

![]()
หนังสิอพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ : วันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2545
|
ซีพีประกาศยึดหัวหาดจีน ผุดโลตัสแข่งวอล-มาร์ท เร่งขยายผลิตมอเตอร์ไซค์ 3 ล้านคันใน 10 ปี
ซีพี วางเป้าหมายตะลุยเปิด "โลตัส" ในจีนแข่ง "วอล-มาร์ท" ยักษ์ดิสเคาท์สโตร์ ของสหรัฐ ประกาศยุทธศาสตร์ มุ่งเกษตร-ค้าปลีก-จักรยานยนต์ ปักหลักแน่น โดยในส่วนจักรยานยนต์ลั่นขยายกำลังผลิต 3 ล้านคัน ใน 10 ปี ปรับกลยุทธ์ผนึก "ว่านลี่-ชิงเตา" เบียร์เจ้าถิ่น ช่วยแก้ขาดทุน โชว์ทรัพย์สินในจีนล่าสุดมูลค่าเกือบ 2 แสนล้านบาท นายธนากร เสรีบุรี ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจยานยนต์-อุตสาหกรรม และประธานกรรมการ บริษัท เซี่ยงไฮ้ คิงฮิลล์ ผู้บริหารศูนย์การค้า ซูเปอร์แบรนด์มอลล์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ให้สัมภาษณ์ "กรุงเทพธุรกิจ" ถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของเครือซีพีในจีนล่าสุด ว่าธุรกิจที่จะขยายมากที่สุดในจีนขณะนี้ ได้แก่ ค้าปลีก โดยหลังจากเปิดศูนย์การค้า ซูเปอร์แบรนด์ มอลล์ ศูนย์การค้าที่ใหญ่ติดอันดับโลก มูลค่าการลงทุน 2 หมื่นล้านบาท บนเนื้อที่ 20 ไร่ ในย่านลู่เจียจุ่ย เขตเศรษฐกิจพิเศษผู่ตง เมื่อวานนี้ (18 ต.ค.) แล้วต่อไป ซีพียังได้วางแผนขยายเปิด ซูเปอร์เซ็นเตอร์ภายใต้ชื่อ "โลตัส" ให้มากที่สุด เนื่องจากเป็นกิจการที่กำลังเติบโตสูงมากเช่นเดียวกับเมืองไทย เป้าหมายสะท้านโลกแข่งกับวอล-มาร์ท ทั้งนี้ ทางซีพีมีคู่แข่งที่สำคัญ คือ วอล-มาร์ท ทางเครือจึงวางเป้าหมายเปิดสาขาโลตัสที่ประเทศจีน ให้ได้มากที่สุด ซึ่งกำลังศึกษาว่าจะเปิดที่ไหนบ้าง และจะเปิดอย่างรวดเร็วเพื่อปักธงก่อนที่ค้าปลีกระดับโลก จะเข้ามาลงทุน ล่าสุดโลตัสได้เปิดบริการไปแล้ว จำนวน 9 สาขา โดยสาขาที่ 9 อยู่ในซูเปอร์แบรนด์ มอลล์ นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจค้าส่งที่ ซีพี ร่วมกับ แม็คโครอีก 4 แห่ง และเจียไต๋คลับของซีพีเอง 1 แห่ง ซึ่งเป็นโครงการนำร่องตั้งอยู่ที่เมืองอูฮั่น "ตอนนี้ วอล-มาร์ท มีทั่วโลก 6 พันสาขา เพราะฉะนั้นที่จีนเปิด 5-6 พันสาขาไม่มีปัญหา มีการลงทุนที่จีนประมาณแห่งละ 100 ล้านบาท" นายธนากร กล่าวและว่า ขณะนี้ ยักษ์ค้าปลีกที่เข้ามาลงทุนในจีนแล้ว ได้แก่ เมโทร, คาร์ฟูร์, โอชอง และวอล-มาร์ท กำลังทำข้อตกลงกับรัฐบาลจีนเพื่อเปิดสาขาที่เซี่ยงไฮ้ อย่างไรก็ตาม เมื่อ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา วอล-มาร์ท ได้แถลงที่ปักกิ่งว่า ได้บรรลุข้อตกลงกับพันธมิตรในจีน คือ ไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล ทรัสต์ แอนด์ อินเวสเม้นท์ (ซิติก) เพื่อเตรียมเปิดสาขาในนครเซี่ยงไฮ้ แต่ข้อตกลงนี้ยังต้องรออนุมัติ จากรัฐบาลจีนก่อน โดยปกติบริษัทต่างชาติจะได้รับอนุญาตให้เข้ามาถือหุ้นในบริษัทร่วมทุนค้าปลีกได้ไม่เกิน 65% ขยายอุตฯจักรยานยนต์3ล้านคันใน10ปี ส่วนการลงทุนด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ซีพี มีโครงการขยายเกี่ยวกับ จักรยานยนต์ ปัจจุบันโรงงานที่ โลวหยาง ผลิตได้ 5 แสนคัน ใน อีก 10 ปี ตั้งเป้าผลิต 3 ล้านคัน ขายเฉพาะในจีน ธุรกิจนี้ในประเทศไทยไม่น่าสนใจ เพราะคู่แข่งมาก และราคาขายแพง เช่น ที่จีน ซีพี ขายมอเตอร์ไซค์ราคาไม่ถึง 2.5 หมื่นบาท ที่ไทยขายเกือบ 4 หมื่น ซึ่งเป็นเพราะประเทศไทยเก็บภาษีสูง รวมทั้งขั้นตอนการผลิตผ่านคนกลางมากเกินไป "ที่เมืองจีน มีกฎหมายห้ามใช้มอเตอร์ไซค์ที่เมืองใหญ่ เพราะปัญหาด้านมลภาวะอากาศและเสียง ดังนั้น กลุ่มเป้าหมายจะอยู่ที่ชนบท ขณะนี้จีนผลิตมอเตอร์ไซค์มากอันดับ 1 ของโลก มีโรงงานร้อยกว่าโรงงาน ผลิตปีละ 12 ล้านคัน กำลังการผลิต 15 ล้านคัน ซีพีเองจึงขยายส่งออกมอเตอร์ไซค์ไปขายต่างประเทศ เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย แต่ไม่ส่งมาไทย เพราะภาษีแพง" นายธนากร กล่าว งัดกลยุทธ์ผนึก ชิงเตาลุยทำตลาดเบียร์ ด้าน ธุรกิจเบียร์ ในประเทศจีน ซีพี มี 1 โรงงาน และกำลังลดบทบาทลง เนื่องจากการทำธุรกิจเบียร์ที่จีนต้องมีหลายโรงจึงจะสำเร็จ และยังต้องทำตลาดแบบ เนชั่นแนลแบรนด์ คือใช้แบรนด์เดียวทำตลาดทั้งประเทศ เพราะเบียร์ไม่สามารถส่งข้ามมณฑลได้ด้วยเหตุผลด้านคุณภาพ ดังนั้น ถ้าจะลงทุนธุรกิจเบียร์ต้องลงทุนอีกมหาศาล จึงใช้วิธีเข้าไปร่วมทุนกับแบรนด์ดังๆ ในจีน เช่น โรงงานเบียร์ที่หนานหนิง เมื่อต้นปีขายหุ้น 30% ให้ ชิงเตา บริษัทเบียร์ใหญ่อันดับ 7 ของโลก และเป็นแบรนด์เบียร์ใหญ่ที่สุดของจีน ดังนั้น จึงผลิตเบียร์ ชิงเตา ที่โรงงานซีพี และใช้ช่องจำหน่ายร่วมกัน ทำให้เริ่มมีกำไรในปีนี้ ตั้งแต่เดือน พ.ค.