เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ
" 12 สิงหาพระบารมีแผ่ไพศาล "

1. ความเป็นมา
          สืบเนื่องจากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2546 นายกรัฐมนตรีเสนอว่า ปัจจุบันมีนักโทษและผู้ต้องขังเป็นจำนวนมาก ทำให้เรือนจำและทัณฑสถาน ตลอดจนสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนมีความแออัด มีสภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการแก้ไขและพัฒนาพฤติ-นิสัย จึงเห็นควรให้กระทรวงยุติธรรม ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยอาจนำผู้เสพยา เสพติดที่ถูกจำคุกหรือต้องขังอยู่ในเรือนจำ ก่อนที่กฎหมายจะใช้บังคับนำมาบำบัดฟื้นฟู โดยมีพื้นที่ของกองทัพหลายแห่ง เช่นที่จังหวัดจันทบุรี สัตหีบ มีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ได้ หากสามารถดำเนินการได้ก็จะเป็นการนำลูกคืนสู่พ่อแม่ นอกจากนี้ ยังมีผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยหรือเล็กน้อย ที่ประพฤติตัวดี หรือให้ความร่วมมือกับทางราชการ สมควรที่จะพิจารณาให้มีการพักการลงโทษได้ หรือกรณีนักโทษที่มีความประพฤติดีเหลือโทษเพียงเล็กน้อย และนักโทษที่ไม่เป็นอันตรายต่อสังคม หรืออายุสูงมากๆ อาจนำมาพิจารณาจัดให้อยู่ในเรือนจำที่มีลักษณะเหมาะสม เพื่อเป็นการกระจายนักโทษที่อยู่กันอย่างแออัด ทั้งนี้ ขอให้กระทรวงยุติธรรมเตรียมการ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาวันที่ 12 สิงหาคม 2546 ด้วยการปล่อยผู้ต้องโทษกักขังแทนค่าปรับและนักโทษเด็ดขาด เช่นเดียวกับที่ได้เคยถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาที่ผ่านมาด้วย ซึ่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ

2. วัตถุประสงค์
          2.1 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในวโรกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษาวันที่ 12 สิงหาคม 2546
          2.2 เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องโทษกักขังที่มีฐานะยากจน หรือมีความจำเป็นไม่อาจชำระค่าปรับได้โดยสุจริต
          2.3 เพื่อเป็นการให้โอกาสแก่ผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดี มีความอุตสาหะ ก้าวหน้าในการศึกษาอบรม มีผลการทำงานดี หรือทำความชอบแก่ราชการเป็นพิเศษ ในการกลับตนเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมได้มีโอกาสกลับไปอยู่กับครอบครัว
          2.4 เพื่อนำผู้เสพยาเสพติดที่ถูกจำคุกหรือต้องขังอยู่ในเรือนจำก่อนที่พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดจะบังคับใช้ มาเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพตามโครงการ
          2.5 เพื่อลดความแออัดของผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถาน

3. เป้าหมาย จำนวนประมาณ 2,550 คน
          3.1 ผู้ต้องกักขังทั่วประเทศที่จะได้รับการปล่อยตัว จำนวน 750 คน
          3.2 นักโทษเด็ดขาดที่ไม่ได้รับประโยชน์ ตามพระบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 และผู้ต้องขังที่ได้รับพักการลงโทษกรณีพิเศษ จำนวน 1,800 คน

4. หน่วยงานที่รับผิดชอบ
กระทรวงยุติธรรมโดยกรมราชทัณฑ์ และหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง รับผิดชอบ ในการวางแผนอำนวยการ ประสานงาน และกำกับดูแลร่วมกับกระทรวงกลาโหม

