|
Wat Ngam Muang This is where "Ku Phraya Mang Rai"
was found, initially built as the storage of Mang Rai's bone
relics after his cremation. In 1489, Phraya Konratchada Ngoen
Kong had this temple built where the "Ku" was found.
It was renovated in 1952 and PhraYa Mang Rai's statue was
erected next to his remains.
Wat Phra That Doi Thong Before building Chiang Rai, Phraya
Mang Rai had a high citadel built around Doi Chom Thong, the
city center. Then he had Phra That Doi Thong renovated, Phra
That Doi Thong, originally built by Phraya Ruen Kaeo in 900,
contains a portion of Buddha's relics. One portion is kept
at Wat Phra That Chom Kitti
Opposite Wat Phra That Doi Thong are located 108 city pillars
of Chiang Rai, which the citizen unanimously agreed to build
in 1988 as an expression of gratitude to King Mang Rai , as
well as to celebrate King Bhumibol's 60th birthday.
The pillars were built assording to Lanna traditional beliefs
rerlecting a combination of Buddhist and Hindu ideology. The
pillars themselves are 5 feetthick and are of the king's height.
They are arranged in several tiers of circles, symbolizing
the universe with Sumeru Mountain in the center. The surrounding
five water troughs represent the five oceans (the traditional
Pancha Mahanathi), with Nirvana at its highest reach.
Hill tribe muaeum The Population and Community Development
(PDA) , a non-profit making organization, founded this museum
and study center with the objective to preserve and display
the ways of life of the six tribed : Akha (I-ko) , Lahu (Musor)
, Mien (Yao) , Karen , Lisu (Lisor) and Hmong (Maeo). A slice
presentation of their settlement history in Thailand is available
in 5 languages :Thai , English , Japanese, German and French.
It also serves as a visitor center where tourists can obtain
information about other tourist attractions in Chiang Rai.
Downstairs to the museum is located "C&C Resturant"
(Cabbages and Condoms) where contraceptive condoms are distributed
free of charge as part of the program to help promote birth
control and HIV prevention. The menu includes Duropean, American
and local Thai dishes at reasonable prices. Profits from the
restaurant go to support the association.
The museum is open daily from 8.30 am. to 8.00pm. Admission
20 baht. The resturant opens 10.00am. to 01.00 pm.
Up-Khum Museum This private museum belongs to Mr.Chunlasak
Suriyachai , an avid art collector whose outstanding archeological
collections are unique. Some curios on display here unclude
numerous ornaments, lacquerware, ancient fabrics, traditional
costumes from Lanna courts, as well as other hard-to-find
items such as the thone of Chao Fa Muang Tai, and golden silk
costumes of Tai Yai princes. The museum is open daily from
10.00am. to 06.00pm. admission 100 baht.

This is indeed an enchanting must. From the boarding pier
at Mae Fa Luang in Muang District, the raft ride downstream
to Ban Tha Ton in Amphoe Mae Ai, Chiang Mai takes about 4
hours. Tourists wishing to come to Chiang Rai by the Kok River
can also board the raft at Ban Tha Ton in Chiang Mai, and
take the ride up to Chiang Rai. On either side of the Kok
River, there are several hiltribe villages, such as Ban Mai
of the Tai Yai, Ban Muang Ngam of the Karen, Ban Cha-Khue
of the Musor, BanPha Mup Mai of the Lahu (Musor), etc. An
elephant-ride station at Ban Karen Ruammit can take you on
an exquisite expedition of ther forest and its yields.
