World Heritage Site

10:20 เราขึ้นเครื่องของสายการบินThaiAirAsiaเดินทางสู่สนามบินNoiBaiกรุงฮานอยตอน12:20น. พอลงจากเครื่องเราก็เดินงงอยู่พักนึงเพราะไม่รู้ว่าจะเข้าตัวเมืองยังไงดีที่จะประหยัดสุดก็เลยเดิน ไปสอบถามที่ Information ว่าถ้าเราจะไปย่าน Old Quarter ขึ้น Taxi ไปเท่าไร ไกลไหม แล้วโรงแรมของเราเนี๊ยมันอยู่ตรงไหนของย่าน Old Quarter ก็เลยได้ความว่าถ้าขึ้น Taxi ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม. ระยะทางประมาณ 40 กม. ค่ารถประมาณ 10 USD หรือมากกว่านั้น แล้วแต่ความสามารถของผู้โดยสารในการต่อรอง เออ!!! แพงแฮะ เอาไงดีล่ะ พอดีเห็นรถ Minibus จอดรอผู้โดยสารอยู่ ก็เห็นมีแต่ฝรั่งนั่งเต็มรถ เราก็เลยถามว่า แล้วรถนั้นหน่ะไปไหน เหรอ เธอก็บอกว่าไปรถคันนั้นก็ได้ ไป Old Quarter เหมือนกัน โรงแรมอยู่ไม่ไกลจากท่ารถ มากนัก ค่ารถคนละ 32,200 VND (ประมาณ 2 USD) รับชำระทั้ง 2 สกุลเงินค่ะ เราก็เลย กระโดดขึ้นรถ Minibus ซึ่งที่จริงมันคือรถตู้หลังคาต่ำ 10 ที่นั่ง ก็นั่งเบียดๆ กันไปมีแต่ฝรั่ง เต็มคันรถ คนขับจะส่งผู้โดยสารลงตามจุดต่างๆที่ใกล้โรงแรมหากโรงแรมเหล่านั้นอยู่บนเส้นทาง ที่วิ่งผ่าน แต่ถ้าที่พักอยู่นอกเส้นทาง และถ้าเราต้องการให้ไปส่ง เค้าจะคิดค่าบริการเพิ่มอีกคนละ 1 USD เราก็เลยตกลงค่ะ ดีกว่าเดินงงๆ ลากกระเป๋าเป็นกระเหรี่ยง

