สืบค้นจาก http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05014011050&srcday=2007/10/01&search=no
สืบค้นเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2550
สืบค้นโดย ดร.ชยพร
แอคะรัจน์ www.geocities.com/university2u
-------------------------------
สมร โชคชัย กับงานส่งเสริมปลูกมะกรูด ขายส่งโรงงานผลิตน้ำมันหอมระเหย
(โดย ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ
-เทคโนโลยีชาวบ้าน วันที่
01 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 20 ฉบับที่ 416 )
หลายคนคิดเพียงว่า "มะกรูด" เป็นไม้ยืนต้นสวนครัว
ปลูกเพื่อนำใบและผลมาใช้ประกอบเพื่อเป็นเครื่องแกงชนิดต่างๆ หรือใช้ปรุงแต่งรสชาติของอาหารเท่านั้น
ปัจจุบันมีเกษตรกรปลูกมะกรูดเพื่อผลิตใบและผลส่งขายโรงงานผลิตน้ำมันหอมระเหย
สร้างรายได้ดีไม่แพ้เกษตรกรรมประเภทอื่น อย่างกรณีของ คุณสมร โชคชัย บ้านเลขที่ 88
หมู่ที่ 4 ตำบลชัยนาท อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท 17000 โทร. (081) 041-4741 ส่งเสริมให้เกษตรกรได้ขยายพื้นที่การปลูกมะกรูดเพียงครอบครัวละ
1-3 ไร่ เท่านั้น ผลิตใบขายได้กิโลกรัมละ 7 บาท (ขายใบพร้อมกิ่ง โดยตัดที่ความยาว
50 เซนติเมตร-1 เมตร)
"มะกรูด"
จัดเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่พม่า ไทย มาเลเซีย
อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ในทางพฤกษศาสตร์ จัดมะกรูดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก
มีความสูงเฉลี่ย 2-8 เมตร ลำต้นเกลี้ยงเกลา กิ่งก้านมีหนามแหลม
มีใบย่อยเพียงใบเดียวค่อนข้างหนา มีสีเขียวแก่ กลิ่นหอมฉุน มีน้ำมันหอมระเหย
ลักษณะของดอกมีสีขาว ออกเดี่ยวๆ อยู่เป็นกระจุก 3-5 ดอก กลีบดอกร่วงง่าย
ทรงผลกลมผิวหนาขรุขระ มะกรูดจัดเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์เดียวกับส้มและมะนาว ดังนั้น
จะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินร่วนปนทรายและมีการระบายน้ำที่ดี
มะกรูดที่ปลูกในบ้านเรา
แบ่งออกได้เป็น 2 สายพันธุ์หลัก
คุณสมรได้บอกถึงสายพันธุ์มะกรูดที่ปลูกอยู่ในบ้านเราในขณะนี้
จะแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์หลัก คือ สายพันธุ์ที่ให้ผลมะกรูดดกตลอดปี
ผิวผลค่อนข้างเรียบและผลมีขนาดเล็ก
อีกสายพันธุ์หนึ่งเป็นพันธุ์ผลใหญ่และติดเป็นพวง
ลักษณะของผลมีตะปุ่มตะป่ำคล้ายหูดและมีใบขนาดใหญ่ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะที่จะปลูกเพื่อผลิตใบและผลขายส่งโรงงานแปรรูปน้ำมันหอมระเหย
เครื่องอุปโภคหลายชนิด อาทิ สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน เครื่องสำอาง ฯลฯ
ล้วนแต่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากใบและผลมะกรูด
ยังมีข้อมูลบริษัทบางแห่งมีการนำเอาใบมะกรูดไปตากแห้งและบดให้ละเอียด
