รู้เรื่องเซรามิกส์
กับชูเกียรติ
การเลือกใช้มอเตอร์เพื่อนำมาเป็นเครื่องต้นกำลัง
การทำงานของเครื่องกวนน้ำดินเหนียว จำเป็นที่จะต้องมีเครื่องต้นกำลัง
เพื่อที่จะสามารถทำให้เครื่องกวนน้ำดินเหนียวสามารถทำงานได้ ซึ่งเครื่องที่สามารถใช้เป็นต้นกำลังได้
มีหลายชนิด แต่ในที่นี้เราเลือกใช้มอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งเมื่อเปรียบเทียบข้อดี
และข้อเสีย ระหว่างเครื่องยนต์และการใช้มอเตอร์แล้ว มีข้อเสียและข้อดีดังนี้
- มอเตอร์จะไม่มีเสียงดังเหมือนเครื่องยนต์
- ไม่เกิดมลภาวะที่เกิดจากการสันดาบเหมือนเครื่องยนต์
- มีขนาดไม่ใหญ่มากเหมือนเครื่องยนต์เมื่อเปรียบเทียบแรงม้า
- ช่วยประหยัดพลังงานและเชื้อเพลิงให้กับประเทศ
1. มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ
มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับได้แก่ มอเตอร์เหนี่ยวนำ (Induction motor) และมอเตอร์ซินโครนัส
มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับเป็นมอเตอร์ที่นิยมนำมาใช้ในวงการอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง
เพราะสะดวอในการหาแหล่งจ่าย
2. มอเตอร์เหนี่ยวนำ (Induction motor)
มอเตอร์เหนี่ยวนำใช้เป็นต้นกำลังขับที่ต้องการใช้ความเร็วรอบคงที่ การจำแนกประเภทของมอเตอร์
จะจำแนกได้ตามประเภทของโรเตอร์
3. มอเตอร์เหนี่ยวนำกรงกระรอก
ขดลวดสเตเตอร์ของมอเตอร์ประเภทนี้ใช้กับไฟ 3 เฟส จะมีขด 3 ขด วางเยื้องทำมุม
120 องศาต่อกันและกัน ต่อตรงเข้ากับวงจรต้นกำลังไฟฟ้า 3 เฟส กระแสไฟฟ้าสลับ
3 เฟส ขณะไหลเข้าขดสเตเตอร์ทั้ง 3 จะทำให้เกิดสนามแม่เหล็กที่หมุนได้
เส้นฟลักส์ของสนามแม่เหล็กที่หมุนได้นี้ไปตัดตัวนำโรเตอร์ โรเตอร์ที่มีลักษณะคล้ายกรงกระรอก
ขณะสนามแม่เหล็กหมุนจากสเตเตอร์แล่นมาตัดโรเตอร์ ชนิดนี้จึงไม่มีสลิปปริง
แรงเหนี่ยวนำจากสนามแม่เหล็กหมุนของสเตเตอร์ ทำให้เกิดการเหนี่ยวนำขึ้นในแท่งตัวนำของในโรเตอร์
เกิดเป็นสนามแม่เหล็กใหม่ที่ต้านกัน และผลักกัน โรเตอร์จึงหมุนหนีสนามแม่เหล็กหมุนจากสเตเตอร์
จึงเป็นสิ่งที่ป้อนเข้าสู่ระบบ คือการหมุนของโรเตอร์กรงกระรอก
4. มอเตอร์เหนี่ยวนำที่โรเตอร์เป็นขดลวดพัน (Wound
Rotor Induction Motor)
ขดลวดสเตเตอร์ของมอเตอร์ชนิดนี้ ดูรูปที่ 2.5 ต่อตรงเข้าตามส่วนต่าง
ๆ ของต้นกำลังไฟฟ้า แต่ขดลวดในโรเตอร์เป็นขดลวดทุติยภูมิที่สร้างเป็นขดลวดพัน
ตัวลวดจะต้องมีฉนวนหุ้ม วิธีพันจะต้องพันเป็นคอยย์ 3 เฟส ปกติพันด้วยวงจรวาย
(Y) มอเตอร์ชนิดนี้นิยมใช้งานเมื่อ
- ต้องการควบคุมค่าความเร็วรอบ
- ต้องการทอร์กสตาร์ทสูงแต่กินไฟต่ำ
- ต้องการใช้กับโหลดที่ต้องใช้แรงเฉื่อย
5. ,มอเตอร์เหนี่ยวนำที่ต้องใช้โรเตอร์เป็นแท่ง
(Solid Rotor Induction Motor)
มอเตอร์ชนิดนี้ใช้แท่งโรเคอร์ที่สร้างด้วยเหล็กแม่เหล็ก ขณะที่โรเตอร์ยังหยุดนิ่งอยู่
สนามแม่เหล็กหมุนจากสเตเตอร์จะแล่นตัดโรเตอร์ด้วยความต้านทานไฟฟ้า เมื่อโรเตอร์เริ่มหมุนค่าความต้านทานในแท่งตัวนำ
จะค่อย ๆ ลดลง กระแสจะไหลได้มากขึ้น และมอเตอร์จะหมุนได้เร็วขึ้น จนถึงความเร็วรอบกำหนด
