น้ำผึ้งปลอม
ooooการปลอมปนน้ำผึ้งได้เกิดขึ้นมาในโลกใบนี้นานแล้ว รวมทั้งในประเทศไทยด้วย เพราะน้ำผึ้งซึ่งคนไทยทั่วไปจัดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งตามภูมิปัญญาชาวบ้าน กินน้ำผึ้งเป็นยารักษาอาการของโรคบางอย่างให้ทุเลาลงได้ บางคนมีความเชื่อว่าโรคบางโรคใช้น้ำผึ้งรักษาให้หายได้ ใช้น้ำผึ้งผสมในยาลูกกลอน เป็นตัวแทรกยาดำในยาแผนโบราญหลายชนิด และเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าน้ำผึ้งไม่มีคุณสมบัติเป็นยารักษาโรค เมื่อน้ำผึ้งเป็นที่ต้องการของคนทั่วไป ทำให้น้ำผึ้งมีราคาค่อนข้างสูง จัดเป็นของแพง เพราะเป็นของป่า หายาก มีจำนวนจำกัด ด้วยเหตุนี้จึงมีการปลอมปนน้ำผึ้งกันมาก ผู้บริโภคทั่วไป ไม่สามารถแยกหรือตรวจสอบน้ำผึ้งที่จะซื้อว่า แท้ ปลอมปนหรือผสมน้ำตาล แบะแซ น้ำตาลทรายเคี่ยวหรือคาราเมล มากน้อยขนาดไหน อย่างไร ได้แต่ขอคำยืนยันจากผู้ขายว่า “ แท้แน่นะ” เพื่อความมั่นใจและสบายใจเท่านั้น
วิธีการตรวจสอบน้ำผึ้งว่าน้ำผึ้งนั้นแท้ หรือไม่ กระทำได้ โดยการตรวจสอบทางเคมีโดยการวิเคราะห์ แต่อาจจะใช้ดู ดมกลิ่นและชิมได้โดยผู้ชำนาญการ ที่มีประสบการณ์เท่านั้น น้ำผึ้งที่มีการปลอมปน คือนำน้ำผึ้งแท้บางส่วนผสมกับน้ำเชื่อมเป็นน้ำผึ้งที่ตรวจสอบยากที่สุด ส่วนน้ำผึ้งเทียมและน้ำผึ้งแต่งสีสามารถตรวจสอบได้ง่ายด้วยวิธีการ ดู ดมและลองชิม ก็สามารถทราบได้ด้วยประสบการณ์ที่เคยชิมน้ำผึ้งแท้ๆมาแล้ว
กรรมวิธีในการตรวจสอบน้ำผึ้งที่นิยมใช้กันอยู่ เช่น
1. หยดน้ำผึ้งลงบนกระดาษทิชชูเพื่อตรวจดูการซึม
2. การจุดไม้ขีดไฟเผาน้ำผึ้งดูเถ้าถ่าน
3. การหยดน้ำผึ้งลงในน้ำชาดูการละลาย
4. การขยี้น้ำผึ้งด้วยมือเพื่อสัมผัสความหนืดเหนียว
5. การนำน้ำผึ้งไปตากแดดดูการเปลี่ยนแปลงสีของน้ำผึ้ง
วิธีการทั้งหมดข้างต้นนี้เป็นการตรวจสอบสมบัติทางกายภาพของน้ำผึ้ง ได้แก่ความชื้น ความสามารถในการดูดซึมน้ำเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดสอบน้ำผึ้งแท้หรือเทียมได้เลย ซึ่งถ้าน้ำผึ้งแท้ และน้ำผึ้งปลอมปนมีความชื้นเท่ากัน มีความหนืดเท่ากันแล้ว วิธีดังกล่าวไม่สามารถบอกความแตกต่างได้แต่อย่างใด
ส่วนการที่น้ำผึ้งตกผลึกนั้น ก็ไม่ใช่จะเป็นเฉพาะน้ำผึ้งปลอมปน หรือน้ำผึ้งเทียมเท่านั้นที่ตกผลึก น้ำผึ้งแท้ ๆ ก็ตกผลึกได้ ดังนั้นเมื่อเห็นน้ำผึ้งตกผลึกก็อย่าเพิ่งเหมารวมว่า เป็นน้ำผึ้งปลอมหรือน้ำผึ้งเทียม การตกผลึกอาจนำมาเป็นข้อพิจารณาน้ำผึ้งแท้ได้ ด้วยการดูรูปผลึกที่ตก เช่นน้ำผึ้งลิ้นจี่ที่ตกผลึก รูปของผลึกแตกต่างจากผลึกของน้ำตาลซูโครสหรือน้ำตาลทราย ผลึกน้ำผึ้งลิ้นจี่ มีลักษณะเป็นเหลี่ยมเป็นแท่งที่แหลมคม ส่วนผลึกของน้ำตาลทราย เป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู แต่ต้องดูด้วยกล้องจุลทัศน์จึงจะมองเห็น การที่น้ำผึ้งที่เปลี่ยนสถานะจากของเหลวข้นเป็นของแข็งในรูปผลึกของน้ำตาล เกิดจาก อัตราส่วนของกลูโคสกับน้ำหรือความชื้นสูงมักจะอยู่ระหว่าง 1.6 – 2.5 การตกผลึกยังบอกไม่ได้ว่าน้ำผึ้งนั้นปลอมหรือไม่ปลอมน้ำผึ้งลิ้นจี่ น้ำผึ้งทานตะวันตกผลึกง่าย ในขณะที่ น้ำผึ้งลำไย น้ำผึ้งสาบเสือ ตกผลึกยาก เป็นต้น และน้ำผึ้งปลอมก็เช่นกันที่เกิดจากน้ำตาลทราย น้ำเชื่อม หรือพวกคาราเมล ที่นำน้ำตาลทรายมาเคี่ยว ทิ้งไว้ก็ตกผลึก บางครั้งตกตะกอน น้ำผึ้งปลอมที่ทำจากแบะแซ ไม่ตกผลึก จึงเป็นการยากที่จะตรวจสอบน้ำผึ้งว่าแท้หรือไม่แท้ ด้วยวิธีดูการตกผลึกเพียงอย่างเดียวไม่ได้ รูปผลึกถึงแม้จะดูด้วยกล้องจุลทัศน์ ยังแยกความแตกต่างได้ยาก
น้ำตาลในน้ำผึ้งมันไม่ธรรมดาเหมือนน้ำตาลทั่วไปที่ได้จากอ้อย ตาลหรือมะพร้าว โครงสร้างของน้ำตาลที่ประกอบผสมกันเป็นน้ำผึ้งนั้นค่อนข้างสลับซับซ้อน แต่ถ้าใช้วิธีการแยกธาตุเพื่อหาชนิดของน้ำตาลในน้ำผึ้งแล้ว จะได้เป็นโครงสร้างของน้ำตาลธรรมดาออกมาเท่านั้นเอง เหมือนกับพืชสมุนไพร ที่ต้องอยู่รวมกันเป็นยาหม้อใหญ่ แยกธาตุออกมาเมื่อไรก็ไม่มีฤทธิ์ ต้องอยู่รวมๆกัน เป็นส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับน้ำตาลในน้ำผึ้ง นำเอาสูตรน้ำผึ้งแท้ ไปผสมตามสูตรน้ำผึ้งเทียม แต่ก็ให้ผลทางชีวภาพแตกต่างกัน เพราะในน้ำผึ้งมีสารอื่น ๆ จากดอกไม้และจากตัวผึ้งเองประกอบอยู่ด้วยมากมาย แตกต่างกันไปตามชนิดของน้ำผึ้ง
ส่วนการตรวจสอบน้ำผึ้งปลอมปนน้ำตาลทรายหรือน้ำเชื่อมต้อง ใช้วิธีวิเคราะห์ทางเคมีหาค่า HMF ซึ่งจะมีค่าสูง สำหรับน้ำผึ้งแท้ที่ไม่ได้ผ่านความร้อน ค่า HMF จะต่ำ แต่ถ้าเป็นน้ำผึ้งที่เก็บไว้นาน ค่า HMF จะสูงเช่นกัน
สมบัติของน้ำผึ้ง
น้ำผึ้งมีคุณสมบัติสองอย่าง ได้แก่ สมบัติทางกายภาพ และสมบัติทางเคมี สมบัติทางกายภาพของน้ำผึ้ง หมายถึง ลักษณะของน้ำผึ้งที่แสดงออกให้เห็นคือ สี กลิ่น รสชาติ ความเข้มข้น ความหนืด การตกผลึก ความสะอาด
