ไฟล์เสียง
:
http://www.fungdham.com/download/praysound/1/tamwatyen.mp3
ทำวัตรเย็น
คำบูชาพระรัตนตรัย
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พระผู้มีพระภาคเจ้า, เป็นพระอรหันต์,
ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง,ตรัสรู้ชอบได้ โดยพระองค์เอง
พุทธัง ภะคะวันตัง
อะภิวาเทมิ ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า,
ผู้รู้ ผู้ตื่นผู้เบิกบาน (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม พระธรรม
เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า, ตรัสไว้ดีแล้ว
ธัมมัง นะมัสสามิ ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม
(กราบ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติดีแล้ว
สังฆัง นะมามิ ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์
(กราบ)
ปุพพภาคนมการ
(นำ)
(หันทะ
มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต
ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโรมะ เส)
นะโม
ตัสสะ ภะคะวะโต ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
อะระหะโต ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส
สัมมาสัมพุทธัสสะ ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
(ว่า
๓ จบ)
พุทธานุสสติ
(นำ) (หันทะ
มะยัง พุทธานุสสะตินะยัง
กะโรมะ เส)
ตัง
โข ปะนะ ภะคะวันตัง เอวัง -
กัลยาโณ กิตติสัทโท อัพภุคคะโต ก็กิตติศัพท์อันงามของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น,
ได้ฟุ้งไปแล้วอย่างนี้ว่า
อิติปิ โส ภะคะวา เพราะเหตุอย่างนี้ๆ
พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น
อะระหัง เป็นผู้ไกลจากกิเลส
สัมมาสัมพุทโธ เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
วิชชาจะระณะสัมปันโน เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ
สุคะโต
เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี
โลกะวิทู เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า
สัตถา
เทวะมะนุสสานัง เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
พุทโธ เป็นผู้รู้
ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม
ภะคะวาติ เป็นผู้มีความจำเริญจำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์
ดังนี้
พุทธาภิคีติ
(นำ)
(หันทะ
มะยัง พุทธาภิคีติง กะโรมะ เส)
พุทธะวาระหันตะวะระตาทิคุณาภิยุตโต พระพุทธเจ้าประกอบด้วยคุณ,
มีความประเสริฐแห่งอรหันตคุณเป็นต้น
สุทธาภิญาณะกรุณาหิ สะมาคะตัตโต มีพระองค์อันประกอบด้วยพระญาณ
และพระกรุณาอันบริสุทธิ์
โพเธสิ โย สุชะนะตัง
กะมะลังวะ สูโร พระองค์ใด ทรงกระทำชนที่ดีให้เบิกบาน,
ดุจอาทิตย์ทำบัวให้บาน
วันทามะหัง ตะมะระณัง สิระฐา ชิเนนทัง ข้าพเจ้าไหว้พระชินสีห์
ผู้ไม่มีกิเลสพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า
พุทโธ โย สัพพะปาณีนัง
สะระณัง เขมะมุตตะมัง พระพุทธเจ้าพระองค์ใด
เป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย
ปะฐะมานุสสะติฏฐานัง
วันทามิ
ตัง สิเรนะหัง ข้าพเจ้าไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น,
ผู้ทรงเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกองค์ที่หนึ่งด้วยเศียรเกล้า
พุทธัสสาหัสมิ ทาโส (ทาสี) วะ
พุทโธ เม สามิกิสสะโร ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระพุทธเจ้า,
พระพุทธเจ้าเป็นใหญ่มีอิสระเหนือข้าพเจ้า
พุทโธ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ
วิธาตา
จะ หิตัสสะ เม พระพุทธเจ้าเป็นเครื่องกำจัดทุกข์,
และทรงไว้ซึ่งประโยชน์เกื้อกูลแก่ข้าพเจ้า
พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระพุทธเจ้า
วันทันโตหัง (ตีหัง) จะริสสามิ