มอเตอร์ชนิดนี้หมุนได้ง่ายและเงียบ
6. มอเตอร์ซิงโครนัส Synchronouse Motor
มอเตอร์ซิงโครนัส เป็นมอเตอร์ที่หมุนด้วยความเร็วรอบซิงโครนัสตลอกเวลา
มอเตอร์ชนิดนี้นิยมใช้มากในโรงพิมพ์ เครื่องมือ และอุปกรณ์วัด นาฬิกา
และระบบตั้งกำหนดเวลา ชนิดของมอเตอร์ซิงโครนัสที่สคัญ ๆ มี 3 ชนิด คือ
1. รีลัคแตนท์มอเตอร์ (Reluctant Motor )
รีลักแตนท์มอเตอร์ได้แก่
ก. รีลักแตนท์มอเตอร์หมายถึง มอเตอร์ซิงโครนัสที่สร้างคล้ายมอเตอร์เหนี่ยวนำ
แต่ในวงจรทุติยภูมิมีขั้วเสริม ขณะใช้งานหมุนด้วยความเร็วรอบซิงโครนัส
ข.Subsynchronouse Reluctant Motor หมายถึงมอเตอร์รีลักแตนท์ที่มีรูปแบบต่างหากอีกรูปหนึ่ง
ที่มีขั้วเสริมมากกว่าจำนวนขั้วไฟฟ้าในวงจรปฐมภูมิ ช่วยทำให้โรเตอร์หมุนได้ด้วยความเร็วรแบซิงโครนัสได้สม่ำเสมอตลอดเวลา
2.Hysteresis Motor
เป็นมอเตอร์ขนาดเล็ก ๆ ที่ใช้กับงานที่ต้องการความเร็วรอบคงที่ และความเร็วรอบตรงค่าเดียว
3. Inductor Motor
มอเตอร์อินดัคเตอร์คือ เจนเนอร์เรเตอร์ซิงโครนัสแบบอินดัคเตอร์ที่นำมาใชเป็นมอเตอร์หมุรนตั้งเวลา
(Timing motor )
ระบบส่งกำลัง
ระบบส่งกำลังด้วยสายพาน แบ่งได้ดังนี้
1. แบบสายพานตรง เป็นแบบที่เหมาะสำหรับที่จะจัดให้สายพารด้านตึงอยู่ด้านล่าง
และด้านหย่อนอยู่ด้านบน ซึ่งจะช่วยให้มุมโอบโตขึ้น ถ้าใช้ส่งกำลังในแนงดิ่ง
น้ำหนักสายพานให้กับพุลเล่ตัวบน แต่จะทำให้หย่อนที่พุลเล่ตัวล่าง
2. แบบสายพานไขว้ ใช้สำหรับส่งความเร็วรอบที่หมุนกลับทางได้
ข้อดีก็คือการไขว้สายพานจะทำให้มุมโอบดีขึ้น และสายพานจะไม่กระโดด ข้อเสียก็คือ
สายพานจะเสียดสี กันตรงจุดไขว้ และสึกหรอเร็ว
3. แบบสายพานกึ่งไขว้ ใช้ส่งกำลังระหว่างเพลาซึ่งแนวศูนย์กลางตัดกันเป็นกากบาท
มุมโอบจะโตกว่า 180 องศา เสมอ ใช้ได้กับพุลเล่ทรงกระบอกดท่านั้น
4. แบบเปลี่ยนความเร็วรอบได้หลายชั้น ใช้ได้ทั้งแบบสายพานตรงและแบบสายพานไขว้
พุลเล่ควรใช้แบบโค้งกลม เพื่อป้องกันการเสียดสีกับขอบพุลเล่ทางด้านข้าง
5. แบบพุลเล่หมุน และพุลเล่พัก ใช้ได้ทั้งแบบสายพานตรงและไขว้
พุลเล่ที่สายพานจะมีซ่อมใช้สำหรับดึงสายพานเมื่อจะใช้งานก็ดึงให้สายพานไปพาดที่พุลเล่หมุน
และเมื่อจะหยุด งานที่เพลาตาม ก็ดึงให้สายพานมาพาดที่พุลเล่พัก พุลเล่พักจะเล็กกว่าพุลเล่หมุนเล็กน้อย
ทั้งนี้เพื่อให้แรงดึงในสายพาน ในระยะเวลาพักน้อยกว่าในขณะหมุนใช้งาน
.6. แบบใช้พุลเล่กดสายพาน
ใช้เมื่อระยะห่างระหว่างเพลาทั้ง 2 น้อย และมีอัตราทดสูง ซึ่งมุมโอบของสายพานน้อย
พุลเล่จะกดลงบนสายพานด้านหย่อนด้วยตุ้มน้ำหนัก หรือสปริงจะทำให้มุมโอบทั้งพุลเล่ตัวขับและตัวตามเพิ่มขึ้น
เนื่องจากสายพานสั้นลง จึงต้องเลือกใช้ขนาดของพุลเล่กดให้พอดี โดยมีกฎว่า
ต้องไม่เล็กกว่าพุลเล่ตัวเล็กของคู่ส่งกำลัง และใช้ได้เฉพาะพุลเล่ทรงกระบอก
การส่งกำลังแบบใช้พุลเล่กดดึงสายพานนี้ จะแพงกว่าระบบส่งกำลังแบบสายพานตรงธรรมดา
สำหรับท่านที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อที่

กระผม
นาย
ชูเกียรติ อิ่มเกษม Email:Chukiart2002
@Yahoo.com