ความสะอาดคือมองเห็นได้ว่าน้ำผึ้งมีความใสสะอาดขนาดไหน แต่บอกไม่ได้ว่าเป็นน้ำผึ้งแท้หรือเทียม เพราะสีของน้ำผึ้งแท้ มีสีอ่อนจนกระทั่งสีเข้ม เก็บไว้นานสีจะเข้มขึ้น หรือดำขึ้น ความชำนาญในการแยกสีด้วยสายตาค่อนข้างลำบากถ้าต้องการจะแยกน้ำผึ้งแท้กับน้ำผึ้งปลอมปน แต่อาจจะเห็นความแตกต่างกันเล็กน้อยระหว่างที่ได้มาจากการใช้น้ำตาลทรายไปเคี่ยวเพื่อทำให้เป็นคาราเมล
ความเข้มข้นของน้ำผึ้งหมายถึง ปริมาณน้ำหรือความชื้นที่มีอยู่ในน้ำผึ้ง ถ้ามีน้ำผสมอยู่น้อยน้ำผึ้งก็เข้มข้นสูง และมีความหนืดสูง การใช้เครื่องวัดความหวาน จะทำให้ทราบว่าน้ำผึ้งนั้นมีความชื้นหรือน้ำผสมอยู่เท่าใด บอกไม่ได้ว่าเป็นน้ำผึ้งแท้หรือเทียม
กล่าวโดยสรุป การใช้วิธีการตรวจสอบทางกายภาพไม่สามารถแยกแยะน้ำผึ้งแท้กับน้ำผึ้งเทียมได้ แต่ถ้าใช้วิธีการ ดมกลิ่น และชิมรสชาติอาจสามารถใช้แยกระหว่างน้ำผึ้งแท้กับน้ำผึ้งเทียมได้ โดยผู้ชำนาญ แต่แยกได้ยากระหว่างน้ำผึ้งแท้กับน้ำผึ้งที่ปลอมปน ( น้ำผึ้งแท้ ผสมน้ำเชื่อมบางส่วน ) ต้องตรวจสอบหาสมบัติทางเคมี คือความเป็นกรด มีน้ำย่อยทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียหรือใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะให้ผลแตกต่างกัน
น้ำผึ้งป่า
น้ำผึ้งป่าหาของแท้ยากเพราะจำนวนรังผึ้งน้อยลงไปมาก โดยเฉพาะผึ้งมิ้ม ที่ชาวบ้านหาบมาขาย เห็นรวงผึ้งดูว่าเป็นธรรมชาติ เป็นของป่าจริงๆ แต่ทราบไหมว่า ผึ้งมิ้มเขาบังคับให้มันกินน้ำเชื่อมได้ด้วยการฉีดพ่นลงบนส่วนหัวรวง ผึ้งมิ้มที่เฝ้ารังที่มีหน้าที่ทำน้ำผึ้งจะนำน้ำเชื่อมที่พ่นเปรอะอยู่บนหัวรวงไปเก็บไว้ในรวงปิดฝารวงเรียบร้อยกลายเป็นน้ำผึ้งธรรมชาติ ผู้ซื้อเห็นรวงผึ้งธรรมชาติก็โดดเข้าใส่แสดงอาการอยากได้อย่างเห็นได้ชัด อาการอย่างนี้ผู้ขายรู้ด้วยประสบการณ์และมีความฉลาดเพราะกินน้ำผึ้งแท้เสียจนฉลาดแล้ว ก็โก่งราคาทันที ต้องขายให้แพงไว้ก่อน ตั้งราคาขายให้สูงไว้ เพราะให้ผู้ซื้อได้คิดน้ำผึ้งป่าแท้ๆนั้นหายาก เป็นของแพง ฉะนั้น อย่าคิดว่า น้ำผึ้งป่าไม่มีของปลอมปน เลิกคิดได้เลย คุณสนธยาและท่านผู้ฟัง
ในทางกลับกัน ประชาชนส่วนใหญ่ ยังเข้าใจว่า น้ำผึ้งจากผึ้งเลี้ยงหรือผึ้งอุตสาหกรรมนั้นมีน้ำตาลทรายผสมอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งก็มีส่วนถูก เพราะผู้เลี้ยงผึ้งบางรายก็ไม่ซื่อสัตย์ต่ออาชีพของตนเองฉวยโอกาสนำน้ำตาลไปให้ผึ้งในรังผึ้งขณะเก็บน้ำผึ้ง