แบบจำลองอะตอมของทอมสัน

               นักเรียนเคยทราบมาแล้วว่าของแข็งบางชนิด   เช่น เหล็ก   ทองแดง   เงิน   นำไฟฟ้าได้ สารละลายโซเดียมคลอไรด์      สารละลายกรดไฮโดรคลอริกซึ่งเป็นของเหลวก็สามารถนำไฟฟ้าได้นักเรียนคิดว่า    สารในสถานะก๊าซนำไฟฟ้าได้หรือไม่

           โดยทั่วไป      ก๊าซที่ความดันปกติและอยู่ภายใต้ความต่างศักย์ระหว่างขั้วไฟฟ้า      ขนาด 220 โวลต์    จะไม่นำไฟฟ้า   แต่ในบางโอกาสก๊าซสามารถนำไฟฟ้าได้    ซึ่งจะเห็นได้จากปรากฏการณ์ธรรมชาติ   เช่น    การเกิดฟ้าแลบหรือฟ้าผ่า

    Sir  William  Crookes    ได้สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการนำไฟฟ้าของก๊าซขึ้น    เรียกว่าหลอดรังสีแคโทด   ซึ่งทำด้วยหลอดแก้ว   มีแผ่นโลหะ 2 แผ่น เรียกว่า   อิเล็กโตรด    (Electrode)  ซึ่งต่อเข้ากับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าศักย์สูง    ภายในหลอดบรรจุก๊าซโดยทำให้มีความดันต่ำ     ปลายด้านหนึ่งต่อเข้ากับขั้วบวกของสนามไฟฟ้า   เรียกว่าแผ่นแอโนด   (Anode)     ปลายอีกด้านหนึ่งต่อเข้ากับขั้วลบของสนามไฟฟ้า   เรียกว่าแผ่นแคโทด   (Cathode)    เมื่อต่อขั้วไฟฟ้าให้ครบวงจรแล้ว   เราสามารถตรวจว่ามีกระแสครบวงจร   แม้จะมองไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ   ก็ตาม

G.J. Stoney   เป็นผู้แรกที่กล่าวถึงอนุภาคไฟฟ้าในสารโดยอธิบายลักษณะของประจุไฟฟ้าว่าเป็นอนุภาคไฟฟ้าเล็กๆ   และอนุภาคเหล่านี้อยู่ร่วมกันกับอะตอม    เขาจึงให้ชื่อว่าอิเล็กตรอน   แต่ก็เป็นเพียงกล่าวถึงอิเล็กตรอนเท่านั้นยังไม่กล่าวถึงรายละเอียดมาก

           ค . ศ . 1897 เซอร์โจเซฟ จอห์น ทอมสัน ( J.J. Thompson)    ได้ทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าของก๊าซโดยใช้หลอดรังสีแคโทด ด้วยวิธีการดังนี้

         1.   บรรจุก๊าซชนิดหนึ่งไว้ในหลอดรังสีแคโทดซึ่งต่อกับเครื่องสูบเอาอากาศออกเพื่อให้ภายในมีความดันต่ำ      ต่อขั้วทั้งสองเข้ากับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าศักย์สูง ที่แผ่นอาโนดเจาะรูตรงกลาง   มีแผ่นฉากเรืองแสงซึ่งเคลือบด้วย   ZnS ( ซิงค์ซัลไฟด์ )  วางที่ปลายหลอด เมื่อครบวงจรจะปรากฏเห็นจุดสว่างบนฉากเรืองแสง

2.    เมื่อทอมสันได้เห็นปรากฏการณ์เช่นนั้นจึงคิดว่า       รังสีที่พุ่งมาเป็นเส้นตรงจากแผ่นแคโทดมายังแผ่นแอโนดแล้วไปกระทบฉากเรืองแสงนั้นเป็นรังสีชนิดใด       เขาได้ทดลองโดยเอาสนามไฟฟ้ามาต่อระหว่างหลอดรังสีแคโทด      และได้พบว่ารังสีนี้เบนเข้าหาขั้วบวกของสนามไฟฟ้า   แสดงว่ารังสีนี้ต้องมีประจุลบอย่างแน่นอนเรียกรังสีชนิดนี้ว่า   รังสีแคโทด   (Cathode ray)

