คิดเล่น เล่น แต่...คิดแรง แรง
มันเกิดอะไรกันขึ้นมากมายช่วงนี้ทำไมข้อมูลจากเดิมไม่เคยมีใครมาสนใจทำไมตอนนี้มันกลายเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดการไหลเท มาเยือน มาขอข้อมูลโดยเฉพาะข้อมูลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาความยากจน แน่นอนครับต้องเป็นข้อมูล จปฐ. กับข้อมูลกชช.2คมีไม่ขาดสายหลังจากนโยบายที่ทางรัฐบาลกล่าวเอ่ยถ้าผมไม่ผิดพลาดในความจำมากนักก็ประมาณเดือนกรกฎาคม 2546 ว่าจะแก้ไขปัญหาความยากจนให้หมดไปภายในปี 2551 หลังจากวันที่ผมได้ยินมาครั้งแรก ไม่มีใครเชื่อไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครขยับ ต่อมาความชัดเจนเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนมาวันนี้การบริหารราชการแบบ CEO ก็สอดรับกับการแก้ไขปัญหาความยากจนอีก ก็ยิ่งไปกันใหญ่ ความโกลาหลเริ่มคึกคักกันมากเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ต้องเข้าอบรบรับนโยบายการบริหารราชการแบบCEOแน่นอนครับข้อมูลจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นฐานในการบริหารราชการแบบใหม่ หลายหน่วยงานทะยอยขึ้นมาที่ห้องสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด เพื่อมาขอ ข้อมูล จปฐ.และข้อมูล กชช.2ค ไม่ขาดสายเพราะอะไร ผมเชื่อเหลือเกินว่าท่านที่มาขอข้อมูลไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าข้อมูล จปฐ.คืออะไร มีกี่ข้อ เรื่องอะไรบ้าง ทำไมผมถึงเชื่ออย่างนั้น ตอบได้เลยว่ามาเพราะนายสั่ง นั่นคือคำตอบว่านายของเขาเอง ได้รับข้อมูลหรือนโยบายมาว่าต้องใช้ข้อมูล จปฐ. ก็ไม่เป็นไร มาดูต่อไป ท่านเชื่อไหมว่าเขาเดินมาตัวเปล่า มาขอข้อมูล คนที่เหนื่อยมากหน่อยก็ต้องยกให้หนูแดง เจ้าของงาน ต้องคอยอธิบายเพื่อให้เข้าใจ เอาแค่ง่ายๆครับ แค่ขอข้อมูล จปฐ.ทั้งหมดของจังหวัดเชียงใหม่ ท่านต้องนำแผ่นดิสก์เก็ตหรือแผ่นไดรฟ์ A มา ถ้าผมจำไม่ผิดมากนักประมาณ 65 แผ่น นั่นหมายถึงความจุประมาณ 78 MB แล้วถ้านึกภาพต่อไปว่าถ้าพิมพ์ ผมไม่ทราบว่าต้องใช้กระดาษกี่แผ่น ที่แน่นอนก็คือข้อมูลครัวเรือนมีทั้งหมดประมาณ 200,000 กว่าครัวเรือน ถ้าเป็นระดับหมู่บ้านก็อีกประมาณ 1,792 หมู่บ้าน ระดับตำบลก็ประมาณ 198 ตำบล อำเภออีก 24 อำเภอ แน่นอนครับผมเห็นหลายท่านเดินทางกลับออกไป เพื่อไปหาแผ่นหรืออะไรก็ได้เพื่อมารับข้อมูล มาครั้งที่สองหลายท่านต้องการแบบสำเร็จที่แสดงในลักษณะรายงาน ปัดโธ่! แล้วจะเอาทุกเรื่อง แค่นั่งสั่งแล้วเซฟให้เป็นเอกสาร word หรือ excel หรือ text ทุกเรื่อง..วันหนึ่งจะเสร็จหรือเปล่าไม่ทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องคอมฯที่บรรจุข้อมูลนี้ ความเร็วไม่ต้องพูดถึง มีแต่ความแฮงค์เท่านั้นที่เจ้าคอมฯตัวนี้เยี่ยมที่สุด เขาทำได้ทั้งวัน เราเข้าใจ เราเห็นใจท่านที่มาขอข้อมูล ท่านย่อมอยากได้ข้อมูลทั้งหมด มากที่สุดเท่าที่มากได้ เพื่อเป็นคำตอบแก่ผู้บังคับบัญชาของท่าน ทางที่เราสะดวกที่สุดต้องบอกว่าท่านเอาข้อมูลทั้งหมดไปก็แล้วกัน แน่นอนครับโปรแกรม จปฐ.