สาวดอย
จะไปสอยดาว
หน้าฝนกลางเดือนสิงหาคมนี้ จะมีที่ไหนที่จะให้เราไปเที่ยวน๊า
.ว่าแล้ว ก็ลองเข้าไปเช็คกับ
TKT โอ้ว! ดอกหงอนนาค มันยอดมาก!!! สิ่งที่เราเห็นจากภาพก็คือ ภาพดอกสีม่วง เป็นลาน
บนทิวสนโอบล้อมด้วยสายหมอก และละอองฝน
ไม่ไปไม่ได้แย๊ว !! หลังจากนั้น เจ๊ใหญ่จั๊กกะจั่นก็จัดแจงหาสมัคร
พรรคพวก ทั้งหมดตั้ง 2 คน แน่ะ!!! แต่ก็ไม่เป็นไร ไปหาเอาดาบหน้าก็ด้ายยย เราจึงไปใช้บริการของ
TKT รวมกับเพื่อนใหม่ๆ ดีกว่า เพราะที่นี่จัดไปทุกอาทิตย์ ในช่วงที่ ดอกหงอนนาคกำลังบาน
ซึ่งก็คือช่วงหน้าฝนสถานที่จุดหมายคือ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
จังหวัดอุตรดิตถ์ นั่นเอง โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง มีฝนประปรายตลอดทาง
(ก็มันหน้าฝนนี่นา) เราแวะซื้อเสบียง ที่ตลาดก่อนจะไปรวมพลเช้าตรู่ ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
ตรงนี้ เราเริ่มขาดการติดต่อจากภายนอกแย๊ว โทรศัพท์ม่ายมีคลื่น!!!
| พวกเราเตรียมตัวจัดสัมภาระ ใส่ในถุงพลาสติก(กันน้ำฝน) เพื่อให้ลูกหาบที่รอเราอยู่ช่วยนำขึ้นไป
ส่วนพวกเราเองก็มีสัมภาระจำเป็นติดตัวไปเอง ที่สำคัญคือกล้อง (ขาดม่ายด้ายย)
ตรงจุดที่ทำการ เราได้ยินเสียงน้ำตกดังอยู่ใกล้ๆ โอ้ว! น้ำตกภูสอยดาว นั่นเอง
อลังการมากๆๆ ตรงจุดนั้นเราเห็นป้ายทางขึ้น ลานสน 6.5 กม. จุดหมายปลายทางของเรานั่นเอง |
 |
ทางขึ้น เราเดินเลียบน้ำตกไต่ระดับขึ้นอย่างสบายๆ มีถึกบ้างบางช่วง ความโหด ก็ดูเอาตามป้ายชื่อเนินล่ะกันค่ะ
ถ่ายรูป ชมวิว ไปเรื่อยๆ เลยทำให้ไม่เหนื่อย ฝนก็มีประปราย แต่ ไม่เป็นอุปสรรคต่อทางขึ้น
เราผ่านเนินต่างๆทั้งหมด 5 เนิน จะมีเนินสุดท้ายคือเนินมรณะ ชันมากๆ แต่พอพ้นเนินนี้ไปแล้ว
ระยะที่เหลือประมาณ 1 กิโลครึ่ง เราก็ได้แต่ดื่มด่ำสำลักทะเลหมอก จนกระทั่งถึงลานสนช่วงบ่ายแก่ๆ
| ว้าว!!! เราเห็นดอกหงอนนาคแล้ว แม้จะไม่เต็มทุ่ง เหมือนในรูป
แต่ ก็ชื่นใจจริงๆ เลยกระดี๊กระด๊า แอคท่า ถ่ายรูปกันหย่าย เพราะกลัวว่าพรุ่งนี้ฝนจะตก
เดี๋ยวจะไม่ได้ถ่ายรูปเอา ส่วนอีกกลุ่มก็รีบไปหาจุดกางเต๊นท์ ก่อนที่จะมืดค่ำ
กะเดี๋ยวต้องทำกับข้าวกันอีกด้วย
หิว หิว คืนนั้นอิ่มหนำกับมื้อค่ำ เตรียมตัวเข้านอน
ตอน 1ทุ่ม (ม่ายด้ายอาบน้ำ มันหนาววว
ห้องน้ำก็ไกลลล) |
 |

ณ ลานสน ตรงนี้ มีจุดที่สามารถโทรศัพท์ได้ด้วย! แต่ไหง ไม่มีใครโทรได้เลยอ่ะ
ไม่เป็นไร ๆ ไปถ่ายรูปดีกว่า แบบว่าฝนโปรยปรายบางๆตลอดเวลา แถมลมแรงด้วย เออแปลกดีเกิดมาก็เพิ่งจะเคยเดินเที่ยวกลางสายฝนอย่างนี้
เราจัดแจงใส่เสื้อกันฝน พร้อมไปจุดชมวิวตรงจุดหลักกิโลเมตรที่แบ่ง ระหว่างไทยกับลาว
(โอ้ว! นี่เรากำลังอยู่ ชายแดนเหรอเนี่ย!) เราก็เลยเดินข้ามแดนไป-มาๆ ซะหลายตลบเลย.......แบบว่าไปเที่ยวต่างประเทศในชั่วพริบตา
อิ อิ |
หลังจากถ่ายรูปกันจนหนำใจ ก็ถึงเวลาเดินไปน้ำตกมอสซึ่งอยู่ฝั่งประเทศลาว
และน้ำตกสายทิพย์ ..การเดินลงไปค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควร เพราะทางชัน ฝนตกและทางลื่นมาก
จับกบไปหลายที บวกกับความพยายามที่จะถ่ายรูปงามๆของชั้นน้ำตกเก็บไว้ (สวยจริงๆๆ)
กล้องของเจ๊จั๊กกะจั่นก็เลยเป็นเครื่องสังเวยความชื้นด้วยประการฉะนี้
หลังจากนั้นเป็นหน้าที่ของกล้องป๊อกแป๊กตัวน้อยที่มีบทบาทสำคัญ เพราะพี่ใหญ่
เดี้ยงซะแล้ว!! |
 |
|
วันสุดท้าย ตื่นเช้ามาอากาศดีจัง อย่ากระนั้นเลยวิ่งถ่ายรูปกับทุ่งหงอนนาคอีกรอบดีก่า
แบบว่ายังไม่สะจายเลย จากนั้นสายๆ ฟ้าฝนเป็นใจ ทำให้เราเดินลงเขาได้อย่างปลอดภัย
แถมวันนี้ฟ้าเปิดดีกว่าวันแรก ก็เลยได้ภาพสวยๆ ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ได้ชื่นชมเทือกเขาเขียวชุ่มชื่นสุดลูกหูลูกตา
และเต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพจากเพื่อนใหม่อีก 10 คนที่ต่างก็มีจุดหมายเดียวกันคือ |
การได้มาสัมผัสกับดอกหงอนนาค(แม้จะยังบานไม่เต็มทุ่ง) และลานสน ที่ทำให้ทุ่งหงอนนาคนี้เป็นดาวเด่นขึ้นมาในทันใด
รวมถึงน้ำตกหลายชั้นสุดอลังการ ใครที่ยังไม่มีจุดหมายในใจในทริปหน้าฝนนี้ ขอเชิญชวนนะคะ
ครั้งหนึ่งในชีวิต แต่เตรียมอุปกรณ์กันฝนไปด้วยนะคะ จะได้เที่ยวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
©Crazythai
Ltd, Part. All rights reserved.
June 28, 2006 10:13 AM
|