Old Quarter เป็นย่าน Backpacker เหมือนถนนข้าวสารบ้านเราค่ะ ย่านนี้เดิมชื่อว่า Hanoi-36 Streets แต่ฝรั่งรู้จักในนามว่า Old Quarter มีร้านขายสินค้าเลียนแบบมากมายในย่านนี้ รวมทั้ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวสถานที่สำคัญๆ มากมายเช่น Ngoc Son Temple ซึ่งสร้างในศตวรรษที่ 19 ตั้งอยู่บนเกาะด้านเหนือของทะเลสาบ Hoan Kiem Lake (Lake of the Restored Sword) สามารถเดินข้ามสะพานไม้สีแดง (Rising Sun Bridge-สร้างในปี พ.ศ. 2428) เพื่อเข้าชมวัดได้, ส่วนTortoise Tower ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ ที่นี่มีความเชื่อว่าในช่วงกลางศตวรรษที่ 15 จักรพรรดิ Ly Thai To ได้รับดาบวิเศษจากสวรรค์ เพื่อใช้ขับไล่ชาวจีนออกจากประเทศ หลังสงครามยุติ ได้มีเต่าทอง ยักษ์แบกดาบวิเศษนี้ และดำลึกหายลงไปกลางผืนน้ำ ทะเลสาบแห่งนี้จึงถูกเรียกว่า “ทะเลสาบคืนดาบ” ผู้ที่อยากชมเต่ายักษ์ขนาดยาว 2.10 เมตร หนัก 250 กก. สามารถเข้าดูได้ค่ะ เค้าสตาร์ฟเก็บไว้ในวัด Ngoc Son, ใกล้ๆกันเป็นโรงละครหุ่นกระบอกน้ำ (Thang Long Water Puppetry) กล่าวกันว่า ถ้าใครมาฮานอยแล้วไม่ได้ชมการแสดงหุ่นกระบอกน้ำที่นี้ ถือว่ามาไม่ถึงเวียตนามค่ะ เนื่องจากการ แสดงที่นี่ถือเป็นต้นตำหรับ ศิลปะหุ่นเชิด ซึ่งคนเชิดต้องลงแช่น้ำบังคับหุ่นหลังเวทีกันวันละ 3 รอบเลย ทีเดียว และแต่ละรอบคนแน่นมากต้องจองตั๋วล่วงหน้ากันแต่เนิ่นๆ ค่าตั๋วก็ไม่แพง ชั้น first class ราคา 40,000 VND (ไม่ถึง 3USD) ส่วน second class ราคา 20,000 VND (1 USD กว่าๆ) เท่านั้น เอง ขอบอกว่าการแสดงคุ้มค่าเกินราคาค่ะ ซื้อตั๋วแล้วก็เดิน shopping แถวๆนั้น เพื่อรอเวลาเข้าชม การแสดง เฮ้อ! หิวจัง เหลือบไปเห็นร้านอาหารบรรยากาศดี๊ดีอยู่ริมทะเลสาบ แวะหม่ำข้าวก่อนนะ ร้าน Little Kitchen น่านั่งจัง (เอ๊ะ ชื่อเหมือนร้านอาหารที่ Central ชิดลมเลยอ่ะ) อาหารที่นี่ก็ใช้ได้ค่ะ แบบจานเดียวประเภทข้าวสเต๊กเนื้อ ราคาอยู่ที่ 50,000 VND น้ำมะม่วงปั่นสด 100% ข้นอร่อยม๊ากกกกก 7,000 VND เบียร์ ฮานอย (Bia Ha Noi) ขวดเล็ก 15,000 VND สั่งโน้นสั่งนี่มากินเล่น วันนี้จ่ายค่า Dinner ไป 140,000 VND ค่ะ (ประมาณ 9 USD)
ดูโชว์เสร็จแล้วเราก็เดินกลับที่พักค่ะใช้เวลาเดินสบายๆ ประมาณ 30 นาที เดินฟังเสียงแตรรถไป เรื่อยๆ หนวกหูชะมัด ไม่รู้จะบีบทำไม จะจอดก็บีบ จะออกตัวก็บีบ ทั้งรถเก๋ง ทั้งมอเตอร์ไซค์ ทั้งจักรยาน เฮ้อ…บางคนขับรถไป หันหน้ามามองเรา ข้างหน้าเป็นไฟแดง ก็บีบแตร เอ๊ะ เป็นไรกันเนี๊ย พอไฟเขียวขึ้นท่านก็บีบแตรอีกทั้งๆที่ตัวเองยังไม่ทันเปลี่ยนเกียร์เลย เอ๊อออออ…งง กลับห้องพักเลือก program สำหรับพรุ่งนี้ดีกว่า ก่อนนอนจะได้แจ้งโรงแรมเพื่อซื้อ Open Tour สำหรับพรุ่งนี้

