กลวิธีการหลีหญิง... หน้า3
 
 

 

 

 

 

 

 

 


 

 


แต่......จะไปที่ไหนกันล่ะ
..ที่ไหนก็มีให้จีบ
ใช่.. 
คำตอบนี้อาจจะเกินความจริงไปหน่อย 
สำหรับคนที่เอาแต่นั่งฝันนอนฝันถึงสาวสวยอยู่ที่บ้าน 
แต่มันเป็นไปไม่ได้เสมอ สำหรับคนที่พร้อมจะแต่งองค์ทรงเครื่อง
แล้วเยื้องกรายออกจากบ้าน ไปไขว่คว้าหาสาวสวยตัวจริงที่ไม่ได้อยู่แต่ในความฝัน 
ไอ้การรอราชรถมาเกยหัวเตียงน่ะ 
สมัยนี้มันเหลือแต่ในนวนิยายเท่านั้นล่ะ
นายต้องพึงบอกตัวเองไว้เสมอว่า ถ้าพบสาวสวยที่ถูกใจ
ไม่ว่านายจะอยู่ในสถานการณ์ไหน โอกาสจะมีมากหรือน้อย นายก็ต้องลุย 
อย่าไปมัวแต่หาข้ออ้างโน่นนี่ (ซึ่งที่แท้จริงแล้วมันคือความไม่กล้า) 
เพราะเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีที่นายมัวแต่ลังเลอยู่นั่น 
หวานใจที่เพียบพร้อมที่สุดสำหรับนาย ก็เดินหายไปในหมู่คน 
หรือแว๊บขึ้นไปบนรถเมล์เรียบร้อยโรงเรียนแห้วไปซะแล้ว
.โรงเรียน สถานศึกษา
ไม่ต้องเหนื่อย แถมไม่ต้องลงทุนมากมายอะไร 
โดยเฉพาะถ้านายกำลังเรียนอยู่ในโรงเรียนที่มีสาวๆด้วยล่ะก้อ 
นั่งอยู่ในห้องเรียนก็มีหญิง เดินออกมานอกห้องก็มีหญิง 
ในโรงอาหารก็มีหญิง ตรงนั้นตรงนี้ โอ๊ย! หญิงตรึมไปหมด 
(จะมียกเว้นก็ที่ห้องน้ำชายเท่านั้นแหละ) 
นายก็ลองใช้เวลาช่วงพักกลางวัน ไปนั่งสอดสายตาหาแบบที่โดนอกโดนใจซักคน 
จากนั้นก็ค่อยๆ เริ่มดำเนินการหลีไปตามสเต็ป 
ยิ่งเห็นหน้าเห็นตากันอยู่ทุกวันอย่างเงี้ย โอกาสที่เจ้าหล่อนจะหนีหรือหลบหน้า
ก็ยิ่งทำได้ยากเข้าไปใหญ่ 
แต่ถ้านายเกิดไปปิ๊งหญิงโรงเรียนอื่น นายก็อาจจะต้องทำงานหนักหน่อย 
แล้ววิธีที่จะใช้ในการหลีก็แตกต่างกันออกไปตามสถานการณ์ 
ยังไงก็อย่าไปด้อมๆมองๆแถวโรงเรียนอนุบาลละกัน 
เดี๋ยวเค้าจะนึกว่าเป็นพวกเดียวกับไอ้พันธ์ซอยจรัญฯ มันจะยุ่งเอานา
..ห้างสรรพสินค้า
เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็ไหลเข้าไปรวมกันอยู่ในห้างสรรพสินค้าหมดทุกอย่าง 
โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเอนเตอร์เทนของเด็กวัยจ๊าบ 
อย่างโรงหนังเอย ตู้เกมส์เอย ร้านฟาสต์ฟู้ดเอย ร้านหนังสือเอย ฯลฯ 
เลิกเรียนไม่รู้จะรีบกลับบ้านไปไหนก็ชวนกันไปเดินห้างฯ 
วันหยุดไม่รู้จะทำอะไร ก็กริ๊งกร๊างชวนกันไปที่ห้าง 
อยากเป็นนางแบบ อยากเป็นดาราไม่รู้จะทำยังไงก็ไปเดินห้าง 
เผื่อแมวมองจะเดินมาสะดุดเท้าแล้วชวนเข้าสังกัด 
รู้อย่างงี้แล้วก็อย่ารอช้า หาวันว่างไปเดินทำหล่อในห้างฯ กับเค้าบ้าง 
ยิ่งถ้าเป็นวันหยุดก็ยิ่งเจ๋ง 
