
| วันที่
1 Bangkok-Kathmandu ออกเดินทางจากกรุงเทพ ถึง กาฐมัณฑุ และเข้าพักในย่านทาเมล ซึ่งเป็นย่านช๊อปปิ้ง เหมือนถนนข้าวสารบ้านเรา คืนนี้เราช๊อปปิ้งกระจายเลยค่ะ ของถูก และสวยสไตล์เซอๆ อิ อิ มัวแต่เดินซื้อของ เลยไม่ได้ถ่ายรูป บ้านช่อง ประตู หน้าต่างสีสวยดีค่ะ |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
วิวสวยๆ |
พ่อค้ามะพร้าวห้าว |
จักรยานในย่านทาเมล |
พระอาทิตย์อัศดงที่สนามบิน |
เดาอารมย์ไม่ออกอ่ะ |
| วันที่
2 Kathmandu-Pokhara เราออกเดินทางสู่ Pokhara ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านที่ทุกคนต้องผ่านเพื่อเข้าสู่ Trekking Area เราเดินทางโดยรถบัส ระยะทางประมาณ 200 กม. แต่ด้วยเส้นทางที่แสนจะคดเคี้ยว เลยต้องใช้เวลาเดินทางถึง 6 ชม. แต่วิวข้างทางสวยสุดๆ พยายามเลือกนั่งฝั่งขวานะคะ ทั้งภูเขาสูง และแม่น้ำ Modi ซึ่งเราวิ่งเลียบสายน้ำนี้ไปจนถึง Pokhara ประมาณ บ่าย 4 โมง แดดยังไม่ตกค่ะ เราก็เลยมีเวลาล่องเรือชมทัศนียภาพในทะเลสาบฟีวา ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ กลางทะเลสาบเราเข้าไปนมัสการวัดบาฮาลีกัน พอตกค่ำเราก็เดินช๊อปปิ้งอีกแล้ว คืนนี้อุณหภูมิภายนอกห้องพักอยู่ที่ 8 องศาC ค่ะ |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| วันที่
3 Pokhara-Tikhedhunga ต้องรีบตื่นแต่เช้ามาเฝ้าดูพระอาทิตย์ขึ้น เพราะที่เมืองนี้เป็นจุดที่มองเห็นยอดเขา Annapurna South กับ Machchapuchare หรือ Fish Tail และยอดเขาอื่นๆอีก 2-3 ยอด เวลาแสงสีทองสาดลงบนยอดสีขาว สวยมากค่ะ จากนั้น 8 โมงเช้าเรานั่งรถบัส 2 ชม. ไปที่หมู่บ้าน Nayapul ซึ่งอยู่ที่ระดับความสูงเหนือน้ำทะเล 1,050 ม. และเดินเท้าเข้าสู่ Annapurna Conservation Area ที่ Birethanti พอเราเริ่มเข้าเขตเดินเขาเท่านั้นแหละค่ะ วิว 2 ข้างทางเปลี่ยนไปเลย บ้านช่อง guest house ประตู ภูเขา แม่น้ำ สวยจับใจ หลังจากเดินกันไปประมาณ 7 กม. คืนนี้เราเลยนอนกันที่ Tikhedhunga Hill (ความสูงระดับ 1,540 ม.) อุณหภูมินอกที่พัก 8 องศา C ในห้อง 17 องศา C ค่ะ |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| วันที่
4 Tikhedhunga-Ghorepani รีบออกเดินทางตั้งแต่ 7 โมงเช้าดีกว่า วันนี้ต้องเดินกันประมาณ 8 กม. แถมทางเดินเป็นขั้นบันได ราวๆ 3,000 ขั้น สักประมาณตอนเที่ยงพวกเราอยู่กันที่ระดับความสูง 2,300 ม. อากาศเย็นมากค่ะ ต้องนั่งกินข้าวกลางแดด พอสักบ่าย 2 เราอยู่ที่ระดับความสูง 2,500 ม. แนวป่าข้างทางเปลี่ยนเป็นป่าดึกดำบรรพ์แล้วค่ะ มีมอสเขียวชะอุ่มเกาะอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ และก้อนหิน เราเดินไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ อากาศเย็นขึ้นมาก สักบ่าย 3 โมงอุณหภูมิอยู่ที่ 10องศาC