พุทธัสเสวะ สุโพธิตัง ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม
ซึ่งความตรัสรู้ดีของพระพุทธเจ้า
นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง
พุทโธ เม สะระณัง วะรัง ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี,
พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า
เอเตนะ
สัจจะวัชเชนะ
วัฑเฒยยัง สัตถุสาสะเน ด้วยการกล่าวคำสัจนี้,
ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา
พุทธัง เม วัน ทะมาเนนะ (มานายะ)
ยัง
ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระพุทธเจ้า,
ได้ขวนขวายบุญใดในบัดนี้
สัพเพปิ อันตะรายา เม
มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา ขออันตรายทั้งปวง
อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งบุญนั้น
(กราบหมอบลงว่า)
กาเยนะ วาจายะวะ เจตะสา วา ด้วยกายก็ดี
ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี
พุทเธ กุกัมมัง
ปะกะตัง มะยา ยัง กรรมน่าติเตียนอันใด
ที่ข้าพเจ้ากระทำล่วงเกินแล้วในพระพุทธเจ้า
พุทโธ ปะฏิคคัณหะตุ
อัจจะยันตัง ขอพระพุทธเจ้า
จงอดโทษล่วงเกินอันนั้น
กาลันตะเร สังวะริตุง วะ พุทเธ เพื่อสำรวมระวัง
ในพระพุทธเจ้า ในกาลต่อไป
ธัมมานุสสติ
(นำ) (หันทะ มะยัง ธัมมานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม พระธรรม
เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว
สันทิฏฐิโก เป็นธรรมที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ
พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
อะกาลิโก เป็นธรรมที่ปฏิบัติได้
และให้ผลได้ ไม่จำกัดกาล
เอหิปัสสิโก เป็นธรรมที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า
ท่านจงมาดูเถิด
โอปะนะยิโก เป็นธรรมที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ
เป็นธรรมที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน
ดังนี้
ธัมมาภิคีติ
(นำ)
(หันทะ มะยัง ธัมมาภิคีตัง กะโรมะ เส )
สวากขาตะตาทิคุณะโยคะวะเสนะ
เสยโย พระธรรม เป็นธรรมที่ประเสริฐ เพราะประกอบด้วยคุณ
คือความที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว เป็นต้น
โย
มัคคะปากะปะริยัตติวิโมกขะเภโท
พระธรรมใด
จำแนกเป็น มรรค ผล
ปริยัติ และนิพพาน
ธัมโม กุโลกะปะตะนา ตะทะธาริธารี เป็นธรรมทรงไว้ซึ่งผู้ทรงธรรม จากการตกไปสู่โลกที่ชั่ว
วันทามะหัง ตะมะหะรัง วะระธัมมะเมตัง ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมอันประเสริฐนั้น
อันเป็นเครื่องขจัดเสียซึ่งความมืด
ธัมโม โย สัพพะปาณีณัง
สะระณัง เขมะมุตตะมัง พระธรรมใด
เป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย
ทุติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมนั้น
อันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกองค์ที่สองด้วยเศียรเกล้า
ธัมมัสสาหัสมิ ทาโส (ทาสี) วะ
ธัมโม เม สามีกิสสะโร ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระธรรม
พระธรรมเป็นใหญ่มีอิสระเหนือข้าพเจ้า
ธัมโม ทุกขัสสะ ฆาตา จะ
วิธาตา
จะ หิตัสสะ เม พระธรรมเป็นเครื่องกำจัดทุกข์
และทรงไว้ซึ่งประโยชน์เกื้อกูลแก่ข้าพเจ้า
ธัมมัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตตัญจิทัง ข้าพเจ้าขอมอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระธรรม
วันทันโต
(ตี) หัง จะริสสามิ
ธัมมัสเสวะ สุธัมมะตัง ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม
ซึ่งความเป็นธรรมดีของพระธรรม
นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง
ธัมโม เม สะระณัง วะรัง
ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี
พระธรรมเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า