สิ่งที่ต้องเตรียมตัวสำหรับการหลีสาวในห้างฯ ก็คือ 
นายควรจะมีทุนติดกระเป๋าบ้างพอสมควร 
เพราะรอบๆตัวนาย ล้วนแล้วแต่มีเครื่องดูดเงินออกจากกระเป๋าได้
อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว 
เอาแค่เลี้ยงน้ำก็ต้องมีไม่ต่ำกว่าใบแดงแล้วล่ะ
..ร้านอาหาร
เกิดเป็นคนมันก็ต้องกินข้าวเป็นเรื่องธรรมชาติอยู่แล้ว 
ไม่มีข้อยกเว้นว่าสวยไม่สวย
อีกสถานที่หนึ่งซึ่งมีหญิงให้นายหลีแน่ก็คือในร้านอาหาร 
ลองหาทำเลที่เหมาะๆ เตรียมไว้ซะก่อน
อันนี้ก็ต้องมีข้อมูลอีกเหมือนกันว่า อาหารต้องรสชาติดี แล้วราคาก็ต้องไม่แพงจนสะอึก 
ถ้ารู้ขนาดว่าร้านนี้มีอาหารชื่ออะไรยิ่งเด็ด เพราะสถานการณ์ในร้านอาหารนี่ เกือบจะทั้งหมด
นายจะต้องเป็นคนเปิดฉากก่อนอยู่แล้ว 
ถ้าเป็นร้านฟาสต์ฟู้ดที่คนค่อนข้างแน่นก็ยิ่งจะเวิร์ค 
เพราะถ้าหล่อนมาคนเดียว นั่นย่อมหมายความว่าจะมีที่ว่างบนโต๊ะอีก 1 ที่ 
แน่นอน... พระเจ้าเตรียมที่นั้นไว้ให้นายแล้ว 
ข้อควรระวังก็เหมือนกับการหลีสาวในห้างนั่นล่ะ คือ 
นายต้องมีปัจจัยติดเนื้อติดตัวมากหน่อย 
แหม! 
เจอหน้ากันครั้งแรกก็ให้หญิงควักกระเป๋าซะแล้ว ไม่เข้าท่าเอาซะเลย
..สารพัดงานสังสรรค์
นายจะต้องมีข้อมูลอะไรอยู่ในมือบ้างไม่มากก็น้อย 
อาจจะเป็นงานแสดงศิลปะต่างๆ (ซึ่งนายก็ให้ความสนใจอยู่ 
นิทรรศการงานแสดงสินค้าต่างๆ รวมไปถึงการได้รับเชิญไปในงานเลี้ยงต่างๆด้วย 
เมื่อนายเข้าไปแล้ว ก็ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาจะมองหาหญิงเพื่อหลีอย่างเดียว 
ไม่ได้สนใจเลยว่าชาวบ้านชาวช่องเขาจะทำอะไรกัน เจตนาออกนอกหน้ามากเกินไปหน่อย 
ขั้นแรกเลยนายก็ต้องทำตัวให้กลมกลืนกับงาน เช่น 
นิทรรศการหนังสือนายก็ต้องเดินเลือกดูหนังสือ 
งานแสดงภาพวาดนายก็ต้องเดินดูภาพ พอเจอที่หมายตาแล้วค่อยขยับตัว 
อาจจะเริ่มจากการคุยกันเกี่ยวกับงาน 
(ถ้าเป็นนิทรรศการต่างๆยิ่งเจ๋ง เพราะนั่นแสดงว่าเธอให้ความสนใจในสิ่งเดียวกันอยู่แล้ว) 
พอมีจุดสนใจร่วมกันแล้วอะไรก็คงจะง่ายเข้า 
จากนั้นก็ค่อยมาว่ากันละกัน
..อื่นๆอีกมากมาย เจอที่ไหน โดดใส่ที่นั่น
มีอีกตั้งหลายสถานที่ อาจจะเป็นตอนกลางคืนในผับ ในดิสโก้เธค 
หรือแม้แต่ในสวนสาธารณะตอนเช้าตรู่ 
ซึ่งความจริงแล้วมันก็ไม่ใช่ ปัจจัยสำคัญอะไรมากมาย 
เพราะถ้านายมีความมั่นใจซะอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในรถ บนถนน ในเรือ 
ในเครื่องบิน ในน้ำ นายก็มีโอกาสแสดงความสามารถของนายอย่างเต็มที่อยู่แล้ว 
ข้อสำคัญก็คือเลือกที่จะใช้วิธีและคำพูดให้เข้ากับสถานการณ์และหญิงที่นายหมายตา 