ตอนเช้ารถตู้จากบริษัททัวร์มารับไปเที่ยว Halong Bay ตอน 8 โมงเช้าซึ่งรถก็ตระเวนรับแขกจาก โรงแรมต่างๆ อีก 2-3 ที่ รวมนักท่องเที่ยวทั้งหมดประมาณ 7 คนซึ่งก็มีทั้ง คนญี่ปุ่น, อเมริกัน, เยอรมัน และเราคนไทย (ซึ่งเท่าที่ได้สัมผัสทุกคนชอบเที่ยว Indochina มาก และก็ไปมาครบแล้วรวมทั้ง ประเทศไทยด้วย) เราใช้เวลาเดินทาง 4 ชม. สำหรับระยะทางแค่ 160 กม.เองอ่ะ จากนั้นลงเรือเพื่อล่อง ชมความงามของอ่าวฮาลอง ชมหมู่บ้านชาวประมง (เค้าเรียกว่าชาวน้ำ-Floating Village) ซึ่งจะเลี้ยงกุ้ง หอย ปู ปลา ไว้ในกระชัง ซึ่งปลูกสร้างติดกับตัวบ้าน พอเรือนักท่องเที่ยวเข้ามาก็เข้าเทียบและขายกัน สดๆตรงนั้นเลย พร้อมกับแม่ค้า พ่อค้าก็จะพายเรือกระจาดซึ่งสานด้วยไม้ไผ่เข้ามาขายน้ำ ขายขนม ขายผลไม้ เต็มไปหมด ที่ชุมชนชาวน้ำนี้มีทุกอย่างครบครันเพื่อดำรงชีพค่ะทั้งสถานที่ราชการ โรงเรียน ร้านค้า คล้ายๆกับเกาะปันหยี จ.พังงาบ้านเรา เพียงแต่ชุมชนเค้าไม่มีส่วนที่เป็นพื้นดินเลย จากนั้นเราก็ ทานอาหารเที่ยงบนเรือ ใครอยากจะกินอะไรเป็นพิเศษก็เลือกซื้อตรงนั้นเลย แล้วขอให้พ่อครัวบนเรือ ปรุงสุกให้ พออิ่มแล้วเราก็ลงเรือเล็กเพื่อลอดเข้าถ้ำชมความงามของภูเขาหินปูน เพราะเรือใหญ่เข้า ไม่ได้ (เหมือนที่เราว่ายน้ำลอดเข้าถ้ำมรกตเพราะน้ำขึ้นเรือเข้าไม่ได้) เราเข้าชม 2 แห่งจากนั้นกลับเรือ ใหญ่เพื่อเดินขึ้นเขา ชมถ้ำ Thien Cung หรือ Palace of Heaven และถ้ำ Dau Go หรือ Wooden Stack Grotto ก็ได้เหงื่อกันพอสมควร บันไดหลายขั้นเอาการ วันนี้เราเที่ยวได้แค่นี้ค่ะ ที่จริงแล้วใน ฮาลองเบย์ มีถ้ำหลายร้อยถ้ำ และมีเกาะใหญ่น้อยรวม 700 กว่าเกาะ แถมพื้นที่บริเวณนี้ยังเคยเป็นที่อยู่ ของคนยุคหินเก่าก่อนประวัติศาสตร์นับอายุกันได้ประมาณ 17,000 ปีมาแล้ว ฮาลองเบย์จึงได้รับการ ปกป้องจาก UNESCO จดทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 17 ธค. 2537 และด้วยความสวยงาม เกาะมากมายวางตัวซับซ้อนกันเหมือนเขาวงกต ภาพนี้จึงไปปรากฏเป็นฉากเด่นในภาพยนต์เรื่อง Indochine เมื่อปี 2537

เราเดินทางกลับเข้าถึงท่าเรือประมาณ 16:30 นาที จากนั้นขึ้นรถตู้กลับฮานอย ถึงโรงแรมประมาณ 2 ทุ่มค่ะ หาข้าวหม่ำก่อน หิวอ่ะพรุ่งนี้จะตื่นแต่เช้า จะได้เก็บภาพวิถีชีวิตชาวกรุงกันซะหน่อย

