การแปลความหมายเส้นสเปกตรัม นักวิทยาศาสตร์ทำการทดลองศึกษาเส้นสเปกตรัมของธาตุไฮโดรเจนซึ่งพบว่าเส้นสเปกตรัมของไฮโดรเจนที่ปรากฏในช่วงคลื่นที่มองเห็นได้มี 4 เส้น โดยมีความยาวคลื่น 410 434 486656 นาโนเมตร ตามลำดับ นอกจากนี้ยังได้ศึกษาเส้นสเปกตรัมของธาตุอื่นๆ ก็พบว่าอิเล็กตรอนในอะตอมของแต่ละธาตุจะคายพลังงานได้บางค่าเท่านั้นแล้วมีเส้นสเปกตรัมเฉพาะตัวไม่ซ้ำกัน การที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ธาตุไฮโดรเจนเป็นตัวอย่างในการแปลความหมายของเส้นสเปกตรัมเพราะว่าอะตอมธาตุนี้มีอิเล็กตรอนเพียง 1 อิเล็กตรอน และมีเส้นสเปกตรัมไม่ซับซ้อน นอกจากนี้ยังพบว่าไม่ว่าจะทำการทดลองกี่ครั้งก็ตาม เส้นสเปกตรัมของไฮโดรเจนก็จะลักษณะเหมือนเดิมทุกครั้ง จึงสรุปว่าอิเล็กตรอนในอะตอมของไฮโดรเจน นอกจากจะมีสถานะพื้นแล้วยังมีสถานะกระตุ้นได้หลายระดับซึ่งมีพลังงานต่าง ๆ กัน ค่าพลังงานของเส้นสเปกตรัมสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงระดับพลังงานของอิเล็กตรอนในอะตอมจากระดับพลังงานสูงมายังระดับพลังงานต่ำ ถ้าเราเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงพลังงานของอิเล็กตรอนเหมือนการเดินขึ้นบันไดที่นักเรียนเดินขึ้นไปในระดับความสูงที่แตกต่างกัน นักเรียนจะพบว่าความแตกต่างของพลังงานจะมีค่าเท่ากันตลอด ซึ่งจากการศึกษาธาตุไฮโดรเจนนักเรียนคิดว่าความแตกต่างของพลังงานระหว่างระดับที่อยู่ถัดกันไป จะมีค่าเท่ากันตลอดหรือไม่
|
เส้นสเปกตรัม
|
ความยาวคลื่น(nm) |
พลังงาน (kJ) |
ผลต่างระหว่างพลังงาน ของเส้นสเปกตรัมที่อยู่ถัดกัน (kJ) |
|
410 |
|
|
จากข้อมูลในตาราง 1.5 แสดงว่า ความแตกต่างระหว่างพลังงานของแต่ละระดับที่อยู่ถัดกันจะไม่เท่ากัน และความแตกต่างจะมีค่าน้อยลงเมื่อระดับพลังงานสูงขึ้น จากข้อมูลนี้พอสรุปได้ว่า
1. เมื่ออิเล็กตรอนได้รับพลังงานในปริมาณที่เหมาะสม อิเล็กตรอนจะขึ้นไปอยู่ในระดับ พลังงานที่สูงกว่าระดับพลังงานเดิม แต่จะไปอยู่ระดับใดย่อมขึ้นกับปริมาณพลังงานที่ได้รับ การที่อิเล็กตรอนขึ้นไปอยู่ในระดับพลังงานสูงขึ้นทำให้อะตอมไม่เสถียร อิเล็กตรอนจึงกลับมาอยู่ในระดับพลังงานที่ต่ำกว่า ในการเปลี่ยนตำแหน่งอิเล็กตรอนจะคายพลังงานออกมา
2. การเปลี่ยนระดับพลังงานของอิเล็กตรอน ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระหว่างระดับพลังงานที่อยู่ติดกัน แต่อาจมีการเปลี่ยนข้ามขั้นได้ อย่างไรก็ตามอิเล็กตรอนไม่สามารถรับพลังงานแล้วขึ้นไปอยู่ระหว่างระดับพลังงานได้
3. ระดับพลังงานต่ำอยู่ห่างกันมากกว่าระดับพลังงานสูง ระดับพลังงานยิ่งสูงขึ้นจะอยู่ชิดกันมากขึ้น
จากความรู้เรื่องสเปกตรัม นีลส์ โบร์ พ . ศ . 2428 2505 ( ค . ศ . 1885 1962 ) นักวิทยาศาสตร์ ชาวเดนมาร์ก จึงสร้างแบบจำลองอะตอมขึ้นใหม่ โดยปรับปรุงแบบจำลองอะตอมของรัทเทอร์ฟอร์ด เพื่อให้เห็นลักษณะของอิเล็กตรอนที่อยู่รอบนิวเคลียส แบบจำลองเป็นระดับพลังงานที่มีค่าพลังงานเฉพาะคล้ายๆ กับวงจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ และเรียกอิเล็กตรอนชั้นที่อยู่ใกล้นิวเคลียสที่สุดและมีพลังงานต่ำที่สุดว่าชั้น K และชั้นถัด ๆ ไปเป็น L M N ตามลำดับ ดังรูป แต่ในปัจจุบันเรียกระดับพลังงานที่อยู่ใกล้นิวเคลียสที่สุดว่า ระดับพลังงาน n = 1 และเรียกระดับพลังงานที่อยู่ถัดไปเป็น n = 2 n = 3 ตามลำดับ ซึ่งตรงกับชั้น K L M .. ในแบบจำลองอะตอมของโบร์
แบบจำลองอะตอมของโบร์ใช้ได้ดีกับอะตอมขนาดเล็กที่มีอิเล็กตรอนเดียว เช่นไฮโดรเจนแต่ไม่สามารถใช้อธิบาย อะตอมที่มีหลายๆ อิเล็กตรอนได้ นักวิทยาศาสตร์จึงได้มีการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมและเสนอแบบจำลองอะตอมใหม่ๆ ขึ้น