3.     ต่อมาทอมสันได้ทดลองบรรจุก๊าซชนิดอื่นๆ     เข้าในหลอดรังสีรวมทั้งเปลี่ยนชนิดของโลหะที่ใช้เป็นแคโทด   ก็ยังพบว่าจะได้รังสีที่ประกอบด้วยอนุภาคที่มีประจุลบมาตกที่ฉากเรืองแสงเสมอ   นอกจากนี้เขายังสามารถคำนวนหาอัตราส่วนของประจุต่อมวลของอิเล็กตรอนว่ามีค่าคงที่

    ของอิเล็กตรอน        คูลอมบ์ต่อกรัม
 

                จากผลการทดลองอันนี้ทำให้ทอมสันคิดว่าอะตอมของธาตุทุกชนิดต้องมีอนุภาคที่มีประจุลบและเรียกว่า   อิเล็กตรอน

             นอกจากนี้   ออยเกน   โกลด์ชไตน์ (E.Goldstein)   ก็ยังเชื่อว่าภายในอะตอมจะต้องมีอนุภาคที่มีประจุบวกเพราะว่าอะตอมโดยทั่วไปจะเป็นกลางทางไฟฟ้า ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

1.     เขาได้ทดลองโดยดัดแปลงหลอดรังสีแคโทดด้วยการเจาะรูที่แผ่นแคโทด     และเพิ่มฉากเรืองแสงด้านแคโทด   พบว่ามีการเรืองแสงขึ้น   และเมื่อทดสอบรังสีโดยใช้สนามไฟฟ้าเช่นเดียวกัน   จะเห็นรังสีนี้เบนเข้าหาขั้วลบ   แสดงว่ารังสีนี้ต้องมีประจุบวกจึงให้ชื่อว่า   รังสีคาแนล   (Canal ray) ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นรังสีบวก   (positive ray)

  2.   เมื่อเขาทดลองกับก๊าซหลายชนิด   พบว่า   จะได้ผลเช่นเดียวกันคือ    รังสีนั้นจะเบนเข้าหาขั้วลบของสนามไฟฟ้า   แต่จะมีอัตราส่วนของประจุต่อมวลของอนุภาคบวกไม่คงที่   (   ไม่คงที่ ) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของก๊าซที่บรรจุภายใน   และเมื่อเขาใช้ก๊าซโฮโดรเจนทดลอง  
    
จะได้อนุภาคบวกที่มีประจุเท่ากับอิเล็กตรอน    จึงตั้งชื่อว่า โปรตอน   (Proton)

          จากการทดลองของทอมสันและโกลด์ชไตน์   ทำให้สรุปได้ว่า   “  อะตอมมีลักษณะเป็นทรงกลม     ซึ่งประกอบด้วยอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าบวก ( โปรตอน )    และอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าลบ   ( อิเล็กตรอน ) กระจายอยู่ทั่วไป    อะตอมในสภาพที่เป็นกลางทางไฟฟ้าจะมีประจุบวกเท่ากับประจุลบ ”

จากแบบจำลองดังกล่าวอธิบายได้ว่า      เมื่ออะตอมของโลหะที่ใช้ทำเป็นแคโทดได้รับพลังงานสูงพอก็จะให้อิเล็กตรอนออกมาวิ่งไปที่แผ่นโลหะที่ใช้เป็นแอโนด     ก็จะไปชนกับอะตอมของก๊าซที่บรรจุภายใน      ทำให้อิเล็กตรอนของก๊าซเหล่านั้นหลุดออกมา     และ    อิเล็กตรอนทั้งหมดรวมกันเรียกว่า   รังสีแคโทด   (Cathode ray)        วิ่งมายังแผ่นแอโนดแล้วทะลุไปกระทบฉากเรืองแสง   ส่วนอะตอมของก๊าซที่อิเล็กตรอนหลุดออกไปก็จะเหลืออนุภาคที่มีประจุบวกวิ่งมาทางด้านแคโทด       แล้วไปกระทบฉากเรืองแสง     เกิดการเรืองแสงขึ้นที่ฉาก