เราเลือกที่จะไปเที่ยว Perfume pagoda ซึ่งอยู่ห่างจากฮานอยประมาณ 60 กม. รถตู้มารับเราตอน 8 โมงเช้า วันนี้ผู้ร่วม trip ของเราเป็นครอบครัวชาวเดนมาร์ก 2 ครอบครัว รวมกันประมาณ 7 คน มีพ่อ แม่ ลูกสาว และเพื่อนสาวของลูกซึ่งอายุยังน้อยอยู่เลย แต่เธอก็รักที่จะทำงานให้กับองค์กรระหว่างประเทศ และมาประจำอยู่ในเวียดนาม, 2 หนุ่มน้อยชาวสวิส-เยอรมัน และคู่รักชาวสิงคโปร์ รวมทั้งสิ้น 13 คนค่ะ และเช่นเคยเกือบทุกคนเคย มาเที่ยวประเทศไทยแล้วทั้งสิ้น เราเดินทางกันประมาณชั่วโมงครึ่งมาถึงหมู่บ้าน… ที่นี้ให้บริการท่องเที่ยวทางเรือแจว โดยล่องระยะทาง 4 กม. ใช้เวลาชมนก ชมไม้ ชมแนวเทือกเขา หินปูนสูงใหญ่สลับซับซ้อนเรียงรายตลอดทางพร้อมสัมผัสชีวิตชาวบ้าน 2 ข้างทาง อยากจะบอกว่ามันเป็นกุ้ยหลินแห่งเวียดนามก็ว่าได้นะเนี๊ย.... ประมาณ 1 ชม.ครึ่ง หมดระยะทางเรือ หลังจากนี้เราเริ่มเดินเท้าขึ้นเขาอย่างถึกระยะทาง 3 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ด้วยความสูงแค่ 700 ม.เหนือระดับน้ำทะเลเอง... ที่นี่มีวัดมากมายถึง 18 วัดแต่เรามีเวลาน้อยจึงเข้าชมได้เพียง 2 วัดเท่านั้น โดยวัดแรกเป็น Main Cave Pagoda ชื่อ Huong Tich Chu หรือ pagoda of the Perfume Vestige อยู่บนยอดเขา ซึ่งตลอดระยะทางที่เดินขึ้นมาจะมีร้านค้าขายเครื่องดื่ม และของที่ระลึกวาง เป็นระยะๆ เพื่อบริการนักท่องเที่ยว และก็มีบางคนที่ยอมเดินหิ้วกระติกแช่น้ำอัดลมเดินตามเราตลอดทาง เพื่อหวังว่าจะขาย หักคอแพงๆให้เรา ซึ่งก็ได้ผล เพราะนอกจากแพงแล้ว ยังไม่ทอนตังค์เราอีกอ่ะ !!! เธอบอกว่าขอเป็น Tip ละกัน ….เบียร์ 1 ป๋องกะน้ำอัดลมอีก 1 ป๋อง โดนไป 50,000 VND…..นั่นปะไร 3 เหรียญกว่าแน่ะ โถไอ้เรารึก็เห็นใจ เพราะเธอเดินตื้อเราตลอดทาง แถมเดินโบกพัดให้เราหยอยๆ อีตอนที่เราทำท่าจะเป็นลม ก็ไม่คิดว่าน้ำกระป๋องมันจะแพงขนาดนี้ จากนั้นเราเดินกลับลงมา เพื่อกินข้าวเที่ยง(ปาเข้าไปบ่าย 2 โมงครึ่งแน่ะ) ที่บริเวณวัด Thien Tru Pagoda หรือ Pagoda Leading to Heaven ที่นี่เป็นจุดใหญ่จุดเดียวที่นักท่องเที่ยวต้องแวะกินมื้อเที่ยง จากนั้นก็เดินเข้าวัด ไปไหว้พระ วัดสวยมากๆค่ะ จากนั้นเราเดินลงเขาเพื่อนั่งเรือแจวกลับเข้าหมู่บ้าน วิว 2 ข้างทางช่วงบ่าย แก่ๆ นี่ สวยมากๆ พระอาทิตย์กำลังจะตกลับขอบเทือกเขาหินปูน สีของน้ำ ก็เปลี่ยนไป สวยต่างจากช่วง เช้าไปอีกแบบ เมื่อเข้าเทียบท่าเรือเรา tip ฝีพายเรากันพอหอมปากหอมคอ

ที่นี่มีแต่ผู้หญิงเท่านั้น ที่พายเรือ เนื่องจากสามี หรือไม่ก็พ่อของพวกเธอเสียชีวิตไปในช่วงสงคราม…ชาวบ้านที่นี่ยากจนมาก พายเรือวันนึงได้ค่าจ้างแค่ 1 เหรียญ…..เราไม่ได้ถามเธอหรอก แต่อ่านเอาจาก Lonely Planet Vietnam เพราะงั้นจึงไม่แปลกที่สาวๆที่นี่กล้าขอ tip หรือไม่ก็ฮุบเงินทอนจากเรา เพราะพวกเค้าจน จริงๆ แต่ทุกคนก็น่ารัก ช่างพูดช่างคุย ช่างซักถาม ใช้ภาษาอังกฤษได้เก่งจริงๆ เมื่อเทียบกับการที่ เค้าเป็นแค่ชาวบ้าน ไม่ใช่ชาวกรุง

