|
การใช้งานคอมพิวเตอร์ก็เหมือนกับการใช้งานรถยนต์
เมื่อใช้ไปนาน ๆ ก็จะมีอาการรวนหรืออาการแปลก ๆ
หากผู้ใช้รู้จักบำรุงรักษาให้ถูกวิธีและสม่ำเสมอ ก็จะทำให้ไม่เกิดปัญหาตามมา
และสามารถยืดอายุการใช้งานออกไปอีกด้วย
ในรถยนต์เมื่อมีอาการขัดข้องอาจจะมีสิ่งที่บอกให้ผู้ใช้ทราบ เช่น หากยางอ่อน
เวลาขับก็จะส่ายไปส่ายมา เวลาเครื่องมีความร้อนเกิน หรือ Overheat
ก็จะส่งเสียงเตือนหรือแสดงผลให้ทราบผ่านเกจ์วัดที่ด้านหน้า
ทำให้ผู้ใช้ทราบได้ทันที
สำหรับคอมพิวเตอร์ก่อนจะเกิดอาการจะบอกให้ผู้ใช้ทราบเช่นเดียวกัน
โดยแสดงเป็นข้อความเตือนหรือแสดงออกโดยมีการแปลก ๆ ให้เห็น เช่น
เครื่องที่เคยเร็วกลับช้าลง หรือเปิดเครื่องแล้วมีอาการแฮงค์ค้าง
ไม่ตอบสนองอย่างนี้เป็นต้น
อย่างไรก็ตามรถยนต์จะผิดกับคอมพิวเตอร์ตรงที่ว่า
เวลาเสียจะต้องนำรถเข้าอู่เพื่อหาช่าง (ในกรณีที่ผู้ขับขี่ซ่อมเองไม่เป็น)
แต่สำหรับคอมพิวเตอร์แล้ว เราสามารถใช้โปรแกรมที่ติดมากับระบบวินโดวส์เพื่อตรวจสอบ
แก้ปัญหาที่ไม่ร้ายแรงได้เป็นส่วนใหญ่
ดังนั้นจึง
มีความจำเป็นที่เราผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกคนจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเอง
เป็นการปฐมพยาบาลก่อนนำเข้าสู่ร้านเพื่อปรึกษาช่างซ่อมต่อไป
ปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบคอมพิวเตอร์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
1. ปัญหาที่เกิดจากระบบฮาร์ดแวร์
ได้แก่ปัญหาที่เกิดจากอุปกรณ์ต่าง ๆ
ภายในคอมพิวเตอร์เสื่อมสภาพหรือได้รับความเสียหายถึงขั้นใช้งานไม่ได้ ที่พบเห็นบ่อย
เช่น ภาคจ่ายไฟไม่จ่ายไฟเข้าสู่ระบบ
ฮาร์ดดิสก์เสียไม่สามารถอ่านหรือบันทึกข้อมูลได้ หน่วยความจำหลักเสีย
วิธีแก้ก็ต้องซื้อมาเปลี่ยนใหม่ เพราะไม่มีใครนิยมซ่อมกัน
2.
ปัญหาที่เกิดจากระบบซอฟท์แวร์
ได้แก่ระบบปฏิบัติการไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากไฟล์บางตัวถูกทำลายโดยไวรัสคอมพิวเตอร์
หรือถูกลบทิ้งโดยไม่ตั้งใจจากผู้ใช้ วิธีการก็แล้วแต่ความรุนแรง
อาจต้องลงระบบปฏิบัติการใหม่ หรือแค่ใช้โปรแกรมที่มีอยู่แก้ไข
สำหรับในที่นี้เราจะพูดถึงข้อที่ 2
โดยจะแสดงให้เห็นว่าโปรแกรมที่แถมฟรีมากับระบบปฏิบัติการสามารถแก้ปัญหาได้อย่างไร
วิธีการต่าง ๆ ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้และทำได้ด้วยตัวเอง
โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใด ๆ ช่วยเหลือ เช่น ไขควง หรือคีม
อย่างไรก็ตาม แม้คอมพิวเตอร์จะยังไม่เกิดปัญหา
เราสามารถใช้วิธีการดังกล่าวเพื่อทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
ทำงานได้รวดเร็ว และช่วยยืดอายุการใช้งาน
ที่สำคัญที่สุดเป็นการประหยัดทั้งรายจ่ายและเวลาอีกด้วย
อาการ-ปัญหาของระบบวินโดวส์ที่มักพบบ่อย
1. บู้ตเข้าสู่วินโดวส์ไม่ได้หรือได้เป็นบางครั้ง
2. เครื่องช้าและเกิดแฮงค์บ่อย
3. เครื่องจะปิดเอง หรือรีสตาร์ทตัวเอง
4. เครื่องมีการแปลก ๆ โดยมีกรอบหน้าต่างขึ้นมาเตือนอยู่เสมอ
แนวทางในการแก้ปัญหาในระบบวินโดวส์
1. ใช้โปรแกรมที่แถมติดมากับระบบวินโดวส์เอง ซึ่งมีอยู่หลายโปรแกรม
2. ใช้โปรแกรมประเภท Utility
ที่มีผู้พัฒนามาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
3. ติดตั้งระบบวินโดว์ใหม่
ซึ่งเป็นวิธีสุดท้าย
การใช้งานโปรแกรมแก้ปัญหาในระบบวินโดวส์
นับเป็นความโชคดี ที่บางอาการเสียของคอมพิวเตอร์จะสามารถใช้โปรแกรมที่แถมติดมากับตัววินโดวส์เองมาแก้ปัญหา
ซึ่งผู้ใช้คอมพิวเตอร์หลายคนอาจไม่ทราบ ทำให้ต้องยกเครื่องไปที่ร้านอยู่เป็นประจำ
ต่อไปเราจะมากล่าวถึงโปรแกรมที่จำเป็นในการใช้แก้ปัญหาในระบบคอมพิวเตอร์ที่สำคัญ
ได้แก่
1. โปรแกรม Scandisk
2. โปรแกรม Disk Defragmenter
3. โปรแกรม
Disk Cleanup
สำหรับความถี่การใช้โปรแกรมเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
ถ้าใช้งานมากก็จำเป็นต้องทำบ่อยขึ้น แต่อย่างน้อยที่สุดแล้ว ควรทำเดือนละครั้ง
อย่างไรก็ตามเราสามารถเช็คดูได้ว่า ครั้งสุดท้ายเราทำเมื่อไหร่ โดยการวิธีการดังต่อไปนี้
1. ดับเบิลคลิกที่ My computer
2. คลิกขวาบนไดรฟ์ที่ต้องการตรวจสอบ เลือก Properties แล้วจะมีหน้าต่างแสดงคุณสมบัติของไดรฟ์
ดังรูป (เครื่องอื่นอาจจะแสดงข้อมูลแตกต่างจากนี้)

3. จากนั้นคลิกเลือกแถบ Tools จะเห็นรายละเอียดของการใช้โปรแกรมครั้งสุดท้ายว่าผ่านมาแล้วกี่วัน
ในรูปด้างล่างแสดงว่าได้ผ่านการ สแกนดิสก์มาแล้ว 3 วัน และได้ Defrag ข้อมูลมาแล้ว
1 วัน ซึ่งเราสามารถที่จะคลิกเลือกปุ่ม Check now และ Defrg now เพื่อเริมรันโปรแกรมในตอนนี้ได้เลย
|