JIT & MRP

 

Just-in-Time (JIT)

·        เป็นหนึ่งใน Production Management Techniques

·        เริ่มต้นในประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัทTOYOTA

·        เป็น Pull System

·        แนวคิด Make-to-Order คือจะผลิตเมื่อมีความต้องการ

·        มักกระทำควบคู่ไปกับ TQC/TQM

·        ตรงข้ามกับแนวคิดแบบ EOQ ที่ว่าซื้อเยอะจึงจะคุ้ม

JIT ประกอบด้วย 3 กระบวนการหลัก ดังนี้

·        Scale down Production คือต้องลดขนาดของ production ให้เล็กลง

·        Continuous Improvement เป็นการปรับปรุงกระบวนการ

·        JIT/TQC เป็นการควบคุมไม่ให้เกิดของเสีย

Manufacturing Management System (Mfg)

        เป็นระบบที่ประกอบไปด้วยเครื่องจักรและสิ่งที่สนับสนุนการดำเนินการ เช่น คน, วัตถุดิบ, และมาตรฐานต่างๆ

การวัดประสิทธิภาพการทำงาน สามารถนำเทคนิคต่างๆ เข้ามาใช้ได้ เช่น

·        Cycle Time เป็นการวัดระยะเวลาตั้งแต่ต้นจนกระทั่งเป็นผลิตภัณฑ์

·        Due Date Performance เป็นการวัดความสามารถในการผลิตและความรวดเร็วในการจัดส่งให้แก่ลูกค้า

·        Cost Metricเป็นการวัดต้นทุน

Manufacturing Environment แบ่งเป็น 3 ส่วนดังนี้

·        Industry Forces เป็นแรงกดดันจากภายนอกหรือจากคู่แข่งในอุตสาหกรรมประเภทเดียวกัน

·        Internal Reponses เป็นการตอบสนองต่อแรงกดดันจากภายใน

·        The Product Puzzle เป็นสิ่งที่ต้องกระทำให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์

Perfect Manufacturing World เป็นปรัชญาที่ว่าด้วยการการผลิตอย่างสมบูรณ์ ได้แก่

·        ผลิตเท่าไหร่ต้องขายให้หมด

·        การผลิตตามการสั่งซื้อของลูกค้า

·        การผลิตได้ทันตามกำหนด

·        การที่แต่ละผลิตภัณฑ์ถูกผลิตได้ด้วยทรัพยากรของตนเอง

·        ระบบ Mfg สามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

·        การผลิตได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่มีของเสีย

·        ความสามารถในการผลิตได้ตามความต้องการแม้ว่าจะมีปริมาณมากแค่ไหนก็สามารถผลิตได้

·        Cycle Time สั้น

ปัจจัยที่ต้องคำนึงในการออกแบบ Manufacturing System ประกอบด้วย

·        ระบบการเงิน

·        การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม

·        การทำการตลาด

·        การออกแบบผลิตภัณฑ์

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการบริหารจัดการ ได้แก่

·        Production Line คือต้องทำให้การผลิตมีประสิทธิภาพที่สุด

·        ธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับการผลิต เช่น Supplier

·        ระบบต้องมีมาตรฐานช่วยลดความสูญเสียได้

·        การขนส่งต้องสามารถส่งให้ถึงมือลูกค้าอย่างทันเวลา

Work Release System มี 2 แบบ คือ

·       Push System เป็นการทำให้งานสามารถดำเนินไปได้ตามแผนการที่วางไว้

·       Pull System เป็นระบบที่จะไม่มีการผลิตจนกว่าจะมีการสั่งเข้ามา

ปัจจุบันนี้ MRP จะถูกรวมอยู่ในระบบใหญ่ที่เรียกว่า ERP ซึ่งมีหลักการที่สำคัญ ประกอบด้วย

·        Netting เป็นการหาช่วงเวลาในการสั่งซื้อวัตถุดิบที่เหมาะสม

·        Lot size เป็นการหาปริมาณการสั่งซื้อและราคาวัตถุดิบที่เหมาะสม ซึ่งมีอยู่หลายแบบ ดังนี้ Lot for Lot, Economic Order Quantity, Period Quantity, Lease Unit Cost, Part Period Balancing, และ Wagner Whitin

·        Offsetting เป็นการเปลี่ยน Planned Order Receipt ให้เป็น Planned Order Release

·        Explosion เป็นการดำเนินการ Netting, Lot sizing และ offsetting ให้ครบ

MRP II

        MRP II เป็นแนวคิดที่ขยายเพิ่มเติมมาจาก MRP โดยจะมีการนำเรื่องของทรัพยากรต่างๆ เช่น บุคลากร, ค่าแรงงาน, ค่าโสหุ้ย เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งหากเป็น MRP จะพิจารณาแค่เรื่องของวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว

 

Hosted by www.Geocities.ws

1