เอเตนะ
สัจจะวัชเชนะ
วัฑเฒยยัง สัตถุสาสะเน ด้วยการกล่าวคำสัจนี้
ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา
ธัมมัง เม วันทะมาเนนะ (มานายะ)
ยัง
ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระธรรม
ได้ขวนขวายบุญใดในบัดนี้
สัพเพปิ อันตะรายา เม
มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา ขออันตรายทั้งปวง
อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งบุญนั้น
(กราบหมอบลงว่า)
กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา ด้วยกายก็ดี
ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี
ธัมเม กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง กรรมน่าติเตียนอันใด
ที่ข้าพเจ้ากระทำล่วงเกินแล้วในพระธรรม
ธัมโม ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง ขอพระธรรม
จงอดโทษล่วงเกินอันนั้น
กาลันตะเร สังวะริตุง
วะ ธัมเม เพื่อสำรวมระวัง
ในพระธรรม ในกาลต่อไป
สังฆานุสสติ
(นำ) (หันทะ มะยัง สังฆานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด, ปฏิบัติดีแล้ว
อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด, ปฏิบัติตรงแล้ว
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด,
ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว
สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด,
ปฏิบัติสมควรแล้ว
ยะทิทัง ได้แก่บุคคลเหล่านี้
คือ
จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา คู่แห่งบุรุษ
๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้
๘ บุรุษ
เอสะ
ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ นั่นแหละสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า
อาหุเนยโย เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา
ปาหุเนยโย เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ
ทักขิเณยโย เป็นสงฆ์ควรรับทักษิณาทาน
อัญชะลีกะระณีโย เป็นสงฆ์ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี
อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ เป็นเนื้อนาบุญของโลก, ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า
ดังนี้
สังฆาภิคีติ
(นำ) (หันทะ มะยัง สังฆาภิคีติง กะโรมะ เส)
สัทธัมมะโช สุปะฏิปัตติคุณาทิยุตโต พระสงฆ์ที่เกิดโดยพระสัทธรรม,
ประกอบด้วยคุณมีความปฏิบัติดี
เป็นต้น
โยฏฐัพพิโธ อะริยะปุคคะละสังฆะเสฏโฐ เป็นหมู่แห่งพระอริยะบุคคลผู้ประเสริฐแปดจำพวก
สีลาทิธัมมะปะวะราสะยะกายะจิตโต มีกายและจิตอันอาศัยธรรมมีศีลเป็นต้นอันบวร
วันทามะหัง ตะมะริยานะคะณัง สุสุทธัง ข้าพเจ้าไหว้หมู่แห่งพระอริยะเจ้าเหล่านั้นผู้บริสุทธิ์ด้วยดี
สังโฆ โย สัพพะปาณีนัง
สะระณัง เขมะมุตตะมัง พระสงฆ์หมู่ใด
เป็นสะระณะ
อันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย
ตะติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง ข้าพเจ้าไหว้พระสงฆ์หมู่นั้น,
ผู้เป็นที่ตั้งแห่งความระลึกองค์ที่สามด้วยเศียรเกล้า
สังฆัสสาหัสมิ ทาโส (ทาสี) วะ
สังโฆ เม สามิกิสสะโร ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระสงฆ์
พระสงฆ์เป็นใหญ่มีอิสระเหนือข้าพเจ้า
สังโฆ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ
วิธาตา
จะ หิตัสสะ เม
พระสงฆ์เป็นเครื่องกำจัดทุกข์
,
และทรงไว้ซึ่งประโยชน์เกื้อกูลแก่ข้าพเจ้า
สังฆัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระสงฆ์
วันทันโตหัง (ตี) หัง จะริสสามิ
สังฆัสโสปะฏิปัน นะตัง ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม,
ซึ่งความเป็นผู้ปฏิบัติดีของพระสงฆ์
นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง
สังโฆ เม สะระณัง วะรัง ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี,