5. การดำเนินการ
          5.1 สำรวจจำนวนผู้ต้องกักขังและนักโทษเด็ดขาดที่จะดำเนินการปล่อยตัว ดังนี้
              5.1.1 ผู้ต้องกักขังทั่วประเทศที่ยังไม่ได้รับการปล่อยตัวตามเกณฑ์ที่กำหนด
              5.1.2 นักโทษเด็ดขาดคดียาเสพติด ที่ไม่ได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 และนักโทษเด็ดขาด ที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์จะได้รับการปล่อยพักการลงโทษกรณีพิเศษ
          5.2 แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานทั้งหมด 3 ชุด ประกอบด้วย
              5.2.1 คณะกรรมการพิจารณาแนวทางการปล่อยตัวผู้ต้องกักขังแทนค่าปรับและนักโทษเด็ดขาด มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน โดยมีคณะกรรมการประกอบด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ทั้ง 4 ท่าน อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
              5.2.2 คณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ต้องกักขังแทนค่าปรับที่จะได้รับการปล่อยตัว
              5.2.3 คณะกรรมการดำเนินการและปฏิบัติงานในพิธีปล่อยตัวผู้ต้องกักขังแทนค่าปรับและนักโทษเด็ดขาด
          5.3 จัดให้ผู้ต้องกักขังและนักโทษเด็ดขาดที่ได้รับการปล่อยตัว เข้าค่ายฝึกอบรมเป็นเวลา 7 วัน ก่อนปล่อย
              5.3.1 ผู้ต้องกักขัง
              - การขนย้ายผู้ต้องกักขัง ให้เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ ประสานงานกับ
สภอ. ในพื้นที่ ในการขอรับตัวผู้ต้องกักขังในพื้นที่ของตน และขนย้ายมาควบคุมในสถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี
              - การควบคุมและการฝึกอบรม กรมราชทัณฑ์ เป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุม
และฝึกอบรม ผู้ต้องกักขัง โดยใช้สถานที่ของสถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี หลักสูตรการฝึกอบรมให้จัดตามแนวทางของหลักสูตรกองทัพบก และกองทัพบกจะสนับสนุนวิทยากร กรณีกรมราชทัณฑ์ร้องขอ
              5.3.2 นักโทษเด็ดขาด
              - การขนย้ายนักโทษเด็ดขาดให้เรือนจำและทัณฑสถาน ในพื้นที่เขตต่าง ๆ นำตัว
นักโทษเด็ดขาดมารวมกันที่เรือนจำประธานเขต แล้วประสานงานกับกองทัพบก ในการรับตัว นักโทษเด็ดขาดเข้าค่ายฝึกอบรม
              - การควบคุมและการฝึกอบรม กองทัพบกเป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมและฝึก
อบรม โดยร่วมกับส่วนราชการต่าง ๆ ในเชิงบูรณาการ ให้เหล่าทัพต่างๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมโดยใช้สถานที่ของกองทัพบกตามที่กำหนด
          5.4 การจัดพิธีปล่อยตัวผู้ต้องกักขังและนักโทษเด็ดขาด ในวันที่ 11 สิงหาคม 2546 โดยเชิญ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

6.ระยะเวลาดำเนินการ           เริ่มดำเนินการ 11 มิถุนายน-11 สิงหาคม 2546

7.งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินโครงการ
          ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ โดยขอใช้จ่ายเงินจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ในวงเงิน 25,760,000 บาท (ยี่สิบห้าล้านเจ็ดแสนหกหมื่นบาทถ้วน) โดยเบิกจ่ายตามที่จ่ายจริง

8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
          8.1 ทำให้ผู้ต้องขังและผู้ต้องกักขังที่ได้รับสิทธิ มีจิตสำนึกที่จะพร้อมใจกลับตนเป็น พลเมืองดี มีระเบียบวินัย มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ยึดมั่นในการกระทำความดี ไม่กลับมากระทำผิดซ้ำ
          8.2 ทำให้สามารถลดความแออัดของผู้ต้องขังที่อยู่ในความควบคุมของเรือนจำ/ทัณฑสถาน เพื่อการแก้ไขและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

9. ดัชนีชี้วัด
          9.1ผู้ได้รับการปลดปล่อยมีความพร้อม ด้านร่างกายและจิตใจก่อนได้รับการปล่อยตัว
          9.2 ผู้ต้องขังสามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับสังคมได้ภายหลังการปลดปล่อยและไม่กลับมากระทำผิดซ้ำ

10. การประเมินผล           มีการติดตามประเมินผล 6 เดือน หลังปล่อย

Hosted by www.Geocities.ws

1