เหล็กหล่อ ( Cast Iron )

   ในบรรดาเหล็กทั้งหมด เหล็กหล่อดูจะเป็นเหล็กที่นิยมใช้มากที่สุด ทั้งนี้นอกจากจะมีราคาถูกที่สุดแล้ว ชิ้นงานหล่อรูปพรรณที่ทำด้วยเหล็กหล่อยังสามารถออกแบบให้มีลักษณะซับซ้อนได้ โดยที่การหล่อยังคงทำได้ง่าย
Cast Iron ส่วนใหญ่จะได้จากการหลอม Pig Iron แล้วหล่อแบบออกมา หรืออาจเป็น Pig Iron ผสมกับพวกเศษเหล็กและเศษเหล็กกล้าต่าง ๆ อุณหภูมิหลอมเหลวประมาณ 1150-1250 ฐC
ซึ่งต่ำกว่าจุดหลอมของเหล็กกล้าทั่วไป การหลอมอาจทำได้โดยง่ายโดยใช้เตาแบบ Cupola โลหะที่ได้จะไหลตัวได้ดีสามารถหล่อแบบได้อย่างดี Cast Iron โดยทั่วไปจะประกอบด้วย
คาร์บอน 2.8 - 3.6 %
ซิลิกอน 1.0 - 3.0 %
แมงกานีส 0.4 - 1.0 %
ซัลเฟอร์ 0.1 - 0.35 %
ฟอสฟอรัส 0.05 - 1.0 %
เหล็กหล่อยังแบ่งออกเป็นชนิดต่าง ๆ ได้ถึง 5 ชนิดดังต่อไปนี้
1. เหล็กหล่อเทา ( Gray Iron )
2. เหล็กหล่อขาว ( White Iron )
3. เหล็กหล่อเหนียว ( Ductile Iron ) หรือเหล็กหล่อแกรไฟต์กลม ( Nodular Iron)
4. เหล็กหล่ออบเหนียว ( Malleable Iron )
5. เหล็กหล่อโลหะผสม ( Alloy Cast Iron )
องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เหล็กหล่อมีคุณสมบัติต่างกัน
1. ปริมาณส่วนผสมของคาร์บอน
2. ปริมาณธาตุผสมและสารมลทิน ( Impurity )
3. อัตราการเย็นตัวของเหล็กหล่อ
4. กรรมวิธีทางความร้อน ( Heat Treatment ) หลังจากการหล่อ

สำหรับท่านที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อที่
  
    กระผม  นาย ชูเกียรติ   อิ่มเกษม  Email:Chukiart2002 @Yahoo.com

1. เหล็กหล่อเทา ( Gray Cast Iron )
เป็นเหล็กที่มีปริมาณคาร์บอนสูง 2 ถึง 4 เปอร์เซนต์ โดยน้ำหนัก และซิลิกอนประมาณ 2 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนัก คาร์บอนในเหล็กสีเทาจะตกผลึกเป็นคาร์บอนอิสระในรูปเกล็ด เรียกว่า แกรไฟต์แบบเกล็ด ( Flake type Graphite ) นอกจากนี้แกรไฟต์ในเหล็กหล่อยังทำให้ความสามารถในการรับการแต่งขึ้นรูป ( Machinability ) ดี
เหล็กหล่อเทาโดยทั่วไปจะมีโครงสร้างพื้นฐานเป็นทั้ง Ferrite และ Pearlite ผสมกัน ความแข็งแรงในการต้านทานแรงดึงก็จะขึ้นกับปริมาณ Ferrite กับ Pearlite ว่าอย่างไหนจะมีมากกว่ากัน ถ้ามี Ferrite มากความแข็งแรงก็น้อยกว่าอันที่มี Pearlite มาก
นอกจากโครงสร้างพื้นฐานแล้วองค์ประกอบที่สำคัญที่ทำให้คุณสมบัติของเหล็กหล่อเทาต่างกันก็ได้แก่ รูปร่างของผลึกแกรไฟต์ ซึ่งจะมีอยู่ 5 ลักษณะคือ
ชนิด A เกล็ดแกรไฟต์กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ การเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ ( Random Orientation Flake type Graphite ) แกรไฟต์ชนิดนี้จะปรากฎในเหล็กหล่อชนิดดีพิเศษ โครงสร้างส่วนใหญ่คือ Pearlite และ Graphite
ชนิด B เกล็ด แกรไฟต์ กระจายเป็นกลุ่ม คล้ายดอกกุหลาบ ( Rosette Grouping ) การเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ แกรไฟต์ชนิดนี้ประกอบด้วยก้อนยูเทกติก ( Eutectic Cells ) ซึ่งมีกลุ่มแกรไฟต์เล็ก ๆ อยู่ตรงกลาง พบในเหล็กหล่อเทาที่มีปริมาณคาร์บอนสูง
ชนิด C เกล็ดแกรไฟต์ทับกัน ( Superimposed Flakes ) การเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ ลักษณะคล้ายแบบ A แต่มีขนาดใหญ่กว่า เกิดกับเหล็กหล่อที่มีปริมาณคาร์บอนมากกว่า 4.3 % โครงสร้างพื้นฐานเป็น Ferrite เสียส่วนใหญ่ มี Carbide หรือ Cementite น้อย
ชนิด D เกล็ดแกรไฟต์เป็นกลุ่มคล้ายกิ่งไม้ ( Interdendritic Segregation ) การเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ ปรากฎการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิลดต่ำกว่าจุดแข็งตัว แต่น้ำเหล็กยังคงหลอมเหลวอยู่ ( Super Cooling ) ผลึกนี้จึงเกิดระหว่างผลึกของ Austenite ที่แข็งตัวอยู่ก่อนแล้วทำให้
แกรไฟต์มีรูปคล้ายกิ่งไม้ เหล็กหล่อที่มีแกรไฟต์ชนิดนี่อยู่มักจะมี Ferrite เป็นพื้นทำให้ความแข็งแรงต่ำ
ชนิด E เกล็ดแกรไฟต์เป็นกลุ่มคล้ายกิ่งไม้ ( Interdendritic Segregation ) การเรียงตัวมีระบบอยู่บ้าง ( Preferred Orientation ) ลักษณะคล้ายกับชนิด D แต่เป็นระเบียบกว่า จะเกิดเมื่อมีปริมาณคาร์บอนผสมอยู่ต่ำ มีความแข็งแรงสูงกว่าชนิด D เล็กน้อย
ชนิดของเหล็กหล่อ Gray Cast Iron แบ่งตามโครงสร้างพื้นฐานได้ 3 ชนิด
- Pearlitic Gray cast Iron มีอัตราการเย็นตัวปานกลาง มีความแข็งแรงสูงโครงสร้างพื้นฐานเป็น Ferrite
- Ferritic Gray cast Iron มีอัตราการเย็นตัวช้า มีความแข็งแรงต่ำ มีโครงสร้างพื้นฐานเป็น Ferrite
- Ferritic - Pearlitic Gray Cast Iron มีอัตราการเย็นตัวระหว่างปานกลางกับเย็นตัวช้า โครงสร้างพื้นฐานเป็น Ferrite และ Pearlite

 
Hosted by www.Geocities.ws

1