พระสงฆ์เป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า
เอเตนะ
สัจจะวัชเชนะ
วัฑเฒยยัง สัตถุสาสะเน ด้วยการกล่าวคำสัจนี้,
ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา
สังฆัง เม วันทะมาเนนะ (มานายะ)
ยัง
ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระสงฆ์,
ได้ขวนขวายบุญใดในบัดนี้
สัพเพปิ อันตะรายา เม
มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา ขออันตรายทั้งปวง
อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า
ด้วยเดชแห่งบุญนั้น (กราบหมอบลงว่า)
กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา ด้วยกายก็ดี
ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี
สังเฆ กุกัมมัง
ปะกะตัง มะยา ยัง กรรมน่าติเตียนอันใด
ที่ข้าพเจ้ากระทำล่วงเกินแล้วใน พระสงฆ์
สังโฆ ปะฏิคคัณหะตุ
อัจจะยันตัง ขอพระสงฆ์
จงอดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น
กาลันตะเร สังวะริตุง วะ สังเฆ เพื่อการสำรวมระวัง
ในพระสงฆ์ ในกาลต่อไป
(จบคำทำวัตรเย็น)
พรหมวิหารภาวนา
สัพเพ
สัตตา สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง
อเว
รา โหนตุ จงเป็นผู้ไม่มีเวรเถิด
อัพยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นผู้ไม่เบียดเบียนกันเถิด
อนีฆา โหนตุ จงเป็นผู้ไม่มีทุกข์กายทุกข์ใจเถิด
สุขี
อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงเป็นผู้
มีสุขรักษาตนเถิด.
สัพเพ
สัตตา สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง
ทุกขา
ปะมุจจันตุ จงพ้นจากทุกข์เถิด.
สัพเพ
สัตตา สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง
มา
ลัทธะสัมปัตติโต วิคัจฉันตุ จงอย่าไปปราศจากสมบัติอันได้แล้วเถิด.
สัพเพ
สัตตา สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง
กัมมัสสะกา เป็นผู้มีกรรมเป็นของของตน
กัมมะทายาทา เป็นผู้รับผลของกรรม
กัมมะโยนิ เป็นผู้มีกรรมเป็นกำเนิด
กัมมะพันธุ เป็นผู้มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
กัมมะปะฏิสะระณา เป็นผู้มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
ยัง
กัมมัง กะริสสันติ จักทำกรรมอันใดไว้
กัลยาณัง วาตาปะกังวา ดีหรือชั่ว
ตัสสะ ทายาทา ภวิสสันติ จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น.
กายคตาสติ
(หันทะ มะยัง ทะวัตติงสาการะปาฐัง ภะณามะ เส.)
อะยัง โข เม กาโย, กายของเรานี้แล,
อุทธัง ปาทะตะลา, เบื้องบนแต่พื้นเท้าขึ้นมา,
อะโธ เกสามัตถะกา เบื้องต่ำแต่ปลายผมลงไป,
ตะจะปะริยันโต, มีหนังหุ้มอยู่เป็นที่สุดรอบ,
ปุโรนานัปปะการัสสะ อะสุจิโน, เต็มไปด้วยของไม่สะอาดมีประการต่างๆ,
อัตถิ อิมัสฺมิง
กาเย มีอยู่ในกายนี้,
เกสา คือผมทั้งหลาย,
โลมา คือขนทั้งหลาย,
นะขา คือเล็บทั้งหลาย,
ทันตา คือฟันทั้งหลาย,
ตะโจ คือหนัง,
มังสัง คือเนื้อ,
นะหารู คือเอ็นทั้งหลาย,
อัฏฐิ คือกระดูกทั้งหลาย,
อัฏฐิมิญชัง เยื่อในกระดูก,
วักกัง ไต
หะทะยัง หัวใจ,
ยะกะนัง
ตับ,
กิโลมะกัง พังผืด,
ปิหะกัง ม้าม,
ปัปผาสัง ปอด,
อันตัง ไส้ใหญ่,
อันตะคุณัง ไส้น้อย
,
อุทะริยัง อาหารใหม่,
กะรีสัง อาหารเก่า,
มัตถะเก มัตถะลุงคัง เยื่อในสมองสมองศีรษะ,
ปิตตัง น้ำดี,
เสมหัง น้ำเสลด,
ปุพโพ น้ำเหลือง,
โลหิตัง น้ำเลือด,
เสโท น้ำเหงื่อ,
เมโท น้ำมันข้น,
อัสสุ น้ำตา,
วะสา น้ำมันเหลว,
เขโฬ น้ำลาย,
สิงฆานิกา น้ำมูก,
ละสิกา น้ำไขข้อ,
มุตตัง น้ำมูตร,
เอวะมะยัง
เม กาโย, กายของเรามีอย่างนี้,
อุทธัง ปาทะตะลา, เบื้องบนแต่พื้นเท้าขึ้นมา,
อะโธ เกสามัตถะกา เบื้องต่ำแต่ปลายผมลงไป,
ตะจะปะริยันโต, มีหนังหุ้มอยู่เป็นที่สุดรอบ,
ปุโรนานัปปะการัสสะ อะสุจิโน. เต็มไปด้วยของไม่สะอาด
มีประการต่างๆอย่างนี้แล.
