ข้อเขียน ข้อคิด
                        โดย ลุงอินน์


ยิ ป ซี.... กั บ.... ค น ดี"
--------------------------------------------------------------------
ยิ ป ซี หรือที่ผู้ดีอังกฤษชอบเรียก ประชดประชันว่า
The Lords and Earls of Little Egypt...
ในภาพของคน ยิ ป ซี คือคนอิสระ มีเสรีภาพ ร่อนเร่ 
และยังมีภาพด้านลบอีกมากมาย..แต่ในจินตนาการ
ของคนทั่วไปเมื่อเอ่ยถึง ยิ ป ซี แล้ว คิดถึงแม่น้ำสายใหญ่
ไหลไปแบบไม่มีที่สิ้นสุด จะคิดถึงความอิสระ เสรี....
การแสดงออกที่ไม่มีขอบเขต ไม่ว่า จะเป็นการคิด
การพูด การทำ การแสดงความคิดเห็น....นี่เป็นภาพ
ที่มองโดยการใช้จินตาการของแต่ละคน....แต่ในความ
เป็นจริงแล้ว ใครจะรู้ดี เท่ากับคน ยิ ป ซี เอง...!!

ค น ดี ความหมายของคนดีก็คือ ไม่เป็นคนชั่ว...แล้ว
การไม่เป็นคนชั่ว..จะต้องเป็นคนดี กายดี ใจดี วาจาดี
กายดี คือต้องมีรูปสวยรวยทรัพย์ มีการศึกษา มีพื้นเพดี..
ใจดี คือต้องไม่คิดร้ายกับใคร ไม่อิจฉาริษยา พยาบาทใคร..
วาจาดี คือจะไม่ไปกล่าวร้ายใคร พูดจาส่อเสียดใคร..ใส่ร้ายป้ายสีใคร
ชิวิต...เหมือนอยู่ในกระป๋องปลา หรือเป็นปลากระป๋อง...ไม่สัมผัส
กับอะไรเลย..!!.

ด น เ ร า มักอยากเห็นความดี คนดี สิ่งดีๆ อยากให้โลก.......
ทั้งโลกเป็นไปตามจินตนาการของตนเอง สวยงามและดีงาม....
มันเป็นความฝันของคนทุกคน พยามยามผลักดันให้คนอื่นเป็นแบบ
นั้นเป็นแบบนี้สุดแต่ใจตัวเองจะปราถนา...ครั้นไม่ได้ตามที่หวังก็ชี้
หน้าด่าทันที..แกเลว...!!.

ผ ม เ ค ย ดูรายการทีวี รายการหนึ่ง..หมอทางจิตวิทยา
ออกรายการกับเกย์...ทั้งสองเถียงกัน..และดูว่าจะมีอารมณ์เหมือน
กันทั้งคู่...เพราะอีกฝ่ายไม่ยากให้เป็นเกย์..แต่อีกฝ่ายหนึ่งมันเป็นไปแล้ว..
จะทำอย่างไร..ใครผิด..??

เ กิ ด เ ป็ น ค น อยู่มาได้จนวินาทีนี้ ถือว่าโชคดีที่สุดแล้ว..
จะดีหรือเลว คนๆนั้น เขาย่อมรู้ตัวของเขา หนึ่งชีวิด ก็คือหนึ่ง
ความหมายของเขาเอง..อย่าไปตราหน้าคนโน้น คนนี้ ดีเลว เพราะ
ทำอย่างนั้นทำอย่างนี้..มันเป็นการละเมิดวิถีชีวิตเขา..เป็นการเบียด
เบียนเขา..กลับมาดูตัวเรา ปัดกวาดเช็ดถูใจให้สะอาดดีกว่า.......

คุณจะเชื่อผมหรือไม่ก็ตามว่า...ก า ร ที่ เ ร า จ ะ พั ฒ น า ป รั บ ป รุ ง 
ตั ว เ ร า ใ ห้ ดี ทั้ ง ก า ย ว า จ า ใ จ ใ ห้ ดี เ ห มื อ น กั บ ที่ เ ร า ต้ อ ง 
ก า ร ใ ห้ ค น อื่ น ดี นั้ น มั น ย า ก ฉิ..บ..และทำไม่ค่อยจะได้สักที !!!!!!