เพื่อให้ผึ้งย่อยน้ำตาลทรายหรือน้ำตาลซูโครสเป็นน้ำตาลเชิงเดี่ยวได้แก่น้ำตาลกลูโคสและน้ำตาลฟรุกโตรส เพิ่มมากขึ้น เรียกว่าเก็บน้ำผึ้งได้มากขึ้น แต่น้ำตาลพวกนี้จะไม่มีกลิ่น ดังนั้นส่งผลให้กลิ่นของน้ำผึ้งที่แท้ๆเจือจางลง เพราะกลิ่นที่ได้จากเกสรดอกไม้มีส่วนผสมลดลงไป กลิ่นและรสชาติของน้ำผึ้งแท้ ๆ จะไม่เข้มข้นเท่าใดนัก เป็นอย่างนี้แล้วเราจะตรวจสอบได้อย่างไร คงต้องพึ่ง อย. เพื่อกำหนดคุณภาพและมาตรฐานของผึ้งที่จะวางจำหน่ายในท้องตลาด และมีบทลงโทษที่ชัดเจน เรียกว่า ถ้าถูกจับได้ว่าปลอมปนน้ำผึ้ง ถูกปรับแล้วไม่คุ้มค่ากับการปลอมปน
แต่มีผู้เลี้ยงผึ้งอีกจำนวนไม่น้อยที่มีความซื่อสัตย์ต่ออาชีพของตน ผลิตน้ำผึ้งแท้ๆออกจำหน่ายเช่นกัน เพราะมีความเชื่อมั่นและมุ่งมั่นที่จะประกอบอาชีพเลี้ยงผึ้งตลอดไป
ดังนั้นวิธีเดียวที่จะได้น้ำผึ้งแท้คือ คุณสนธยาก็ต้องรู้จักเลือกซื้อน้ำผึ้งจากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้ไปก่อน จนกว่าทางอย.มีมาตราการคุมเข้มผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำผึ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพจะซื้อยี่ห้อไหนก็ได้คุณภาพเหมือนกันหมด
อาชีพเลี้ยงผึ้งจัดเป็นอาชีพอมตะอาชีพหนึ่งเพราะจากหลักของความจริง ที่ประเทศต้องมีการพัฒนาไป ประชากรเพิ่มมากขึ้น ต้องการอาหาร ที่อยู่ที่อาศัย จำเป็นต้องบุกรุกพื้นที่ป่าซึ่งเป็นที่อยู่ที่อาศัยของผึ้งป่า นั้นน้อยลงไป มีการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชมากขึ้นส่งผลให้ผึ้งป่าซึ่งเป็นแมลงผสมเกสรหลักของพืชผลทางเศรษฐกิจหลายชนิด มีจำนวนน้อยลง จนถึงขั้นขาดแคลนแมลงผสมเกสรที่มีประสิทธิภาพอย่างผึ้ง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องอาศัยผึ้งเลี้ยงหรือผึ้งอุตสาหกรรมเข้าไปช่วยผสมเกสร เพื่อให้การผสมเกสรเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ตลอดจนสามารถคาดการณ์ผลผลิตได้เมื่อพืชออกดอกมาให้เห็น

หัวข้อ แนวทางของคำถาม ( และคำตอบที่เป็นคำกุญแจ key words )
- ผึ้งที่ให้น้ำผึ้งมีกี่ชนิด ( มี 3 ชนิดได้แก่ ผึ้งมิ้มหรือผึ้งแมลงวันเป็นผึ้งขนาดเล็ก ผึ้งหลวงเป็นผึ้งรวงขนาดใหญ่ที่สุด ต่อยเจ็บ และผึ้งโพรงทำรังในโพรงมืด ทั้งสามชนิดกระจายพันธุ์อยู่ทั่วประเทศไทย จัดเป็นแมลงผสมเกสรธรรมชาติที่สำคัญและมีประสิทธิภาพในการผสมเกสรดีที่สุด )