หลังจากขาดทุนมา 6-7 ปี โดยแบ่งหุ้นของบริษัทให้ ชิงเตา 30% ซีพี 45% บุญรอดบริวเวอรี่ 45% และไทยพาณิชย์ 10% อนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะขาย โรงงาน หากได้ราคาสูงหรืออาจจะทำธุรกิจร่วมกับเจ้าถิ่นเพื่อเติบโตร่วมกัน "ธุรกิจเบียร์ไม่ใช่ธุรกิจหลักของซีพี ที่ไปลงทุนที่จีนก็เพราะในอดีตได้นำ ไฮเนเก้น ไปลงที่เซี่ยงไฮ้ แต่ที่ลงทุนไปก่อนแล้ว เพราะต้องการช่วยธุรกิจคนไทยลงทุนในจีนได้ เพราะตอนนั้นเบียร์สิงห์ต้องการเข้าไปลงทุน จึงขอความร่วมมือมาที่เรา" ผู้บริหารเครือ ซีพี กล่าว แช่แข็งธุรกิจปิโตรเคมี ด้านธุรกิจ ปิโตรเคมี ซีพี คงไม่ขยาย เพราะไม่ใช่สิ่งที่ชำนาญ หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจ ซีพีจะมุ่งเรื่องเกษตร และลงทุนเฉพาะสิ่งที่ชำนาญ เช่น รีเทลที่เห็นชัดมาก, มอเตอร์ไซค์ และค้าปลีก เป็น 3 ธุรกิจหลักในจีน ส่วนธุรกิจที่ไม่ชำนาญก็จะไม่ขยายมากไปกว่านี้ เช่น คอมเพรสเซอร์แอร์รถยนต์, เบียร์, ซีเมนต์ ซึ่งบางตัวอาจมีการเลิกไป เพื่อนำมาลงทุนด้านอื่น เช่น โรงงานซีเมนต์ที่หากมีคนซื้อก็จะขายเพราะไม่ได้กำไร ด้านอสังหาฯ ไม่คิดทำเพราะไม่ชำนาญ สู้นักลงทุนสิงคโปร์ไม่ได้ ซีพีเองมีที่ดินที่จีนมาก เพราะรัฐบาลให้ทำเลดีๆ มาแลกกับการไปสร้างความเจริญให้ประเทศ แต่ในช่วงวิกฤติก็ขายที่ทิ้งไปมาก เช่น ที่กวางเจา แต่ตอนนี้ก็ยังมีที่ดินหลายแปลง เซี่ยงไฮ้, เสิ่นหยาง, เทียนจิง, ฝูโจว ซึ่งก็คงทยอยขายไปเรื่อยๆ แต่ถ้ามีโอกาสก็พร้อมที่จะพัฒนา ด้านโรงงานอาหารสัตว์ที่จีนมีถึง 104 แห่ง ตอนนี้กำลังวางแผนจะขยายต่อไป เพราะเป็นการดำเนินการไปพร้อมๆ กับธุรกิจด้านการเกษตรอื่นๆ ที่ ซีพีเอฟ กำลังจะเข้าไปขยายการลงทุนอีกหลายโครงการ โชว์สินทรัพย์ในจีนเกือบ2แสนล้าน นายธนากร กล่าวว่า การลงทุนปีหน้า ดูจากทรัพย์สินในเมืองจีนมีมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 2 แสนล้านบาท ถ้าลงทุนเพิ่ม 10% ก็คือ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 2 หมื่นล้านบาท แต่ตัวเลขนี้เป็นการคิดแบบคร่าวๆ ปัจจุบัน ซีพี กรุ๊ป ดำเนินธุรกิจหลายประเภทครอบคลุม 29 มณฑล จากทั้งหมด 31 มณฑลในจีน โดยมากกว่า 100 บริษัท จาก 173 บริษัท เป็นกลุ่มธุรกิจทางด้านการเกษตรอันเป็นธุรกิจหลัก |
![]()
กลับไปยังหน้า กรณีศึกษา...บริษัทในประเทศ
[email protected] , [email protected]