ค ำ ไ ม่ สุ ภ า พ ที่ น่ า รั ก ข อ ง ผ ม
---------------------------------------------------


ภาษาเป็นสิ่งสมมุติ เป็นตัวแทนการสื่อสารระหว่างคนกัน คนกับสัตว์ 
คนกับอะไรต่อมิอะไรที่อยู่นอกโลก ทำให้เกิดการเข้าอกเข้าใจกัน.....
วันไหนบรรยากาศอึมครึม ภรรยานั่งลับมีดเงียบๆสายตาเหม่อมอง
ลอดหน้าต่างไปอย่างไร้จุดหมาย..ผู้ชำนาญการอย่างผมคาดการล่วง
หน้าได้ทันทีโดยไม่ต้องไปยืมโปรแกรมของกรมอุตุฯมาให้เสียค่าทางด่วน
หล่อนไม่ได้คิดจะเดินทางหนีคุณไปนอกโลกแน่ๆแต่กำลังจะเป็น..
ผู้เสียสละอะไรบางอย่างเพื่อรักษาหลายๆอย่างไว้..(ฮา)

"หนู"เป็นสัตว์ที่น่าสงสาร สตรีผู้ดีเกลียดกลัวหนู เห็นแล้ว หยะแหยง..
กรี๊ด...หนูโดนข้อหาสารพัด หนู กทม.เจอข้อหาฉี่เป็นพิษต้องตาย
สถานเดียว..ทีคนไม่เห็นเป็นไร...บางทีตรวจเจอแล้วยังรอดอีก...หนู
ซวยลูกเดียว..ก็ทำส้วมให้หนูก็หมดเรื่อง..หนู(คน)ไม่รู้ก็หาว่าหนูโง่..
.ไม่เห็นว่าคนโง่....
แต่"หนู" พอเติม "อี"เข้าไปข้างหน้าเป็น "อีหนู" ทั้งโคแก่ โคอ่อน โคหัดใหม่ 
กลับชอบน้ำลายหกเป็นทางภาพกับดีขึ้น ใครก็ชอบอีหนูไม่เห็นใครกลัวเลย...

"หลี"เป็นกิริยาอาการของผู้ชาย มีต้นกำเหนิดมาแต่ไหนไม่ปรากฏ"หลีสาว"
ผู้หญิงจะเกลียดไม่ชอบผู้ชายขี้หลี ผมเคยได้ยินการนินทาของเสมียนสาว
กับนายผู้จัดการหนุ่มใหญ่ ทีกำลังสอนงานให้เลขาสาวคนใหม่ด้วยความเห็น
อกเห็นใจเข้าอกเข้าใจ ความปราณีฉายฉาบทั่วใบหน้า...ท่านถูกนินทาว่า"ดูซิ!!
อ้อย อีตาผู้จัดการซิเห็นของใหม่ไม่ได้..เชอะ..หลีอยู่นั่นแหละ.."(เวลาพูดต้อง
ทำเสียงแบบมยุราทำตาโตด้วย)..ว่าแล้วก็นั่งค้อน ขวับๆ..ลืมทำงานเลย...
ชายหนุ่มใหญ่ หนุ่มน้อยทั้งหลายถ้าทำอะไร ทะเร่อ ทะร่า ไม่เลือกที่ระวังไว้จะโดน
ว่าเอา..แต่ถ้าเติม "อี"นำหน้าเข้าไปเป็น "อีหลี" ความหมายก็จะเปลี่ยนไป อีหลี
แปลว่าจริงๆ เป็นคำอีสาน ใครอยากรู้เพิ่มเติม ถามคุณก๋วยเจ๋งได้นะครับ...
ส่วนคนชื่อหลีที่ขายพริแกงอยู่ตลาดสำโรงเหนือปล่อยแกไปเถอะ..

อันสุดท้ายครับ เป็นสากล เป็นอภิอมตะมหานิรันด์ เป็นอนิจัง เป็นทุกขัง เป็นอนัตตา
พูดดีก็ได้ดี พูดไม่ดีก็เสียไปคนไปเลย ใครๆก็กลัวกันทั้งหญิงทั้งชาย
เพื่อความสงบสุข หลีกเลี่ยงบรรยากาศตึงเครียดโปรดเลี่ยงคำนี้

E + แก่ = Eแก่.....แฮ่...
----------------------------------------------------------------
คนติดอ่างแต่กำเหนิด..นะจ๊ะ..
----------------------------------------------------------------