ปั้นเป็นลูกกลอนเพื่อส่งออก บ้างก็นำเอาไปเป็นส่วนผสมในอาหารไก่เพื่อช่วยต้านทานโรค
ในทางการแพทย์แผนไทยมีการใช้มะกรูดเป็นยาหรือส่วนผสมของยาต่างๆ อาทิ
น้ำในผลมะกรูดแก้อาการท้องอืด ช่วยให้เจริญอาหาร
น้ำมะกรูดใช้ดองยาเพื่อใช้ฟอกเลือดและบำรุงโลหิตในสตรี
ส่วนของเนื้อนำมาใช้เป็นยาแก้อาการปวดศีรษะ ส่วนของใบมะกรูดใช้เป็นยาขับลมในลำไส้
แก้อาการจุกเสียด
เทคนิคการปลูกมะกรูดเพื่อตัดใบขาย
คุณสมรมีอาชีพในการค้าขายใบมะกรูดมานานนับ 10 ปี
ทำให้ทราบว่ากลุ่มคนที่ปลูกต้นมะกรูดกันมากกลับไม่ใช่เกษตรกร
ส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการที่ใกล้เกษียณอายุ ซึ่งมีเกือบทุกวงการ อาทิ ข้าราชการครู
ตำรวจ ฯลฯ เตรียมเป็นอาชีพหลังเกษียณ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอวัดสิงห์
จังหวัดชัยนาท จากประสบการณ์ในการปลูกมะกรูดให้ประสบผลสำเร็จนั้น
คุณสมรมีเทคนิคในการปลูกคือ ก่อนอื่นจะต้องรู้หน้าใบและหลังใบ
ในการปลูกส่วนของหน้าใบจะต้องหันสู่ทิศตะวันออก (ดวงอาทิตย์ขึ้นทางไหน
หันใบไปทางนั้น) ฤดูกาลปลูก
คุณสมรแนะนำให้ปลูกในช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาวจะดีที่สุด
ถ้าปลูกในช่วงฤดูฝนมักจะพบปัญหาเรื่องโรคราเนื่องจากมีความชื้นสูง
ในการเตรียมหลุมปลูกต้นมะกรูดเช่นกัน
คุณสมรจะไม่รองก้นหลุมด้วยสารฆ่าแมลงในกลุ่มของสารคาร์โบฟูรานเพื่อป้องกันการทำลายจากปลวกเหมือนกับเกษตรกรทั่วไป
จะใส่สารคาร์โบฟูรานหลังจากปลูกเสร็จ
โดยมีความเชื่อว่าปลวกหรือแมลงศัตรูในดินจะทำลายรากของต้นมะกรูดในช่วงผิวดินที่ลึกประมาณ
1-2 เซนติเมตร เท่านั้น ต้นมะกรูดจะตั้งตัวหลังจากปลูกไปได้ประมาณ 1 เดือน คุณสมรแนะนำให้ใช้ปุ๋ยยูเรียผสมกับปุ๋ยคอกเก่า
(ขี้วัวเก่า) ใส่ให้กับต้นมะกรูด แต่ให้ใส่ห่างจากโคนต้นสัก 1 คืบ
ถ้าเป็นช่วงฤดูแล้งให้ทำเปลือกถั่วเขียวมาคลุมโคนต้น อย่าให้ติดโคนต้นเช่นกัน
ปุ๋ยที่ใส่ไปจะกระตุ้นการแตกยอดให้เร็วขึ้น
แนะนำให้เกษตรกรที่จะปลูกมะกรูดในพื้นที่ 1 ไร่
คุณสมรแนะนำให้ปลูกด้วยการใช้ต้นมะกรูดเสียบยอดและควรใช้พันธุ์ที่มีขนาดใบใหญ่และผลตะปุ่มตะป่ำ
(เสียบบนต้นตอมะนาวพวง รากมะนาวพวงหากินเก่งทำให้ต้นเจริญเติบโตไว)
ที่ไม่ส่งเสริมให้ปลูกโดยการใช้กิ่งตอนเนื่องจากเมื่อต้นใหญ่ขึ้นมีโอกาสโค่นล้มได้ง่าย
วิธีการเสียบยอดมะกรูดของคุณสมรจะใช้วิธีการเสียบแบบผ่าลิ่ม
จากที่กล่าวมาแล้วในข้างต้นว่า
ต้นตอจะใช้กิ่งมะนาวพวงโดยเลือกกิ่งที่มีลักษณะกลางแก่กลางอ่อนที่มีขนาดต้นประมาณแท่งดินสอ
(วิธีสังเกตต้นตอที่ดีเปลือกผิวจะมีลายที่ชาวบ้านเรียกว่า "ลายนกคุ้ม"
จะดีมาก) สำหรับยอดพันธุ์มะกรูดที่จะนำมาเสียบควรเลือกกิ่งที่มีความสมบูรณ์และใบสวย
ขนาดของยอดที่ตัดมาเสียบให้มีความยาวประมาณ 30-50 เซนติเมตร
และขนาดของยอดควรใหญ่ใกล้เคียงกับต้นตอ
คุณสมรได้ย้ำถึงข้อดีของการปลูกต้นมะกรูดที่ได้จากการเสียบยอดแบบผ่าลิ่มว่า