- ที่มาของน้ำผึ้งนั้น ได้มาอย่างไร ผึ้งทำน้ำผึ้งได้อย่างไร( ความหมายของน้ำผึ้งผึ้งหากินอยู่กับเกสรดอกไม้เท่านั้นไม่กินอาหารอย่างอื่น ผึ้งเก็บน้ำต้อยจากดอกไม้ที่ต้องการผึ้งให้ช่วยผสมเกสรจึงล่อลวงผึ้งให้เข้าไปเก็บเกสรและน้ำต้อยที่มีปริมาณไม่มากนักเพื่อให้ผึ้งย้ายไปตอมได้หลายๆดอกแล้วเกิดการถ่ายละอองเกสร เกิดการผสมเกสรติดเมล็ดแพร่พันธุ์พืชชนิดนั้นๆได้เป็นอย่างดี ผึ้งดูดเก็บน้ำต้อยไว้ในกระเพาะเก็บน้ำผึ้งเมื่อกลับถึงรังแล้วจะคายน้ำต้อยออกมาให้ผึ้งงานที่ทำหน้าที่บ่มน้ำผึ้ง ระเหยความชื้นน้ำต้อยออกไปขณะเดียวกันก็ผสมน้ำย่อยลงในน้ำต้อย จนสุกได้ที่แล้วปิดรวง )
- ผลผลิตน้ำผึ้งจากผึ้งแต่ละชนิดเป็นอย่างไร ( ผลผลิตน้ำผึ้งป่าค่อนข้างต่ำมากเมื่อเทียบกับผลผลิตจากผึ้งพันธุ์หรือผึ้งเลี้ยงหรือผึ้งอุตสาหกรรม หรือผึ้งฝรั่ง เพราะผึ้งฝรั่งมีวิวัฒนาการในการดำรงชีวิตที่สูงกว่าผึ้งป่าของไทย ผึ้งฝรั่งมีพฤติกรรมเก็บสะสมอาหารคือเกสรและน้ำผึ้งไว้กินในช่วงฤดูหนาวซึ่งไม่มีเกสรดอกไม้ชนิดใดบานเลย จำเป็นต้องเก็บน้ำผึ้งเพื่อใช้เป็นตัวสร้างพลังงานให้รังอบอุ่นเพื่ออยู่ข้ามฤดูหนาวให้ได้ พฤติกรรมนั้นติดอยู่ในสายเลือด เอาผึ้งพันธุ์หรือผึ้งฝรั่งไปเลี้ยงที่ไหนๆก็มีพฤติกรรมเก็บสะสมอาหารคือน้ำผึ้ง ทำให้ผลผลิตน้ำผึ้งจากผึ้งพันธุ์จึงสูงมาก สามารถเลี้ยงผึ้งพันธุ์ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าแก่การลงทุน ถ้าเลี้ยงเป็น )

ทำไมน้ำผึ้งในประเทศไทยจึงมีราคาแพง แพงเพราะเหตุใด ราคาน้ำผึ้งในต่างประเทศเป็นอย่างไร ถูกหรือแพงกว่าในประเทศไทย ( แพงเพราะ หายาก เป็นสมุนไพร กินน้ำผึ้งเป็นยา ในต่างประเทศน้ำผึ้งถูกกว่าบ้านเราประมาณ 4 – 5 เท่า โดยเฉพาะในประเทศยุโรป ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของผึ้งพันธุ์ ให้ผลผลิตสูง ต้นทุนการผลิตต่ำ แต่ในประเทศในแถบเอเซียราคาน้ำผึ้งพอๆกับในบ้านเรา )
- น้ำผึ้งมีคุณสมบัติอย่างไร จึงมีการพูดกันว่า น้ำผึ้งเป็นสมุนไพร เช่นน้ำผึ้งสาบเสือ ( น้ำผึ้งมีคุณสมบัติเป็นสารฆ่าเชื้อโรคบางชนิดได้ ฆ่าเชื้อโรคที่เกิดจากแบคทีเรียบางชนิดได้ เพราะสมบัติทางเคมี น้ำผึ้งมีสารอาหารเช่นน้ำตาลเชิงเดี่ยวที่กระเพาะคนเราไม่ต้องย่อย สามารถซึมเข้ากระแสโลหิตได้เลย ในน้ำผึ้งมีน้ำย่อยที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ ในน้ำผึ้ง มี วิตามินเกลือแร่ และอื่นๆที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย น้ำผึ้งจึงถูกจัดเป็นยาอายุวัฒนะ และเราปฏิเสธไม่ได้นะว่า น้ำผึ้งไม่ใช่สมุนไพร )