สัพพปัตติทานคาถา (คาถากรวดน้ำ) พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่
๔
ปุญญัสสิทานิ กะตัสสะ
ยานัญญานิกะตานิ เม,
เตสัญจะ ภาคิโน โหนตุ
สัตตานันตาปปะมาณะกา ขอสัตว์ทั้งหลายไม่มีที่สุด
ไม่มีประมาณ
จงเป็นผู้มีส่วนแห่งบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำในบัดนี้,
และแห่งบุญทั้งหลายอื่น
ที่ข้าพเจ้าได้ทำแล้ว.
เย
ปิยา คุณะวันตา จะ คือชนเหล่าใดเป็นที่รัก
ผู้มีคุณ
มัยหัง มาตาปิตาทะโย มีมารดาและบิดาของข้าพเจ้าเป็นต้น.
ทิฏฐา เม จาปยะทิฏฐา วา ที่ข้าพเจ้าได้เห็นหรือแม้ไม่ได้เห็น.
อัญเญ มัชฌัตตะเวริโน
สัตตา
ติฏฐันติ โลกัสมิง แลสัตว์ทั้งหลายอื่น
ที่เป็นกลาง แลมีเวรกันตั้งอยู่ในโลก.
เตภุมมา
จะตุโยนิกา เกิดในภูมิ
๓ เกิดในกำเนิด ๔.
ปัจเจกะจะตุโวการา มีขันธ์
๕ แลขันธ์ ๑ แลขันธ์ ๔.
สังสะรันตา ภะวาภะเว ท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยแลภพใหญ่
ญาตัง เย ปัตติทานัมเม สัตว์เหล่าใด
ทราบการให้ส่วนบุญของข้าพเจ้าแล้ว.
อะนุโมทันตุ เต สะยัง ขอสัตว์เหล่านั้นจงอนุโมทนาเองเถิด.
เย
จิมัง นัปปะชานันติ ก็สัตว์เหล่าใด
ย่อมไม่ทราบการให้ ส่วนบุญของข้าพเจ้านี้.
เทวา
เตสัง นิเวทะยุง ขอเทพทั้งหลายพึงแจ้งแก่สัตว์เหล่านั้น.
มะยา
ทินนานะ ปุญญานัง
อะนุโมทะนะ เหตุนา เพราะเหตุ
คืออนุโมทนาบุญทั้งหลายที่ข้าพเจ้าให้แล้ว.
สัพเพ
สัตตา สะทา โหนตุ
อะเวรา สุขะชีวิโน ขอสัตว์ทั้งปวงจงอย่ามีเวร
อยู่เป็นสุขเสมอเถิด.
เขมัปปะทัญจะ ปัปโปนตุ แลจงถึงทางอันเกษมเถิด.
เตสาสา
สิชฌะตัง สุภา. ขอความหวังอันดีของสัตว์เหล่านั้นจงสำเร็จเทอญ.