ครั้งแรกๆ นายอาจจะเขิน หรือมีอาการหน้าแตกกลับมาบ้าง 
แต่พอนายทำทุกอย่างได้เป็นธรรมชาติแล้วล่ะก็ 
คำแรกที่นายเอ่ยปาก 
มันก็หมายถึง 50 เปอร์เซนต์ของความสำเร็จมารออยู่ตรงหน้าแล้วล่ะ
..ขั้นตอนที่แสนหนัก ทำความรู้จักยังไงดี
อุ้ยๆ .........................โน่น...
สาวน้อยที่เราหมายตาเดินมาโน่นแล้ว 
แขนเริ่มสั่น ขาเริ่มสั่น ปากคอเริ่มจะพูดไม่ค่อยเป็นคำแล้ว 
สุดท้ายแล้วเจ้าหล่อนก็เดินผ่านไปเหมือนทุกวัน ส่วนนายก็กลับไปกินแห้วที่บ้าน
เหมือนทุกวันเช่นกัน
นี่ล่ะ...เราถึงต้องยกให้ขั้นตอนของการเปิดฉากทำความรู้จักน่ะ 
เป็นขั้นตอนที่ลำบากยากเย็นแสนเข็ญมากที่สุด 
เพราะไหนจะต้องพร้อมทั้งหัวใจ ไหนจะต้องพร้อมทั้งการเตรียมรับสถานการณ์เฉพาะหน้า 
ยิ่งสำหรับคนที่ไม่เคยหลีใครมาก่อนนะ 
แทบจะทำอะไรไม่เป็นเลยทีเดียว... .........เราไปดูกันดีกว่า ว่า 
วิธีเปิดฉากแบบที่น่าจะเรียนรู้ไว้เป็นหลักๆ มีอะไรบ้าง
..มั่วนิ่ม
สุดฮิตเลยวิธีนี้ เพราะเป็นวิธีที่ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก 
แค่ทำหน้าตาให้ดูซื่อและใสสนิท บวกกับความกล้าอีกนิดเดินตรงดิ่งเข้าไปทักทาย 
ประมาณว่าเคยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่โน่นนี่ก็ว่ากันไป 
หรืออาจจะท้าวความเลยเถิดไปถึงเพื่อนคนโน้นคนนี้ก็ตามแต่จะนึกชื่อได้ 
ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าเจ้าหล่อน จะต้องยืนบื้อ
คิดไม่ตกว่าเคยเจอะเจอไอ้หนุ่มหน้าตาอย่างนายที่ไหนกันแน่ 
แต่กว่าที่หล่อนจะนึกอะไรออก นายก็ได้คุยกับหล่อนไปตั้งหลายคำแล้ว 
ทีนี้พอกำแพงแห่งความไม่รู้จักถูกทำลายลง 
วิธีดำเนินการขั้นต่อไป.......ก็คงไม่ยากเย็นเกินความสามารถของนายอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ
..อ่อยสุดชีวิต
มีอะไรก็ทำหล่นซะให้หมด...
เอ้า .........อย่าเพิ่งมองว่าวิธีนี้เป็นวิธีของผู้หญิงสิ 
ก็สมัยนี้น่ะมันโลกาภิวัฒน์แล้วนะไอ้น้อง ลองคิดกลับกันดูสิว่า ถ้านายเป็นผู้หญิง 
แล้วกำลังเดินอยู่ดีดี ผู้ชายคนที่เดินอยู่ข้างหน้าก็ทำของหล่น ใจคอนายจะเดินเลยผ่านไป
โดยไม่ร้องบอกเขาเชียวหรือ? ใจร้ายไปหน่อยมั้ง 
เชื่อเราสิว่า...นายคิดอย่างไร ผู้หญิงก็คิดอย่างนั้น 
เรามาสมมติให้ของสิ่งนั้นเป็นผ้าเช็ดหน้า พอนายทำตกปุ๊บ หล่อนร้องเรียกปั๊บ 
นายก็ทำหน้าตาดีอกดีใจพลางขอบคุณเป็นการใหญ่ บอกว่าผ้าเช็ดหน้าผืนนี้มีความสำคัญ
ต่อนายมาก (ไปนึกหาเหตุผลเท่ๆ เอาเองละกัน) ถ้าไม่ได้เธอมันก็คงหล่นหายไปแล้ว 
