อีคิว ในเด็กอนุบาล

อนุบาล

"อีคิว"เสริมไอคิว ใส่ใจอารมณ์ลูก

ปัญหา การใช้ความรุนแรงในปัจจุบันเริ่มเกิดขึ้นในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะปัญหาการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการถูกกระทำจากผู้ใหญ่หรือว่าเด็กด้วยกันเอง โดยสาเหตุมาจากปัญหาการควบคุมอารมณ์ตนเองของผู้กระทำผิด เพราะ ช่วงเวลาที่ผู้กระทำผิดลงมือกระทำนั้นเป็นช่วงอารมณ์ชั่ววูบขาดการยั้งคิด เนื่องด้วยมีความบกพร่องทางอารมณ์ ด้วยเหตุนี้นอกจากจะให้ความสำคัญกับไอคิวของเด็กแล้ว จึงจำเป็นที่สังคมต้องหันมาสนใจการพัฒนาด้านอารมณ์ของเด็ก หรือ อีคิว กันอย่างจริงจัง จากการสำรวจข้อมูลของสำนักพัฒนาสุขภาพจิต ซึ่งสำรวจความฉลาดทางอารมณ์ กับระดับสติปัญญาของเด็กไทยเมื่อปี 2545 เปรียบเทียบกับการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อปี 2550 มีข้อน่าสนใจ คือเด็กเล็กอายุ 3-5 ขวบ ด้านที่ลดลงอย่างชัดเจนคือ 1.การ ปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง สิ่งเหล่านี้สะท้อนภาพเชิงอีคิวของเด็กชัดเจนว่าความสามารถในการปรับตัวของ เด็กมีปัญหา ถ้าไม่ได้รับการแก้ไข เมื่อเด็กโตขึ้นจะมีปัญหาเดียวกับที่เด็กเคยเผชิญมาแล้ว 2.ความ มุ่งมั่นพยายาม ซึ่งถือว่าเป็นพัฒนาการเด็กที่สำคัญอย่างมาก เพราะการที่เด็กมีจุดมุ่งหมายมุ่งมั่นอยู่กับสิ่งที่เขาทำ เขาจะรู้สึกมีพลังที่จะทำสิ่งนั้น แต่หากส่วนนี้ขาดไปเด็กจะหาตัวเองไม่เจอ จะไม่มุ่งมั่นซึ่งจะทำให้เด็กไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตเท่าที่ควร พ.ญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กล่าวถึง "การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์" โดยหลักพื้นฐานมี 5 ประการคือ

1. ความสามารถรู้ตัวเราเอง คือการเข้าใจลักษณะอารมณ์ของตนเอง ซึ่งถือเป็นความสามารถแรกของเด็กตั้งแต่แรกเกิด ความไวต่ออารมณ์เป็นเรื่องที่เด็กรับรู้ แต่ว่าเด็กจะต้องเข้าใจแค่ไหนเท่านั้นเอง สิ่งนี้คือจุดเริ่มต้นของมุมมองต่ออารมณ์ เหมือนเด็กเริ่มเก็บพิมพ์เขียวทางอารมณ์ เพราะอารมณ์เป็นนามธรรม เป็นสิ่งต้องเรียนรู้ด้วยการสัมผัสเอง เพราะใช้ภาษาอธิบายไม่ได้ 2. ความสามารถในการจัดการกับอารมณ์ในสถานการณ์ต่างๆ เราอาจจะผิดหวัง เสียใจ ดีใจมาก ทุกอารมณ์ในแต่ละสถานการณ์เราจะมีวิธีการดูแลและจัดการอารมณ์ของตัวเราเอง เพื่อจะได้ไม่ไปถึงจุดที่เราดูแลไม่ได้ 3. พลังใจ เป็นสิ่งที่พูดกันมาก แต่คนส่วนใหญ่มักพูดถึงวิธีจัดการทางอารมณ์มากกว่า ในความเป็นจริงคนเราต้องมีพลังใจที่จะดำเนินชีวิต ถึงจะประสบความสำเร็จ เพราะคนที่มีพลังจะสามารถต่อสู้และก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ เพื่อไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ 4. ความสามารถในการเข้าใจผู้อื่น เรื่องอีคิวไม่ใช่เรื่องที่มองเฉพาะตัวเอง แต่พอเราเข้าใจตัวเอง มีพลังของตัวเราเอง เราต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจคนอื่นว่าคนอื่นก็มีอารมณ์ คนอื่นมีจุดแข็งจุดอ่อนที่เหมือนหรือต่างจากเราอย่างไร 5. ความสามารถในการอยู่ร่วมกัน หมายถึง สัมพันธภาพว่าเราจะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างไรในครอบครัว ในที่ทำงาน ในสังคม เราต้องอยู่ร่วมกันด้วยความสามารถนี้