เราเดินผ่านหมู่บ้านมาหลายหมู่บ้านค่ะสวยๆ น่ารักทั้งนั้น เรามาถึง Ghorepani ประมาณ 5 โมงเย็น ที่ระดับความสูง 2,800 ม. อุณหภูมิอยู่ที่ 5 องศา โชคดีที่นี่มีน้ำอุ่นให้อาบค่ะ คืนนี้เราวัดอุณหภูมินอกห้องได้ -1 องศา ส่วนในห้องโดนไป 5 องศาเองค่ะ หน๊าวววววว หนาววววววว คืนนี้ไกด์นัดแนะ และให้ความรู้กับพวกเราอย่างดี เพราะพรุ่งนี้เราต้องเดินขึ้นยอด Poon Hill ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของ trip นี้ และที่ระดับความสูง 3,200 ม. บางคนอาจเกิดอาการช๊อค (HighAltitude) ได้ค่ะ เนื่องจากร่างการปรับสภาพไม่ทัน ก็เลยต้องเตรียมตัวกันดีหน่อย |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| วันที่
5 Ghorepani (Poon Hill)-Tadapani วันนี้ตื่นตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง เพื่อลงมาดื่มชาอุ่นๆ และเตรียมตัวออกเดินขึ้นยอด Poon Hill ตอนตี 5 อากาศเย็นม๊ากกกกกกก ทางชัน และมืดด้วย ตลอดทางเราเห็นแม่คะนิ๊งเกาะ ตามใบไม้ ยอดไม้ สวยจริงๆ ก่อนขึ้นถึงยอดเราเห็นแหม่มต่างชาติอายุประมาณ 45 ปี ถูกหิ้วปีกเดินลงมาแหละ ท่าทางไม่ไหว คงเป็นอาการแพ้ระดับความสูง ร่างกายปรับตัวไม่ทันค่ะ น่าเสียดายจัง อุตส่าห์มาถึงที่แล้ว เอ้า...กลับมาที่เรื่องของเรา พอ 6 โมงเช้าเราขึ้นถึงยอด Poon Hill โอ้ววววววว อลังการมากค่ะ ที่ระดับความสูง 3,200 ม. อุณหภูมิ -6 มองเห็นยอดเขาสูงๆต่างๆถึง 10 ยอด แสงสีทองเป็นลำ สาดลงบนยอดเขาสีขาว ตัดกับท้องฟ้าสีน้ำเงิน ดูรูปเอาเองละกันค่ะ จากนั้นสัก 8 โมงครึ่งก็ต้องเดินลงแล้วค่ะ เพราะต้องออกเดินทางต่ออีก 7 กม. เดี๋ยวถึงค่ำเกินไป อาจจะหลงทางได้ สำหรับวันนี้ถือเป็น Highlight ค่ะ เพราะเส้นทางที่เริ่มเดินลงเขาตลอดทั้งวันก็สวยมาก เราเดินเห็นยอดเขาหางปลาทั้งวัน เพียงแต่ทิศทางเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง แทบจะเดินวนรอบมันเป็นวงกลมเลยค่ะ ช่วงบ่ายแก่ๆเป็นช่วงที่โหดสุดของการเดินทาง เพราะต้องเดิน Upper Hill นับได้อย่างน้อยก็ประมาณ 200 ขั้นแน่ะค่ะ ที่ไม่ได้นับก็ไม่รู้อีกกี่ขั้น เราถึงที่พักตอน 5 โมงเย็นมืดพอดี หนาวมากด้วย แต่เป็นสุดยอดวิวค่ะ เพราะห้องนอนตั้งเผชิญหน้ากับยอดเขาหางปลาเลย ใกล้มากๆ ใหญ่โต อลังการ จริงๆ คืนนี้อุณหภูมิตอน 2 ทุ่ม หน้าห้องนอนอยู่ที่ -5 องศาค่ะ |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| วันที่