ระบบรากจะดีมาก เมื่อแผลจากการเสียบประสานเชื่อมติดสนิทจะเหมือนกับต้นเพาะเมล็ด
ต้นจะเจริญเติบโตได้เร็วมาก
ในพื้นที่ 1 ไร่ จะปลูกมะกรูดได้ 400 ต้น โดยใช้พื้นที่ปลูก 2x2 เมตร
และแซมด้วยการปลูกกล้วยน้ำว้าเพื่อช่วยเป็นร่มเงาในปีแรก เมื่อต้นมะกรูดมีอายุได้
1 ปีเต็ม เราจะได้กล้วยต้นละ 1 เครือ เป็นรายได้เสริม
ให้โค่นต้นกล้วยทิ้งเมื่อต้นมะกรูดมีอายุเข้าปีที่ 3 เริ่มตัดใบมะกรูดขายได้ทุกๆ 3
เดือน เมื่อคิดเป็นเงินจากการขายใบมะกรูด 70 บาท ต่อต้น ต่อรุ่น จะได้เงิน 28,000 บาท (ใน 1 ปี จะมีรายได้จากการขายใบมะกรูดถึง 112,000 บาท ต่อไร่) คุณสมรยังได้บอกว่า
สภาพพื้นที่ปลูกควรเลือกสภาพดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำที่ดีและเตรียมแปลงแบบลูกฟูกเพื่อช่วยการระบายน้ำ
จุดสำคัญที่สุดของการปลูกมะกรูดเพื่อตัดใบขายนั้นจะต้องมีสภาพแหล่งน้ำที่สมบูรณ์
(ถ้าแหล่งน้ำไม่สมบูรณ์อาจจะตัดใบมะกรูดได้เพียงปีละครั้งเท่านั้น)
สำหรับคำแนะนำ
ทางราชการจะแนะนำสำหรับพื้นที่ที่พบว่ามีลมพัดแรงจำเป็นจะต้องปลูกต้นไม้กันลม
เกษตรกรจะปลูกต้นสนปฎิพัทธ์ ไผ่รวกหรือไผ่ชนิดอื่นๆ เป็นแนวกันลมก็ได้
หรืออาจจะปลูกกล้วยหินซึ่งจัดเป็นกล้วยท้องถิ่นของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทางชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร ได้มีการนำต้นพันธุ์กล้วยหินมาจากไร่ บี.เอ็น
ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ มาปลูกรอบแปลงปลูกไม้ผล
ผลปรากฏว่าต้นกล้วยหินซึ่งจัดเป็นกล้วยที่ลำต้นสูงใหญ่ใช้เป็นแนวกันลมได้อย่างดีไม่แพ้ไม้ชนิดอื่นๆ
ยังมีคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับเกษตรกรที่ปลูกกล้วยไข่ว่า
ควรจะปลูกกล้วยหินเป็นแนวกันลมล้อมรอบแปลงกล้วยไข่
ในเรื่องของการดูแลรักษาต้นมะกรูดเพื่อตัดใบขายนั้น
ควรจะมีการฉีดพ่นสารเคมีเพื่อป้องกันรักษาใบให้ดี
โดยเฉพาะในช่วงของการแตกใบอ่อนจะพบการระบาดของหนอนชอนใบ แนะนำให้ฉีดพ่นสารโปรวาโด
อัตรา 1-2 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร (1 ปี๊บ) เป็นที่ทราบกันดีว่า
สารโปรวาโดเป็นสารในกลุ่มอิมิดาคลอพริดที่ใช้อัตราน้อยที่สุด
และเมื่อคำนวณต้นทุนการผลิตต่ำกว่าสารอิมิดาคลอพริดชนิดอื่นๆ นอกจากนั้น
เกษตรกรที่ปลูกต้นมะกรูดจะต้องควบคุมโรคแคงเกอร์ให้ได้
โดยภาพรวมแล้วการปลูกมะกรูดมีการดูแลรักษาที่น้อยกว่าการปลูกมะนาวและพืชตระกูลส้มชนิดอื่นๆ
ใบมะกรูดดีหรือมีตำหนิ มีการรับซื้อทั้งหมด
คุณสมรบอกว่า
โรงงานที่รับซื้อใบและผลมะกรูดมีจุดประสงค์เพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำมันหอมระเหย
จะมีการรับซื้อทั้งใบและผลโดยรับซื้อเป็นกิโลกรัม รูปแบบของการรับซื้อจะมีรถพร้อมคนงานไปตัดใบและผลมะกรูดถึงสวน
รถปิคอัพแต่ละคันจะต้องตัดใบมะกรูดได้อย่างน้อยวันละ 500 กิโลกรัม
