การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม ( Electronic Configuration ) จากการศึกษาแบบจำลองอะตอมโดยใช้สมการทางคณิตศาสตร์ขั้นสูงที่เรียกว่าสมการคลื่น คำนวณหาค่าพลังงานอิเล็กตรอน ทำให้ทราบว่าอะตอมประกอบด้วยโปรตอนและนิวตรอนอยู่รวมกันในนิวเคลียส โดยมีอิเล็กตรอนเคลื่อนที่อยู่รอบ ๆ และอยู่ในระดับพลังงานต่างกัน อิเล็กตรอนเหล่านั้นอยู่กันอย่างไร ในแต่ละระดับพลังงานจะมีจำนวนอิเล็กตรอนสูงสุดเท่าใด อิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่รอบนิวเคลียสตามระดับพลังงาน พบว่าอะตอมจะมีระดับพลังงานหลัก 7 ระดับ พลังงานที่พบในปัจจุบัน คือ ระดับพลังงาน n = 1 ,2 3 ,4 ,5 ,6 ,7 หรือ ระดับพลังงาน K, L, M, N, O, P, Q และมีระดับพลังงานย่อยคือ s, p, d, f จำนวนอิเล็กตรอนที่มีได้สูงสุดในแต่ละระดับพลังงานหลัก = 2n 2 ระดับพลังงานที่ 1 มีจำนวนอิเล็กตรอนได้สูงสุด = 2(1)2 = 2 อิเล็กตรอน n = 1 คือระดับพลังงานที่อยู่ใกล้นิวเคลียสที่สุด จำนวนอิเล็กตรอนที่มีได้สูงสุด 2 x 1?= 2
** ตัวที่อยู่นอกสุด เรียกกว่า เวเลนซ์อิเล็กตรอน บอกให้รู้ถึงหมู่ จำนวนชั้นที่จัด หมายถึง ระดับพลังงาน บอกให้รู้ถึงคาบ ระดับพลังงานย่อยของอิเล็กตรอนในอะตอม ในอะตอมมีนิวเคลียสและอิเล็กตรอนวิ่งวนอยู่รอบๆในแต่ละระดับพลังงานจะถูกซอยเป็นระดับพลังงานย่อยภายในระดับพลังงานใหญ่ ระดับพลังงานย่อยจะมีค่าเท่ากับค่า n และใช้อักษร s, p, d, f, g ในระดับพลังงาน n=1 มี 1 ระดับพลังงานย่อย เขียนสัญลักษณ์เป็น 1s ในระดับพลังงาน n=2 มี 2 ระดับพลังงานย่อย เขียนสัญลักษณ์เป็น 2s, 2p ในระดับพลังงาน n=3 มี 3 ระดับพลังงานย่อย เขียนสัญลักษณ์เป็น 3s, 3p, 3d ในแต่ละพลังงานย่อยจะประกอบด้วยออร์บิทอล ออร์บิทอลในระดับพลังงานย่อยเดียวกันจะมีค่าพลังงานเท่ากันแต่เมื่อระดับพลังงานย่อย ซึ่งประกอบด้วย ออร์บิทอลจำนวนต่างๆกันไป จำนวนอิเล็กตรอนที่มีได้มากที่สุดในแต่ละระดับพลังงาน
ดังนั้นเมื่ออิเล็กตรอนเข้าไปอยู่ในอะตอมตามลำดับพลังงานในพลังงานย่อยจากน้อยไปหามากคือ 1s, 2s, 2p, 3s, 3p, 4s, 3d, 4p, 5s, 4d, 5d, 6s, 4f , 6p, 7s 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p 6 4s 1 3d 5 สำหรับ 29 Cu ก็จะมีโครงแบบอิเล็กตรอนเป็น 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p 6 3d 10 4s 1 ตารางแสดงโครงแบบอิเล็คตรอนของธาตุ
การเสียอิเล็กตรอนทำให้อิเล็กตรอนเปลี่ยนไปเป็นไอออนบวก อิเล็กตรอนจะหลุดจากระดับย่อยที่มีพลังงานสูงสุดของระดับซึ่งมีค่า n เป็นค่าสุงสุดของอะตอมนั้น เช่น 33 As มีโครงแบบอิเล็กตรอนเป็น 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p 6 3d 10 4s 2 4p 3 เมื่อเสียอิเล็กตรอนไป 3 ตัว จะเป็น As 3+ อิเล็กตรอนทั้ง 3 ตัว ใน 4p จะหลุดออกไปเหลือโครงแบบอิเล็กตรอนของ As 3+ เป็น 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p 6 3d 10 4s 2
|