ในหลักพื้นฐาน 5 ข้อดังกล่าว มี 2 ข้อที่เด็กมักขาดไป คือข้อ 2 เรื่อง การจัดการกับอารมณ์ คือปัญหาที่นำไปสู่การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง การที่เราเผชิญสถานการณ์ได้ไม่ดี บางทีไม่ใช่เพราะเราไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพราะเราไม่สามารถควบคุมตัวเราเองได้ อีกข้อหนึ่ง คือ ข้อ 3 พลัง ใจ เพราะตัวนี้เป็นตัวที่จะทำให้เราไปสู่ความสำเร็จ เป็นศักยภาพของแต่ละคน ถ้าเรารู้ว่าไม่มีใครที่ชีวิตไม่มีอุปสรรค ถ้าเราข้ามไปได้และรู้สึกว่าวันทุกวันเป็นวันที่ท้าทาย ชีวิตก็จะสนุกสนานท้าทายให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ ในฐานะจิตแพทย์ พ.ญ.พรรณพิมลให้คำแนะนำแก่พ่อแม่ผู้ปกครองถึงวิธีการสร้างอีคิวให้ลูกอย่างถูกวิธี ดังนี้ ประการแรก คือ ความสามารถในการเข้าใจลูก อารมณ์เป็นข้อมูลที่ติดตัวเรามาก่อน เด็กมีพื้นอารมณ์มาตั้งแต่แรกเกิด ไม่เหมือนกับอย่างอื่นที่เรามาเรียนรู้ในภายหลัง ถ้าพ่อแม่ใช้เวลากับเขา ใส่ใจที่จะทำความเข้าใจอารมณ์ของเขาเพื่อจะรู้ว่าเราจะช่วยเขาได้อย่างไรใน การจัดการกับอารมณ์ตามลักษณะที่เขาเป็น ประการที่สอง พ่อแม่ต้องไวในเรื่องความรู้สึกของเด็ก สิ่งนี้ไม่ง่ายเพราะเวลาเราเป็นผู้ใหญ่ เราก็ไม่ได้มีอารมณ์ที่จะเข้าใจความรู้สึกของเด็ก อีกทั้งเรื่องต่างๆ ก็มีเยอะ ปัญหาเยอะ บางทีเราก็ไม่ทันสังเกต หรือขี้เกียจ กลับมาจากทำงานก็หมดแรงแล้ว ความไวตรงนี้พ่อแม่ต้องรู้ว่าจุดไหนที่เด็กไม่ไหว แล้วเขาต้องการความช่วยเหลือจากพ่อแม่ในเรื่องอารมณ์ ถ้าพ่อแม่มีความไวตรงนี้จะสามารถเข้าถึงเวลาที่ลูกมีอารมณ์บางอย่างที่เป็น ปัญหา และเรียนรู้ไปด้วยกันว่าตอนนั้นเขาต้องการความช่วยเหลือจากเรา ถ้าเราปล่อยให้เขาเรียนรู้เองมันก็ได้ส่วนหนึ่ง แต่ถ้าพ่อแม่ช่วยเหลือก็จะดีในเรื่องพัฒนาการทางด้านอารมณ์ ประการที่สาม เรื่องวัยของเด็ก อารมณ์ของเด็กพัฒนาไปตามวัยของเขา พ่อแม่ต้องยอมรับและเข้าใจ เรารู้ว่าเด็กต้องเรียนรู้เรื่องอารมณ์ แต่บางครั้งเราไม่ให้เขาเรียนรู้เลย เช่น เขาร้องไห้ เราบอกให้เขาเงียบ หยุด อันนี้ไม่ใช่เครื่องมือในการเรียนรู้ตามวัยของเขา แต่การที่เราคุยกับเขา ได้พูดกันเรื่องอารมณ์ เด็กจะพัฒนา ประการสุดท้าย บรรยากาศในครอบครัวและต้นแบบจากพ่อแม่ เป็นสิ่งที่เด็กเรียนรู้มากที่สุดในเรื่องอารมณ์ เขาดูจากตัวต้นแบบ บางอย่างก็ซึมซับมาเป็นตัวอารมณ์ของเขา เขาอาจจะไม่เหมือนพ่อเลยทีเดียว แต่อารมณ์ของพ่อก็คือต้นแบบที่ลูกซึมซับได้ง่าย การ พัฒนาอารมณ์ของลูกให้อยู่ในภาวะปกติ โดยสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวจะเป็นสิ่งที่ช่วยลูกในเรื่องนี้ เป็นอย่างมาก โดยมีพ่อแม่เป็นต้นแบบที่ดีในการจัดการกับอารมณ์ตัวเองและสามารถอยู่ร่วมกับ สังคมได้อย่างปกติสุข

นสพ.ข่าวสด 26/09/51

อนุบาล

My Favorite Links:
krabi thailand hotels, luxury phuket hotels, resort krabi
diy solar panels, earth4energy
koh samui, koh samui hotels, koh samui thailand
shopping mall centers
best hdtv
pet store
กระเป๋าผ้า ถุงผ้า ถุงผ้าดิบ ถุงผ้าลดโลกร้อน
เครื่องสำอาง เครื่องสำอางเกาหลี เครื่องสำอางแบรนด์เนม
อนุบาล
เสื้อผ้าแฟชั่น เสื้อผ้าเกาหลี
สัญญาณกันขโมย กันขโมยบ้าน กันขโมย
งานราชการ หางาน สมัคร งาน
ตกแต่งภายใน แต่งบ้าน แต่งคอนโด
หางาน รายได้พิเศษ งานนอกเวลา งาน Part time
ฟังวิทยุออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์
Hosted by www.Geocities.ws

1