โดยจะเริ่มลงมือประมาณ 9 โมงเช้า-ประมาณบ่าย 2 โมง จะเสร็จเรียบร้อย
ขนใบมะกรูดมารวบรวมไว้ในที่ร่มเพื่อเตรียมส่งโรงงานและจะเก็บใบและผลมะกรูดได้ไม่เกิน
3 วัน เจ้าของสวนเพียงแต่นัดวันเวลาให้ไปตัดเท่านั้น
ราคารับซื้อถึงสวนถ้าเป็นใบที่สวยจะรับซื้อเฉลี่ยกิโลกรัมละ 7-10 บาท
ส่วนใบที่มีตำหนิหรือมีร่องรอยของการทำลายของโรคและแมลง (เช่น หนอนชอนใบ เพลี้ยไฟ
และไร เป็นต้น) จะรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 3 บาท ส่วนของผลมะกรูดจะรับซื้อทั้งหมด
(แยกเฉพาะผลเน่าออก) โดยใช้วิธีการเขย่าต้น ในราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 3 บาท เช่นกัน
ปัจจุบันพื้นที่ปลูกมะกรูดในเชิงพาณิชย์ยังมีน้อยมากและยังมีเกษตรกรอีกจำนวนมากที่ยังไม่ทราบว่าใบและมะกรูดมีตลาดดีกว่าพืชอีกหลายชนิด
และเป็นพืชที่มีการจัดการดูแลรักษาไม่ยุ่งยากเหมือนพืชตระกูลส้มชนิดอื่นๆ
แหล่งผลิตใบและผลมะกรูดที่สำคัญในปัจจุบันนี้จะอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี
และจังหวัดอุทัยธานี
คุณสมรยังได้เล่าถึงใบและผลมะกรูดที่ส่งไปขายยังโรงงานจะไม่เข้มงวดในเรื่องของสารเคมีตกค้างมากนัก
เมื่อผลผลิตไปถึงยังโรงงานจะนำเข้าตู้นึ่งทันที ใบที่นำไปส่งก็ไม่ต้องริดเป็นใบๆ
จะมัดกิ่งพร้อมใบเป็นฟ่อนและไปชั่งน้ำหนักคิดเป็นเงินที่ปลายทาง
ราคาการรับซื้อจะค่อนข้างคงที่ตลอดทั้งปี คุณสมรบอกว่า ราคาไม่เคยตก
ผลผลิตโดยรวมที่มีพ่อค้ารวบรวมมาส่งขายยังโรงงานยังไม่เพียงพอด้วยซ้ำไป
ต้นทุนในการผลิตมะกรูดเพื่อตัดใบขาย
ไร่ละ 15,000 บาท
คุณสมรได้ย้ำว่า ในแต่ละครัวเรือนควรจะปลูกต้นมะกรูด
(ใช้กิ่งเสียบยอดบนต้นตอมะนาวพวง) เฉลี่ย 1-3 ไร่ ก็เพียงพอแล้ว
และปลูกในระบบชิดคือ ใช้ระยะปลูก 2x2 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 400 ต้น
ราคากิ่งพันธุ์มะกรูดเสียบยอดราคาต้นละ 25 บาท พื้นที่ 1 ไร่ คิดเป็นค่ากิ่งพันธุ์
10,000 บาท เมื่อคิดรวมค่าปุ๋ย ค่าสารปราบศัตรูพืช
ค่าระบบน้ำและค่าจัดการอื่นๆ อีกประมาณไร่ละ 5,000 บาท
รวมเป็นเงินลงทุนในปีแรกประมาณ 15,000 บาท ต่อไร่
ต้นมะกรูดจะเริ่มตัดใบขายได้ในเชิงพาณิชย์เมื่อต้นมีอายุเข้าปีที่ 3
และจะตัดขายได้ปีละ 4 รุ่น ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น
ต้นมะกรูดที่มีการดูแลรักษาที่ดีพอประมาณจะมีอายุได้ยืนยาวกว่า 10 ปี
หนังสือ "ปลูกมะกรูดตัดใบและอาชีพเกษตรกรรมทำง่ายรายได้งาม เล่ม
2" พิมพ์ 4 สี จำนวน 84 หน้า มีแจกฟรี เกษตรกรและผู้สนใจเขียนจดหมายสอดแสตมป์
50 บาท ส่งมาขอได้ที่ ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร เลขที่ 2/200 ถนนศรีมาลา
ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร 66000 โทร. (056) 613-021, (056)
650-145 และ (081) 886-7398
-----------------------------------------