         ค . ศ . 1908  R.A. Millikan       สามารถหาค่าประจุของอิเล็กตรอนโดยวิธีเม็ดน้ำมัน   (oil dropexperiment)    ซึ่งทำการทดลองดังนี้     กล่าวคือ      พ่นน้ำมันออกเป็นละอองเม็ดเล็ก ๆ   ให้ตกลงมาระหว่างแผ่นโลหะทั้งสอง     ผ่านกระแสไฟฟ้าให้เกิดประจุไฟฟ้า   ตัวละอองเม็ดน้ำมันก็ถูกทำให้มีประจุเสียก่อนด้วยการใช้รังสีเอกซ์ไปทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากอะตอมของก๊าซในอากาศแล้วไปติดกับเม็ดน้ำมัน       ถ้าไม่มีสนามไฟฟ้า    เม็ดน้ำมันจะตกลงด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก แต่ถ้าทำให้แผ่นโลหะมีประจุไฟฟ้า       จะเห็นว่าเม็ดน้ำมันตกลงช้ากว่าและสามารถทำให้หยุดนิ่งได้      หมายความว่า ขณะนี้แรงจากสนามไฟฟ้าเท่ากับแรงโน้มถ่วงของโลก      เมื่อปิดสนามไฟฟ้าเม็ดน้ำมันก็จะตกลงมาก็สามารถวัดความเร็วได้     แล้วคำนวณหามวลของเม็ดน้ำมันได้   ซึ่งเมื่อทราบความแรงของสนามไฟฟ้า   จะทำให้วัดค่าประจุไฟฟ้าบนเม็ดน้ำมันได้       ซึ่งเป็นจำนวนเท่าของ    1.6 x 10   คูลอมบ์    ดังนั้นประจุของอิเล็กตรอนจึงมีค่าเท่ากับ    1.6 x 10   คูลอมบ์

จากการทดลองทอมสัน

        ประจุต่อมวลของอิเล็กตรอน ( )   =   1.76 x 10    คูลอมบ์ / กรัม

จากการทดลองของมิลลิแกน

        ประจุของอิเล็กตรอน   (e )               =    1.6 x 10    คูลอมบ์

        ดังนั้น   มวลของอิเล็กตรอน (m )      =  

                                                                          =   9.1 x 10 - 28    กรัม (1 อิเล็กตรอน )

ตัวอย่างที่ 1    จงหามวลของอิเล็กตรอน   1  โมล    เมื่ออิเล็กตรอน 1  โมล   จะมี   6.02 x 10 23 ตัว

วิธีทำ           อิเล็กตรอน          1            ตัว        มีมวล         9.1 x 10 - 28                     กรัม

                  อิเล็กตรอน   6.02 x 10 23   ตัว      มีมวล       9.1 x 10 - 28 x  6.02 x 10 23     กรัม

                                                                 =      5.4 x  10 -4       กรัม

                                      มวลของอิเล็กตรอน 1 โมล เท่ากับ 5.4 x 10 -4   กรัม

ตัวอย่างที่ 2     ถ้ามีอิเล็กตรอน   4.8 x 10 21     คูลอมบ์       จะมีอิเล็กตรอนจำนวนเท่าใด

วิธีทำ               ประจุอิเล็กตรอน   1.6  x  10 -19   คูลอมบ์    จะมี        1       ตัว

         ประจุอิเล็กตรอน   4.8 x 10 21    คูลอมบ์      จะมี          ตัว

                                                   =    3   x  10 40    ตัว

                           อิเล็กตรอนมีจำนวน   3  x 10 40 ตัว

ตัวอย่างที่ 3     อิเล็กตรอน   2.73      กรัม   จะมีประจุเท่าใด

วิธีทำ                อิเล็กตรอน   9.1     กรัม   จะมีประจุ     1.6 x 10   คูลอมบ์

                     อิเล็กตรอน   2.73     กรัม   จะมีประจุ   

                                                                                 =     4.8       คูลอมบ์

                                      อิเล็กตรอนมีประจุ   4.8   x  10 18   คูลอมป์

กลับบหน้าหลัก+_+

Hosted by www.Geocities.ws

1