2. การผสมน้ำผึ้งกับยาผง
ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะยาจะเป็นเม็ดหรือไม่เป็นเม็ดก็ขึ้นอยู่กับการผสมน้ำผึ้งกับยาผงนี้แหละ
- นำผงยาที่ชั่งเตรียมเอาไว้ ใสลงไปในกาลละมังที่แห้งและสะอาด
- ตวงน้ำผึ้งที่เคี่ยวได้ที่แล้วค่อย ๆเทรราดลงไปบนยาผงทีละน้อย ๆ เอามือที่สะอาดคลุกเคล้ายาผงให้เข้ากับน้ำผึ้ง เทราดน้ำผึ้งคลุกเคล้ากับยาผงไปเรื่อย ๆ จนยาได้ที่สังเกตได้โดยหยิบยาที่เคล้าทดลองปั้นเป็นเม็ดดูด้วยมือ ดูว่าเป็นเม็ดดีหรือยัง ยาติดนิ้วมือหรือไม่ อย่างไร ถ้ายาที่ได้ที่แล้วก็จะไม่ติดนิ้วมือเลย บีบเม็ดยาที่ปั้นดูว่ายานี้แตกร่วนหรือไม่ ถ้ายานี้ไม่แตกร่วนยังเป็นเม็ดเกาะกันดีอยู่ แสดงว่ายานี้ได้ที่แล้ว ถ้าบีบแล้วยาแตกร่วนอยู่แสดงว่าการคลุกเคล้ายาไม่เข้ากับน้ำผึ้ง
- การปั้นเป็นเม็ดลูกกลอนก็เป็นเรรื่องที่สำคัญเช่นเดียวกัน จะต้องปั้นให้กลมและมีขนาดสม่ำเสมอกันด้วย ในการปั้นทำได้โดยค่อย ๆ แบ่งยาที่ผสมเอาไว้มาปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.8 ซ.ม. ในการปั้นด้วยมือนั้นทำได้ช้า ในขณะที่ปั้นน้ำผึ้งที่ผสมอยู่ในตัวยาก็จะแห้งลงไปเรื่อย ๆ จึงจะต้องคอยทดสอบดูว่าลูกกลอนที่ปั้นบีบแล้วแตกร่วนหรือไม่ ถ้าเกิดแตกร่วนก็แสดงว่ามีน้ำผึ้งน้อยเกินไปแล้ว จะต้องจัดการเติมน้ำผึ้งลงไปคลุกเคล้ากับตัวยาอีก แล้วจึงมาปั้นเป็นลูกกลอนใหม่
อย่าลืมว่าน้ำผึ้งที่ผสมในยาผงนี้จะต้องพอเหมาะด้วยหากมากเกินไปก็จะเหลว ไม่จับกันเป็นก้อนอีก หากน้อยไปลูกกลอนก็จะแตกร่วนง่ายทีเดียว ยุ่งยากพอสมควรในเรื่องนี้
นอกจากการปั้นเป็นเม็ดกลม ๆ แบบลูกกลอนแล้วยังสามารถใช้วิธีการง่าย ๆ อีก กล่าวคือ เอาน้ำสะอาดผสมคลุกเคล้ากับยาสมุนไพร ใช้เครื่องปั้นเม็ดยาแบบใช้มือปั๊มทำเป็นยาเม็ดก็เก็บเอาไว้ใช้ได้อีกเช่นเดียวกัน
นำเอายาลูกกลอนหรือยาเม็ดที่ได้เอาไว้ในถาด อย่าให้เม็ดยาทับซ้อนกันไปมา ตากแดดจัดเอาไว้สัก 1 - 2 แดดตามเม็ดยาให้แห้งอย่างสม่ำเสมอ แต่อย่าตามจนเม็ดยาแห้งแข็ง ทำให้เวลารับประทานแล้วยาจะละลายตัวเองได้ช้ามากเกินไป ไม่ดี
เม็ดยาแห้งดีพอสมควรก็เก็บเอาไว้ในขวดที่สะอาดมีฝาปิดอย่างมิดชิดก็ใช้ได้Copyright © www. klaibann.com.All rights reserved