่ว่�
นิพพานทำให้เรามีเสรีภา� ไม่ถูกกำหนดจากสิ่งภายนอก
เช่น ลา� ยศ สรรเสริญ ซึ่งแม้เรายังไม่บรรลุนิพพา�
แต่หลุดพ้นจากทุกข์ในระดับอริยบุคคลเพียงขั้นใ�
ก็จะทำให้เราประสบสุขและมีเสรีภาพทางใจมากกว่า
ผู้มัวเมาในกิเลส หลงยาเสพติ� วัตถ� เงินตราที่มีค่�
ยิ่งกว่าพระเจ้าองค์ใดๆ ไม่น้อ�

"ผลึกส่วนนิพพานมีค่าแก่สังคมเพียงใด"

ในทัศนะของผู้เขียน ผลึกธรรมส่วนนิพพานนับว่า
มีคุณค่าแก่สังคมอย่างมหาศา� เนื่องจากถ้าสังคมใ�
ประกอบไปด้วยผู้บรรลุหลุดพ้� ซึ่งเป็นผู้กระทำดี
มีจิตใจบริสุทธิ์เป็นธรรม มีเมตตากรุณา
ไม่คิดเบียดเบียน อยู่โดยปกติธรรมชาติของท่าน
สังคมนั้นก็จะมีแต่ความสงบสุขร่มเย็�
นอกจากนี� ท่านผู้บรรลุหลุดพ้นแล้วอาจยังสามาร�
ช่วยสั่งสอนอบรมคนทั้งหลายในสังคม
ให้อยู่ในศีลในธรรมได้อีกด้วย
สังคมก็จะมีความเป็นระเบียบเรียบร้อ�
ไม่สับสนวุ่นวา� ประการสำคั�
ความหลุดพ้นของพุทธปรัชญาเป็นสิ่งที่เกิดจาก
การใช้ปัญญ� มองเห็นสัจจะ ความเป็นจริงขอ�
สรรพสิ่ง รวมทั้งชีวิตมนุษย์เรานี้ ดังนั้�
หากคุณค่าที่เรามองสังคมที่หวังให้เป็�
คือปราศจากทุกข์และเป็นสังคมของผู้มีปัญญา
แล้วไซร้ ความหลุดพ้นของพุทธปรัชญาจะเป็นสิ่ง
ที่มีคุณค่าและมีความหมายที่สุดในสังคมนั้�

| [email protected] |
Hosted by www.Geocities.ws

1