..Go Top
|
เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญเพราะเป็นที่ตั้งของกู่พญามังราย
ตั้งอยู่บนดอยงำเมือง ตรงมาตาม ถนนอุตรกิจ จนถึงเทศบาลเมืองเชียงรายบริเวณสี่แยกที่ตัดกับ
ถนนงำเมือง จากนั้นเลี้ยวขวาไปตามถนนงำเมืองตรงขึ้นสู่วัดงำเมืองโดยแต่เดิม
บนดอยงำเมืองมีเพียงกู่บรรจุพระอัฐิของพญามังรายเท่านั้น ยังมิได้เป็นวัดแต่อย่างไร
จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2032 พระยาศรรัชฎาเงินกองทรงสร้างวัดขึ้นให้ชื่อว่าวัดงำเมือง
ต่อมามีการบูรณะเพิ่มเติมอีกครั้งโดยเจ้าฟ้ายอดงำเมือง ผู้เป็นโอรสซึ่งครองนครเชียงแสน
โดยได้สร้างวิหารและเสนาสนะขึ้นในปี พ.ศ.2220 หลังจากนั้นวัดงำเมืองก็ชำรุดทรุดโทรมลง
เพราะขาดการทำนุบำรุง กลายเป็นวัดร้างมานาน จนถึง พ.ศ.2495 จึงได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดงำเมืองขึ้นใหม่
กลายเป็นวัดดังที่เห็นในปัจจุบัน
ตั้งอยู่บนดอยจอมทอง ซึ่งเป็นที่ตั้งของหลักเมืองเชียงราย ตามตำนานกล่าวว่าเป็นบริเวณที่พระยาเรือนแก้ว
ผู้ครองนครไชยนารายณ์ทรงสร้างพระธาตุเจดีย์ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1483
ก่อนที่พ่อขุนเม็งรายจะมาสร้างเมืองเชียงราย แต่เนื่องจากเกิดแผ่นดินไหวทำให้พระธาตุองค์เดิมพังทลายลง
จึงได้สร้างพระธาตุเจดีย์องค์ใหม่ขึ้นพร้อมกับการสร้างเมือง
เสาสะดือเมืองนี้ชาวเมืองเชียงรายได้ร่วมใจกันสร้างขึ้น เพื่อเป็นเครื่องรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพญามังราย
และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสมหามงคลพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบห้ารอบ
โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันวิจัยสังคมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
และรัฐบาลเยอรมนีซึ่งตั้งอยู่บนดอยจอมทองตรงข้ามกับพระธาตุจอมทอง
เสาสะดือเมือง 108 หลัก ตั้งอยู่บนรูปแบบสมมุติของจักรวาล อันเป็นคติที่มีมาแต่โบราณด้านหน้าหันไปทางทิศตะวันออก
ลานรอบนอกหมายถึงแผ่นดิน ล้อมรอบด้วยคูน้ำอันเปรียบได้กับน้ำในของจักรวาล
รอบในยกขึ้นเป็นหกชั้นหมายถึงสวรรค์ทั้งหกของกามภูมิ แล้วยกขึ้นอีกสามชั้นซึ่งหมายถึงรูปภูมิ
อรุปภูมิ และชั้นบนสุดเปรียบได้นิพพาน สำหรับตัวเสาสะดือเมืองเป็นดั่งเขาพระสุเมรุ
ตั้งอยู่บนฐานสามเหลี่ยม หมายถึงตรีกูฎบรรพตหรือผาสามเส้า ล้อมด้วยเสา
108 ต้น อันหมายถึงสิ่งสำคัญในจักรวาล และล้อมรอบอีกชั้นด้วยร่องน้ำห้าร่อง
ซึ่งเปรียบเป็นปัญจมหานทีลดหลั่นเป็นชั้นไหลลงสู่พื้นดิน ตามคติโบราณของล้านนา
เสาสะดือเมืองจะใหญ่เท่าห้ากำมือและสูงเท่ากับความสูงของพระเจ้าแผ่นดิน
โคนเสาสะดือเมืองนี้จึงใหญ่เท่ากับห้าพระหัตถ์กำ และสูงเท่ากับส่วนสูงแห่งพระวรกาย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ได้เสด็จมาเจิมเสาสะดือเมืองนี้เมื่อวันที่
27 ม.ค.พ.ศ.2531
เป็นพิพิธภัณฑ์และศูนย์ศึกษาชาวเขา จัดตั้งขึ้นโดยสมาคมพัฒนาประชากร
และชุมชนชาวเขา สำหรับการพัฒนาส่งเสริม และให้การศึกษาแก่ประชาชนชาวเขา
โดยตั้งอยู่ข้างวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ในพิพิธภัณฑ์จะแสดงวิถีชีวิตและเครื่องใช้ของชาวเขาหกเผ่าในประเทศไทย
