Human Resource Information
System
งานด้านบุคคล ประกอบด้วย
·
Personal Information System
·
Human Resource Information
System
ลักษณะทั่วๆ ไปของงานด้าน HR
ได้แก่
·
สร้างแรงจูงใจให้พนักงานอยู่ทำงานร่วมกับองค์กรไปนาน
โดยใช้กลยุทธ์ต่างๆ เช่น การจ่ายโบนัส, การปรับตำแหน่ง, และการให้รางวัล
เป็นต้น
·
เสริมสร้างการสื่อสารที่ดีระหว่างพนักงานกับผู้บริหาร
·
การดำเนินการตามกฎหมายแรงงาน
·
กำหนดกรอบนโยบายและกระบวนการด้าน HR ที่สามารถเข้าใจได้ง่ายและเกิดความสะดวกต่อพนักงาน เช่น การนำ Work
Flow เข้ามาช่วยในการปฏิบัติงาน
·
พยายามดึงดูดให้พนักงานระดับล่างอยู่ร่วมทำงานกับองค์กรนานๆ
·
สนับสนุนให้หัวหน้างานระดับล่างมีความสามารถสูงขึ้นและมีศักยภาพที่ดีขึ้น
·
เสริมสร้างความมั่นคงให้กับผู้บริหารระดับสูง
·
มีระบบการจ่ายเงินทดแทน
·
ทำให้งานด้าน
HR เชื่อมโยงกับ
Payroll ได้อย่างกลมกลืน
·
เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างบุคคลากรกับผู้บริหาร
·
ควบคุมและดูแลบุคลากรในส่วนอื่นๆ เช่น
ลูกค้าชั่วคราวหรืองานในสาขาอื่น
·
พยายามหาช่องทางเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านค่าจ้างแรงงาน
หรือลดความเสี่ยงด้านการเงินที่อาจจะเกิดขึ้นจากกฎหมายหมายแรงงาน
ผู้จัดการสายงาน (Line Manager)
ควรทราบและรับรู้ถึงสิ่งต่อไปนี้
·
ข้อมูลพื้นฐานของบุคคลในแผนก เช่น
ความสามารถพิเศษเฉพาะตัว,
เคยผ่านการฝึกอบรมใดมาบ้างแล้ว
·
รูปแบบของการทำงานและหยุดงาน เช่น
ช่วงเวลาใดที่มีการลาหยุดมากที่สุด
·
ต้องทราบถึงศักยภาพของบุคลากรในแผนกอื่น
·
ต้องทราบถึง
Operational และ
Workforce Size เพื่อการวางแผนในการจัดการโครงการ เช่น
Productivity Ratio
·
การจ่ายเงินทดแทน
·
เป้าหมายในการปฏิบัติงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
อย่างไรบ้าง
·
เข้าใจถึงผลิตภัณฑ์ตามฤดูกาล (Seasonal Production)
ซึ่งหมายถึงธรรมชาติของฤดูกาลเพื่อวางแผนการผลิตได้อย่างเหมาะสม เช่น
ช่วงเปิดเทอม, ฤดูหนาว,
ฤดูฝน, ฤดูร้อน หรือเทศกาลปีใหม่
เป็นต้น
·
ต้องทราบข้อมูลของระบบอื่นๆ เช่น ช่วงเวลาการทำงาน เพราะ
Cost Data คือต้นทุนของบุคลากรแต่ละคน
·
ข้อมูลทางสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อบุคลากรในองค์กร
พื้นฐานของระบบ HRIS
ที่ดี
ประกอบด้วย
·
การ Online Access สำหรับ Supervisor
และ Manager ของ HR
·
การกระจายงานให้แก่พนักงานในองค์กร
·
ระบบฐานข้อมูลต้องง่ายต่อการเข้าถึงและเปลี่ยนแปลง
·
ต้องคำนึงถึงมาตรฐานในการออกแบบระบบ เช่น
การกำหนดรหัสพนักงาน เพื่อที่จะสามารถเข้ากับระบบอื่นได้
·
การจัดการเรื่องประวัติพนักงานต้องมีความละเอียดและครอบคลุม
เช่น เข้ามาทำงานตั้งแต่เมื่อไร, เคยได้รับการเลื่อนตำแหน่งอะไรบ้าง, เคยได้รับรางวัลอะไรบ้าง เป็นต้น
·
ระบบต้องง่ายต่อการใช้งาน
·
ข้อมูลต้องความสัมพันธ์กันและสามารถตรวจสอบได้
·
การกำหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลนั้น
พนักงานระดับหัวหน้าต้องสามารถเข้าถึงได้อย่างครอบคลุม
·
การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในอนาคตต้องสามารถทำได้อย่างสะดวกและง่ายดาย
·
ต้องมีการปรับปรุงข้อมูลของพนักงานเสมอ
·
ต้องทราบถึงความความสัมพันธ์ของระบบต่างๆ
ภายในองค์กร
·
การจัดการฐานข้อมูลต้องมีมาตรฐานและเป็นระบบ
·
ต้องสามารถจัดการกับข้อมูลของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น
Agency หรือ Contractor
ได้
ระบบการรับสมัครงาน
ระบบการสมัครงานมีทั้งแบบ External ซึ่งเป็นแบบที่รับสมัครจากภายนอก
และ Internal ซึ่งเป็นแบบที่รับสมัครภายใน ซึ่งทั้ง 2
แบบนั้นต้องมีข้อมูลที่ครอบคลุมถึง ตำแหน่งที่สมัคร,
วุฒิการศึกษา, และเงื่อนไขต่างๆ ในการรับสมัคร
โดยที่มีการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการ Matching
Resumes
การพิจารณาเพิ่ม-ลดขนาดองค์กร
การขอเปิดตำแหน่งใหม่หรือยกเลิกตำแหน่งใดๆ นั้น
จะต้องทำการวิเคราะห์องค์กรว่าสถานะภาพขององค์กรเป็นอย่างไร,
การดำเนินกิจการมีประสิทธิภาพแค่ไหน, ทีมงานต่างๆ
ปฏิบัติงานเป็นอย่างไร รวมทั้งผลกระทบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วย
เพื่อจัดทำรายงานเสนอให้ผู้บริหารเป็นผู้ตัดสินใจในการเพิ่ม-ลดขนาดองค์กร
การวางแผนเพื่อการจัดการในด้านต่างๆ
ต้องพิจารณาถึงสิ่งต่อไปนี้
·
ต้องมีการจัดการด้านการพัฒนาบุคลากร
เพื่อวางแผนการสืบทอดตำแหน่งเพราะบางตำแหน่งไม่สามารถขาดบุคลากรได้
·
การพิจารณาผลตอบแทนและการชดเชยต้องประเมินจากผลการปฏิบัติงาน
และความเหมาะสม
·
ต้องมีข้อมูลในเรื่องของการจ่ายเงินบำนาญเพื่อการวางแผนด้านงบประมาณ
·
การจัดการในเรื่องของสวัสดิการต่างๆ เช่น
ประกันสังคม, หรือประกันสุขภาพ
ต้องมีการเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ค่าใช้จ่าย
·
การฝึกอบรม
ซึ่งเป็นเรื่องของการลงทะเบียน, การจัดตารางอบรม,
การจัดการการพัฒนาหลักสูตร, และการประเมินผลผู้เข้าฝึกอบรม
จะต้องมีการจัดเก็บลงฐานข้อมูล
·
การดำเนินการใดๆ
ต้องปฏิบัติภายใต้กฎหมาย