6 Tadapani-Ghandruk เช้านี้รีบตื่นไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นบนเนินเขาหลังที่พัก สุดบรรยายค่ะ ดูรูปประกอบเอาเองละกัน จากนั้น 9 โมงครึ่ง เราก็ออกเดินทางลงเขา โดยเดินเลียบไหล่สันเขาไปตลอดทาง วิวเริ่มเปลี่ยนจากยอดเขาสีขาวโพลน ไปเป็นเนินเขาสูงสีเขียวทมึนซ้อนเหลื่อมกันเป็นชั้นๆ แทน แซมไปด้วยหมู่บ้านที่ทำนาขั้นบันได และดอกไม้สีสวยๆ สักตอนเที่ยงครึ่งเราก็ถึงที่พักแล้วค่ะ วันนี้เดินแค่ 5 กม.เอง หลังจากกินข้าวแล้ว พวกเราจะออกไปเดินดูหมู่บ้านกันค่ะ ที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่า Gurung เป็นหมู่บ้านที่น่ารักมาก เนินเขา ดอกไม้ ทุ่งหญ้า ไร่ดอกมัสตาร์ด มีฉากหลังเป็นยอดเขาหางปลา มันยังตามหลอนเรามาถึงนี่แนะค่ะ เอิ๊อกกกกกกก คืนนี้อุณหภูมินอกห้องนอนอยู่ที่ 5 องศา ส่วนในห้อง 11 องศาค่ะ |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| วันที่
7 Ghandruk-Pokhara วันนี้เรามุ่งหน้าลงเขาต่อไป ลัดเลาะตามไหล่เขามาหลายลูก ระดับความสูงลดลงเหลือ 1,625 ม. ตอนช่วง 10 โมงครึ่ง อุณหภูมิสูงขึ้นถึง 20 องศา เราเดินลัดเลาะลำธาร น้ำตกไปเรื่อยๆ สัก 5 โมงเย็นเราก็ถึง Birethanti นั่นหมายถึงเรากำลังจะเดินออกจาก Annapurna Conservation Area แล้วค่ะ จากนั้นเราเดินต่ออีก 20 นาที เพื่อมุ่งหน้ากลับหมู่บ้าน Nayapul ที่นี่จะมีรถบัสมารอรับกลับ Pokhara การ Trekking ของเราสิ้นสุดลงแล้วค่ะ กับ 4 กม. สุดท้ายในวันนี้ นาทีนั้นมีความรู้สึกว่า "เราทำสำเร็จแล้ว" แว๊บขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกภาคภูมิใจค่ะ จากนั้นเราก็กระโดดขึ้นรถกลับ Pokhara กัน ด้วยความปรีเปรม กินข้าวเย็นแล้ว กะแด๋วไปช๊อปปิ้งต่อ อิ อิ อิ |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| วันที่
8 Pokhara วันนี้เราจะเก็บสถานที่น่าสนใจที่นี่กันค่ะ เริ่มต้นด้วยการไปดูวัดฮินดู Bindha basini ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวฮินดูจะนำสัตว์มาทำพิธีบูชายัญกัน วันนี้เราเห็นคนเอาไก่มาเชือดคอด้วย หวาดเสียวค่ะ บรื๋อออออออ จากนั้นเราไปชมน้ำตกเดวี่ซึ่งเป็นน้ำตกที่ต้องชะโงกหน้าลงไปดูเพราะอยู่ลึกลงไปในเหวถึง 100 ม. เสร็จแล้วเราไปชมศูนย์อพยพชาวทิเบต ซึ่งอพยพลงมาหลังจากจีนเข้าบุกกรุงลาซาล และประกาศให้ทิเบตเป็นส่วนหนึ่งของจีน หลังจากนั้นเราเดินขึ้นเขาสูงชันถึง 45 นาที เพื่อไปนมัสการ Peace Stupa ซึ่งสร้างโดยชาวญี่ปุ่น และชมวิวเมือง Pokhara เหนือทะเลสาบฟีวาค่ะ ไม่ผิดหวังจริงๆ เราเก็บภาพพานอรามามาฝากด้วยค่ะ |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| วันที่
9 Pokhara-Kathmandhu วันนี้เราใช้วิธีบินกลับค่ะ (เลือกนั่งฝั่งซ้ายนะคะ วิวสวย) ใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง ก็ถึง Kathmandhu แล้ว พวกเราไม่รอช้าเที่ยวต่อเลย โดยไปชมมรดกโลก วัดโพธินาถ (Bouddhanath) เป็นสถูปที่มีเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเนปาล ที่นี่เป็นชุมชนชาวพุทธทิเบตค่ะ มีชาวทิเบตหลากหลายชนเผ่าเดินทางมาแสวงบุญกันมากมายทั้งยากจน และมีฐานะ รวมไปถึงฝรั่งชาติตะวันตกที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนาก็มาแสวงบุญที่นี่ด้วยค่ะ จากนั้นเราไปชมพระราชวังหนุมานโธกา (Hanumandhoka หรือ Kathmandhu Durbar Square) ซึ่งเต็มไปด้วยศิลปะ แกะสลักไม้ งดงาม เก่าแก่มากค่ะ ที่นี่ใช้สำหรับกษัตริย์มาทำพิธีกรรมทางศาสนา และงานราชพิธีต่างๆ ในบริเวณใกล้กัน จะมีวัดกุมารี (Temple of Kumari) เป็นที่พักขององค์กุมารี ตัวแทนแห่งเทพบริสุทธิ์ ซึ่งทำหน้าที่เทพแห่งการดำรงค์ชีพ ทุกๆปีกษัตริย์แห่งเนปาลจะต้องมาขอพรจากเธอ เราได้เห็นหน้าเธอแว๊ปเดียวค่ะ น่ารักมากๆเลย อายุแค่ 8 ขวบ รับหน้าที่นี่มาตั้งแต่ตอนอายุ 5 ขวบ เราได้ฟังขั้นตอนการคัดเลือกกุมารีมาแล้วก็อึ้งค่ะ เพราะมันเป็นทั้งไหวพริบ ความฉลาด การเข้าใจภาษาอื่นๆ และ sense ในการตอบคำถามบางเรื่อง จากนั้นเราก็เดินต่อไปดูอาคารไม้เก่าแก่กาฐมาณฑบ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมืองหลวงค่ะ และก็อีกหลายๆโบราณสถานสวยงาม ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันอีกมากมาย ที่นี่จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกที่หนึ่งค่ะ |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| วันที่
10 Kathmandhu-Bangkok วันนี้เราต้องบินกลับเมืองไทยตอน 9 โมงเช้าค่ะ แต่ว่าเครื่อง Delay ไปเป็นตอนบ่าย 3 โมง เราก็เลยดีอกดีใจกันใหญ่ เพราะจะได้เที่ยวมรดกโลกต่ออีก 2 ที่ อิ อิ อิ เริ่มกันที่สถูปสวะยัมภูนาถ (Swayambhunath) เป็นเจดีย์ของชาวพุทธ-ฮินดู ว่ากันว่าอายุเก่าแก่ถึง 2,000 ปีเชียวค่ะ ที่นี่มีลิงเยอะมากจนได้ชื่อเรียกอีกชื่อว่าวัดลิง จากนั้นเราเดินทางไปต่อที่วัดปศุปฏินาถ (Pashupatinath Temple) เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของศาสนาฮินดู หลังคาทำด้วยทองคำซ้อนกันสองชั้น ส่วนประตูทำด้วยเงิน วัดนี้ใช้สำหรับทำพิธีเผาศพ ตอนที่เราเข้ามาดูนี่ก็กำลังทำพิธีอยู่ 3 ศพ ด้วยความหดหู่เราก็เลยรีบผละออกไปเดินดูโยคี ซึ่งมาใช้ชีวิตอยู่ในวัดนี้เพื่อปฏิบัติธรรม จากนั้นก็รีบเดินทางไปสนามบิน และกลับเมืองไทยค่ะ |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
เรื่องราว และความรู้สึกต่างๆจากการเที่ยวเนปาลครั้งนี้ ไม่สามารถถ่ายทอดด้วยตัวอักษรค่ะ คงต้องให้ท่านไปสัมผัสเอง ไม่ว่าจะเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ อลังการ, ชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากจน, ศิลปะวัฒนธรรมจากชนเผ่าที่หลากหลาย, สิ่งก่อสร้างที่วิจิตรตระการตา, สีสันของผู้คน เป็นต้น และฝากถึงผู้ที่ชอบการถ่ายภาพ พลาดไม่ได้จริงๆค่ะ....โดยเฉพาะผู้ที่ชอบแนว portrait |
| Back | ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับท่องเที่ยวประเทศเนปาล |
Copyright
by Crazythai Ltd, Part. All rights reserved. April 26, 2006 11:08 AM |