ดังนั้นนายจึงจะขอตอบแทนโดยการเลี้ยงข้าวซักมื้อ หรือเดินไปส่งเธอก็ได้ 
ส่วนที่เหลือก็ช่วยตัวเองเอาละกัน
..ง่ายๆ แต่ได้ผล
ใช่...............โคตรทื่อเลย 
แต่บางครั้งความทื่อความเถรตรง ก็เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกว่านาย เป็นนคนจริงใจได้เหมือนกัน 
เริ่มกันเลยดีกว่า... 
นายเห็นเจ้าหล่อนเดินมาโน่นแล้ว ทำไงดี...
ไม่ต้องทำไงหรอก 
เดินตรงเข้าไปหาหล่อน แล้วก้บอกหล่อนด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าจริงใจที่สุดเลยว่า 
ก็ขอโทษนะครับ ผมชื่อ.... เรียนอยู่ที่.... อยากเป็นเพื่อนกับคุณมากเลยครับ 
ไม่ทราบว่าคุณพอจะบอกได้ไหมครับว่าชื่ออะไร? 
และไม่ว่าเธอจะตอบหรือไม่ตอบ สิ่งที่เธอจะรู้สึกกับนายก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่ไม่ดีแน่ๆ 
แถมโอกาสที่เธอจะยิ้มอายๆ แล้วตอบคำถามนายน่ะ
มีไม่น้อยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์อีกต่างหาก
..หนังไทยมาเอง
อาจจะต้องลงทุนสูงซักนิด แล้วก็เลือกใช้ได้เลือกใช้ได้เฉพาะกับบางสถานการณ์
เท่านั้น .......สถานที่ที่เหมาะสมที่สุดก็น่าจะเป็นร้านอาหาร 
แล้วก็เจ้าหล่อนคนนั้นต้องมาคนเดียวนายก็เดินตามไปในร้าน 
นายสั่งอาหารของนาย หล่อนก็สั่งอาหารของหล่อน 
ทานเสร็จนายก็เรียกบ๋อยมาเช็คบิลของนายซะ แล้วของหล่อนด้วย 
ทีนี้พอหล่อนทานเสร็จ บ๋อยก็จะบอกหล่อนว่า นายจ่ายเรียบร้อยแล้ว 
แน่นอน........หล่อนต้องมองมาทางนาย 
นายก็ฉีกยิ้มที่คิดว่าเท่ที่สุดให้หล่อน จากนั้นก็เดินมาที่โต๊ะของหล่อน
แล้วก็บอกว่า เห็นหล่อนชอบมานั่งทานร้านนี้คนเดียวบ่อยๆ 
นายก็ชอบมานั่งทานคนเดียว วันนี้ถือซะว่านายกับหล่อนได้ทานอาหารร่วมกัน 
นายจ่ายแล้ว คราวต่อไปค่อยให้เกียรติหล่อนจ่ายละกัน 
จากนั้นตอนที่เดินออกจากร้าน ถ้าหล่อนจะไปไหนต่อ นายก็อาสาไปเป็นเพื่อน 
เท่านี้ก็เรียบร้อย
..พ่อสื่อพ่อชัก
วิธีนี้ก็เป็นที่นิยมมาตั้งแต่โบราณ 
เหมาะสำหรับกรณีที่นายเป็นหนุ่มที่ไม่ค่อยกล้าเปิดฉากด้วยตัวเองเท่าไหร่ 
ก็เลยจำเป็นต้องฝากเพื่อน 
ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนนายหรือเพื่อนหล่อน ให้เป็นคนกลางให้ 
วิธีนี้อาจจะดูค่อนข้างเชย แล้วก็ไม่ได้รู้ผลตอบสนองด้วยตัวเอง 
แต่ก็ได้เปรียบตรงที่ไม่ต้องเอาหน้าตัวเองเข้าไปเสี่ยง 
ยังไงก็เลือกคนกลางที่ค่อนข้างจริงใจหน่อยละกัน 
จะได้ไม่ประเมินสถานการณ์ผิด.......
                                                

BACK                      NEXT


 
 

 

 

1