- มีคนพูดกันว่าน้ำผึ้งป่ากับน้ำผึ้งเลี้ยงนั้นแตกต่างกัน จริงหรือไม่จริง ( อาจจะแตกต่างกันบ้างในส่วนปลีกย่อยแต่องค์ประกอบหลักๆที่เป็นน้ำผึ้งนั้นมีเหมือนๆกัน สรุปแล้วคุณสมบัติทางเคมี ทางกายภาพและทางชีวภาพ ไม่แตกต่างกัน ไม่ใช้ว่าผึ้งป่าหากินได้หลากหลายกว่าผึ้งพันธุ์ หรือน้ำผึ้งป่ามีเกสรร้อยแปด นำรังผึ้งพันธุ์ไปตั้งในที่ที่มีผึ้งหลวงหรือผึ้งป่าทำรัง เก็บน้ำผึ้งที่ได้มาวิเคราะห์แล้วไม่แตกต่างกัน )
- เพราะเหตุใดจึงมีการปลอมน้ำผึ้ง ( เพราะน้ำผึ้งจัดเป็นของสูง เป็นสมุนไพร เป็นยาที่หายาก มีปริมาณน้อย แต่ความต้องการมีมาก จึงทำให้เกิดการปลอมปน )
- วิธีการต่างๆที่แนะนำเพื่อใช้เป็นวิธีการทดสอบน้ำผึ้ง แท้กับไม่แท้หรือน้ำผึ้งปลอมปน เช่น หยดในกระดาษทิชชู ในน้ำชา ใช้วิธีจุดไฟ ใช้วิธีขยี้ด้วยมือ ตากแดด นั้นสามารถแยกความแตกต่างของน้ำผึ้งแท้กับไม่แท้หรือ น้ำผึ้งปลอมปนได้ไหม ( วิธีการที่คุณสนธยากล่าวมานั้น เป็นวิธีการตรวจสอบทางกายภาพของน้ำผึ้งเท่านั้น ไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างน้ำผึ้งแท้กับน้ำผึ้งปลอมได้เพราะ การทดสอบดังกล่าวไม่ให้ผลที่แตกต่างกันในคุณสมบัติของน้ำตาลชนิดต่างๆที่มีอยู่ในน้ำผึ้งแท้และน้ำผึ้งปลอม เพราะให้ผลในการทดสอบเหมือนกัน แยกไม่ได้ การหยดน้ำผึ้งลงบนกระดาษทิชชู เป็นการตรวจหาความชื้นของน้ำผึ้งอย่างหยาบ ๆ เท่านั้น น้ำผึ้งปลอมที่ทำมาจากคาราเมลก็สามารถเคี่ยวให้ข้นและหนืดได้ หรือทำให้มีความชื้นอยู่น้อยได้ น้ำผึ้งแท้ก็จะซึมเหมือนกันเพราะมีความชื้นอยู่ ส่วนการหยดในน้ำชาก็เช่นเดียวกัน ถ้าละลายเป็นน้ำผึ้งแท้ ถ้าไม่ละลายเป็นน้ำผึ้งปลอม หรือในทางกลับกัน ก็ไม่สามารถแยกได้ด้วยวิธีการหยดลงในน้ำร้อนน้ำชา เป็นการทดสอบสมบัติทางกายภาพของสารที่มีความหนืดเหนียว และความสามารถในการดูดซับความชื้นเท่านั้น วิธีการที่คุณสนธยาถาม ได้แก่การใช้มือขยี้น้ำผึ้ง เอาน้ำผึ้งตากแดด ถ้าน้ำผึ้งแท้จะเปลี่ยนเป็นสีเข้มได้รวดเร็วกว่าน้ำผึ้งปลอม ก็ไม่แน่นอน
- ผู้ที่จะซื้อน้ำผึ้งควรมีวิธีการเลือกซื้ออย่างไร ถ้ามีผู้ที่ยังต้องการน้ำผึ้งป่าอยู่จะมีข้อแนะนำเขาอย่างไร และถ้ามีผู้ต้องการน้ำผึ้งอุตสาหกรรมจะเลือกซื้ออย่างไร ( น้ำผึ้งที่ติดตรากับไม่ติดตรา ไม่มีฉลากบอกที่มา ที่บรรจุ )
Hosted by www.Geocities.ws

1