....ตี4ย่ำรุ่งจองวันที่ 30 มิถุนายน..กระทายชาย
นายหนึ่งผอมเพรียวไม่ทราบว่าไปตกหล่นที่ไหนมา
กระหืดกระหอบวิ่งขึ้นโรงพักหาร้อยเวร ละล่ำละลัก
ถามหา ห้องอาหารตกยอ ว่าอยู่ที่ไหน ร้อยเวรงัวเงีย
นึกว่าอีหนูมาปลุกเลยตะวาดไปว่า ไหนว่าวันนี้จะไปกับแขก ...
ตกข่าวทั้งคู่ สงสัยเป็นตา pana แน่ๆเพราะห้อง
อาหารตกยอ เขาย้ายไปตั้งแต่กลุ่มอาวุโสไปรับ
ประทานทุเรียนทอดตั้งกะปีมะโว้มาแล้ว..สาเหตุ
ที่ย้ายก็เพราะ ตะพานจะลงตรงกลางครัวพอดี
พูดถึง ตะพาน มีเรื่องเล่าอยู่ว่ามีคนติดอ่าง(ไม่ใช่
ติดแบบน้าขวางและน้าหม่องนะ ติดแบบนี้ติดตอน
โต แต่ติดอ่างแบบหมอนั่นมันไม่เจตนาเป็นมาแต่
กำเหนิด) คนติดอ่างกับคนตาบอด คู่หูเดินทาง
ไปด้วยกัน คนติดอ่างเป็นหูเป็นตาให้คนตาบอด
สมัยก่อน บ้านเราไปไหนก็มีแต่คลอง ใครไม่เคย
เห็นคลองก็ไปหาดูได้ แถวๆรังสิต คลองหลอด
อย่าไปนะ เดี๋ยวจะหาว่าไปก่อม๊อบ..คนโบราญ
สัญจรทางน้ำเป็นหลัก..ตะพานกับคลองเป็นของ
คู่กัน..คู่หูคู่นี้ก็เช่นกัน มักจะไปไหนมาไหนมาไหน
ด้วยกัยเสมอ คนติดอ่างจะนั่งหัวเรือ คนตาบอด
จะพายเรือตามคำบอก ตัวอย่างว่า..
....ซะซะซ้าย..เลี้ยวซ้าย...คนตาบอดก็คัดเรือ
เลี้ยวตาม
.....ขะ..ขะ..ขวา....เลี้ยวขวา..คนตาบอดทำถาม
.....จะ..จะ..จอด...คนตาบอด ก็จอดตาม...
.....สะ..สะ..สาว..มา ..คนตาบอดชีกอก็โบกมือ
ให้..คนติดอ่างบอก มะ..มะ..ใช่ทางนั้น...ทะทะ
ทางนี้...คนตาบอดถามทางไหนว๊ะ..ทะทะ..ทาง
ขะขะ..ขวามือมึง....ปรากฏว่าสาวคนนั้นขับมอเตอร์
ไซด์ผ่านไปถึงบ้านหุงข้าวเสร็จไป 3 หม้อ 2คนนี้
ยังบอกทางไม่จบเลย...อิอิ....
วันหนึ่ง..หมู่บ้านเขาจัดงานที่วัดปลายคลอง..
เป็นงานเดียวกันที่พี่หม่องไปจัดมวยที่นั่น...
สองหนุ่มคู่หูเราก็ผัดแป้งแต่งตัวอย่างดี..
ไปเที่ยวงานกัน..บังเอิญเป็นฤดูน้ำหลาก..น้ำ
ในคลองสูงกว่าปกติ..การเดินทางทางเรือต้อง
ระวัง..ตะพาน....
สองหนุ่มแต่งกายดี ติดอ่างอยู่หัวเรือบอกทาง
ตาบอดก็งัดจ้ำๆตามหน้าที่..ทั้งสองต้องรีบ
ไม่งั้นไม่ทันมวยชก....ตาบอดจ้วงสุดพลัง
ความเร็วเรือหน่วยวัดเป็นน๊อต..ไม่รู้ว่าทำได้เท่าไร
แต่ก็เร็ว(ใครเป็นทหารเรือให้ความรู้หน่อยครับ)
..คนติดอ่างอารมณ์ดีเป็นพิเศษ..หมายตาสาว
เจ้าไว้..ปีนี้คงได้จีบแน่..พอหลุดโค้งบ้านยาย
เผือกมาเท่านั้น..สายตาของคนติดอ่างก็เหลือบ
เห็น ตะพานข้างหน้ามันต่ำมากเพราะน้ำขึ้นสูง
ตาบอดก็ก้มหน้าจ้ำสุดชีวิตเพราะจะไปให้ทัน
คนติดอ่างตกใจมาก..ไม่พ้นแน่..แม้ว่าจะหมอบ
หลบ...จึงบอกให้หยุด..แต่ความตกใจจึงเริ่ม
ที่ตะพานก่อน....
...ตะ...ตะ....ตะ...พาน..ขะ..ขะ..ข้างหน้า..
....ปรากฎว่ามันถึงตัวเสียแล้ว....โครม!!!!!!!!
ซ่าาา....ป๋อมแป๋ม...ปะ..ปะ..ป๋อม..ปะ..ปะ..แป๋ม
....ติดอ่างรำพึง..อะอะอะไอ้..บะบอด..มะมึง..
เอาระแรง..มาจากไหนว๊ะ....
               คำเตือน: โปรดอ่านซ้ำๆจึงจะขำ
                            (Back to Menu 's Story)


                                     

 

 


1