เอาหล่ะ เข้าห้องน้ำห้องท่าเรียบร้อย ขึ้นรถกลับฮานอยกันถึงประมาณ 1 ทุ่ม พวกเราแยกย้ายกันกลับ เพื่อนๆร่วม trip น่ารักมาก จากนั้นไปหาข้าวกินกัน เอ๊ะไม่ค่อยหิวเท่าไร กลับห้องไปโซ๊ยมาม่าดีกว่า ขี้เกียจขนกลับเมืองไทย

วันนี้ต้องเช็คเอาท์ เราก็เลยรีบกินข้าวเช้า แล้วนั่ง Taxi ไปเที่ยวตามสถานที่สำคัญๆในฮานอยนี่แหละ เหลือเวลาแค่ 3 ชม.ถ้าขืนเดินไปคงเก็บที่เที่ยวไม่หมด เริ่มต้นที่โฮจิมินท์มิวเซี่ยม ค่า Taxi 11,000 VND มิเตอร์ยังไม่ทันขยับก็ถึงล่ะ นั่นแน่ะให้ไป 12,000 ไม่ทอนตังค์แห่ะ ขอบคุณเราแล้ว เดินลงมาเปิด ประตูให้...ไม่อยากลงก็ต้องลงอ่ะเนอะ เออๆช่างมัน รีบเดินดีกว่าเดี๋ยวเที่ยวไม่ครบ โน้นนนน….มิวเซี่ยม โห ค้อนเคียวเห็นแต่ไกล อ้าวววว วันนี้ไม่เปิดอ่ะ ปิดวันจันทร์กะวันศุกร์ ไม่เป็นไร ก็เดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ บังเอิญเหลือบไปเห็น สิ่งก่อสร้างเหมือนศาลเล็กๆ ก็เลยถ่ายรูปมาสวยดี มารู้ทีหลังว่าคือ One Pillar Pagoda ซึ่งสร้างเมื่อปีพ.ศ. 1592 เป็นสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เ ฉพาะตัวมากจนกลายมา เป็นสัญลักษณ์ของชาวฮานอยจนถึงปัจจุบัน ตามสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้จะมี วินมอเตอร์ไซค์เข้ามาขาย บริการเยอะ จ่ายประมาณ 1 USD เค้าจะพาขับทัวร์ไปตามจุดต่างๆ แต่เราไม่เอาหรอก ตามแยก ไฟแดงเนี๊ยน่ากลัวมากเลย ขับรถไม่ค่อยมีระเบียบกะเดี๋ยวสิ้นชีวิต ในต่างแดน จากนั้นเราเดินไป President’s palace ซึ่งเป็นสถานที่ทำงาน รับรองแขกบ้านแขกเมือง รวมถึงเป็นที่พักของ ประธานาธิบดีโฮจิมินท์ ในช่วงปี พ.ศ. 2497-2512 จากนั้นเดินต่อไปยัง Hanoi Flag Tower เป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2355 จากนี้คงต้องนั่ง Taxi แล้วเพราะไปไกลเกินกว่าจะเดิน นั่นคือวัด Tran Quoc Pagoda ปลูกสร้างอยู่ในทะเลสาบ West Lake โดยวัดนี้ถือเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในฮานอย และถือเป็นสัญญลักษณ์ของชาวเวียตนามที่นับถือ ศาสนาพุทธด้วย

เราต้องรีบกลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรมแล้วล่ะ 10 โมงกว่าแล้ว เดี๋ยวตกเครื่อง จากนั้นให้ Taxi ไปส่งที่ท่ารถ Minibus ซึ่งจอดอยู่ที่office ของสายการบินเวียตนามห่างจากโรงแรมประมาณ 5 กม. รอแป๊บนึงรถก็ออกพอดี ก็นั่งอัดกันไปแอร์พอร์ต ใช้เวลาชั่วโมงนึง ถึงแอร์พอร์ต 11:20 น. Check in แล้วไปต่อแถวซื้อ airport tax คนละ 14USD เดินเข้า Gate ก่อนนะ

 

Back to all Activities
Home to First Page
ข้อมูลน่ารู้สำหรับท่องเที่ยว ประเทศเวียตนาม
date of event : 21-24Oct2005

©Crazythai Ltd, Part. All rights reserved.
December 14, 2006 2:32 PM

 

Hosted by www.Geocities.ws

1