ได้แก่ อีก้อ มูเซอ เย้า กะเหรี่ยง ลีซอและม้ง โดยมีเครื่องแต่งกาย
เครื่องมือเครื่องใช้และรูปภาพของเผ่าต่างๆ และมีการฉายสไลด์มัลติมีเดียห้าภาษา
เพื่อให้ข้อมูลเรื่องชาวเขาทุกวัน และยังมีสินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึกจำหน่ายให้นักท่องเที่ยว
เป็นของเอกชน อยู่ที่ถนนหน้าค่ายจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุ ส่วนใหญ่เป็นเครื่องใช้เครื่องประดับ
ผ้าโบราณ เครื่องแต่งกายในราชสำนักล้านนา ซึ่งหาดูได้ยากและอื่นๆ
อีกมากมายของชนชาติไทยเผ่าต่างๆ เช่น ไทยใหญ่ ไทยลื้อ ไทยเขินและไทยยวน
บางชิ้นมีอายุกว่า 1,000ปี และชิ้นที่สำคัญเป็นเอกลักษณ์ก็คือ
อูบคำ อูบเป็นภาษาไทยใหญ่ คือ ภาชนะทรงสูงทำจากไม้ไผ่เส้นเล็กๆ
นำมาสานแล้ววาดหรือประดับลายด้วยเส้นลวด ลงรักปิดทอง เพื่อใช้บรรจุเครื่องบริโภคของพระมหากษัตริย์
พระภิกษุสงฆ์มาแต่โบราณ เช่น ข้าว หมากพลู บุหรี่ ฯลฯ หรือใส่อาหารถวายแด่พระพุทธซึ่งถือว่าเป็นองค์แทนของพระพุทธเจ้า
ในวันสำคัญทางศาสนาด้วยเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา
09.00-21.00 น.
เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองเชียงราย มีความยาวรวมทั้งสิ้น
145 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือจากตัวเมืองเพื่อท่องเที่ยวชมทัศนียภาพ
ของแม่น้ำกก ซึ่งสองฟากฝั่งเป็นป่าเขาที่สวยงามตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถแวะชมหมู่บ้านชาวเขาต่างๆ
เช่น อีก้อ ลีซอ กะเหรี่ยงหรือจะแวะปางช้างเพื่อนั่งช้างรอบบริเวณนั้นก็ได้
อัตราค่าเช่าเหมาเรือขึ้นอยู่กับระยะทาง การล่องแก่งแม่กกเป็นเสน่ห์ทางน้ำที่ไม่ควรพลาด
เพราะเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันมานานและยังเป็นที่นิยมอยู่เสมอ
มีบริการล่องแพและเรือยนต์จากท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
ถึงท่าเรือโอเวอร์บรุ๊คเชียงรายซึ่งมีความตื่นเต้นกลางสายน้ำ
และหมู่บ้านชาวเขารายทางพระธาตุสบฝาง (อำเภอฝาง), บ้านแม่สลัก(เขตแดนเชียงใหม่-เชียงราย),
บ้านใหม่ (หมู่บ้านไทยใหญ่), บ้านเมืองงาม (หมู่บ้านกะเหรี่ยง),
บ้านจะคือ (หมู่บ้านมูเซอ), บ้านผามูบใหม่ (หมู่บ้านมูเซอใหม่)
โป่งน้ำร้อนผาเคียว, บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร(หมู่บ้านกะเหรี่ยงมีบริการนั่งช้าง)
และถ้ำพระ (อำเภอเมืองเชียงราย) โดยที่ท่าตอนมีรีสอร์ทและเกสท์เฮาส์
4-5 แห่ง หรือจะพักที่ฝาง (22 กิโลเมตรจากท่าตอน) มีโรงแรม เล็กๆ
จุดท่องเที่ยวทางน้ำ (จากท่าตอนเชียงใหม่-ท่าเรือเชียงราย)
ท่าตอนเป็นหมู่บ้านริมแม่น้ำกก เหนือขึ้นไปจาก อ.ฝาง 24 กิโลเมตร
จากเชียงใหม่มีรถประจำทาง ออกจากประตูช้างเผือกไปลงที่ฝางใช้เวลาประมาณ
4 ชั่วโมง แล้วมีรถสองแถววิ่งระหว่างฝางกับท่าตอน ใช้เวลาประมาณ
30 นาที มีเรือหางยาวบริการถึงเชียงราย ออกจากท่าตอนเวลา 12.30
น. ถึงเชียงราย 16.30 น. และจากเชียงรายเวลา 10.30 น. ถึงท่าตอนเวลา
15.30 น. ค่าโดยสารคนละ 170 บาท เหมาลำ ลำละ 1,700 บาท จุประมาณ
8-10 คน หากต้องการล่องแพจะใช้เวลาประมาณ 3 วัน 2 คืน
.. กลับสู่ด้านบน
|