สั่งให้ส่งออกได้เป็นลักษณะ ZIP FILE ครับ ท่านได้ทั้งหมดทั้งระดับครัวเรือนจนถึงระดับจังหวัด เอ่อ ผมเกือบลืมไปปัญหาการนำข้อมูลลงแผ่น หมดไปเพราะเดี๋ยวนี้เจ้าคอมฯตัวนี้มี CD-RW แล้ว ต่อเลยนะครับ ผมเห็นหลายท่านดีใจ รีบนำข้อมูลที่ได้เอากลับ ปัดโธ่เอ๋ย จะรีบไปไหน จะรีบไปไหน อีกสักพักใหญ่ก็เดินกลับมาอยู่ดี มีแต่ข้อมูลไม่มีโปรแกรมท่านจะไปอ่านอย่างไร ต่อให้มีทั้งสองอย่างใช้เป็นหรือเปล่าไม่ทราบได้ มันคืออะไรกันแน่ แล้วเอาไปทำอะไร การทำงานสมัยใหม่จะพูดถึงเรื่องการบูรณาการ ครับเห็นด้วย จะนึกถึงประชาชนเป็นหลักถูกต้องที่สุด การวิ่งเข้าสู่ข้อมูล จปฐ.ก็เพื่อกำหนดเป้าได้แม่นยำขึ้น ผมนึกถึงชาวบ้าน นึกถึงลุงมีที่ เวียงแหง เพราะอย่างน้อยที่สุดลุงมีก็อยู่ 1 ในเป้าที่เขาจะชี้ คงไม่หลุดโผหรอก ถ้าเป้าแม่น อะไรก็ตามคงไม่สำคัญเท่าความคิด ถ้าจะโยงมาตั้งแต่ต้นคือตั้งแต่กรกฎาคม 2546 ตั้งแต่มีนโยบายนี้ถูกกล่าวถึงอย่างจริงจัง แต่ในความเป็นจริงไปดูย้อนหลังอีกสักสิบปีก็ได้ ข้อมูล จปฐ.มีมาตั้งนานแล้วครับก่อนนั้นด้วยซ้ำไป ความคิดครับ สิบปีที่แล้ว กับวันนี้ ถามว่าข้อมูล จปฐ.ต่างกันอย่างไร แน่นอนครับตัวชี้วัดอาจแตกต่างกันบ้าง แต่เส้นทางการเดินหาข้อมูล การใช้ประโยชน์จากข้อมูล ต่างกันลิบลับ ผมดีใจที่เห็นความร่วมไม้ร่วมมือที่จะขจัดปัญหาความยากจนอย่างเป็นรูปธรรม ทุกหน่วยงานร่วมกัน เริ่มต้นตอนนี้ก็ไม่เป็นไร ทำไมผมพูดอย่างนี้ ผมอยากให้ท่านศึกษาจริงๆก่อนครับ ตั้งแต่ความเป็นมา การพัฒนาโปรแกรม ข้อมูล ตัวชี้วัด ฯลฯ ผมไม่ห่วงพัฒนากร อธิบายอย่างไรก็เป็น จปฐ.รู้ว่าลุงมีเป็นคนเก็บข้อมูล เก็บมากี่ปี บันทึกข้อมูลที่ไหน ใครเป็นคนบันทึกระดับตำบล ระดับอำเภอ ในส่วนที่ตนรับผิดชอบตกเกณฑ์เรื่องอะไร ข้อมูลนี้ที่อำเภอก็มี อย่างไรก็ตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความยากจนก็ใช่ว่าจะใช้ข้อมูลแค่ 2 ตัวที่กล่าวมาข้างต้น พัฒนากรเราเองก็ต้องศึกษาข้อมูลอื่นๆเหมือนกัน เช่นข้อมูลด้านการเกษตร ข้อมูลหนี้สิน ข้อมูลแผนที่ ข้อมูลเศรษฐกิจและสังคม ฯลฯ แม้แต่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลเช่นกองทุนหมู่บ้านนตผ.ฯผมไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่เพราะข้อมูลที่เหล่าพัฒนากรมีและทราบเป็นข้อมูลเชิงปฏิสัมพันธ์ ทำไมพูดอย่างนั้นผมยกตัวอย่างว่าข้อมูลกองทุนหมู่บ้าน บ้านหนึ่ง รู้ว่ามีเงินเท่าไหร่ มีใครเป็นกรรมการ ไม่ใช่เท่านั้นรู้ในเชิง ปฏิสัมพันธ์ นอกจากรู้ว่าใครเป็นกรรมการกองทุนหมู่บ้านแล้วยังได้พูดคุยกันอีก รู้จักหน้าตา ไปกินข้าวบ้านเขาอีก น่าคิดไหมครับข้อมูลเชิงปฏิสัมพันธ์ เป้าไม่มีพลาด หรือจะพูดอีกต่อไปว่าพลาดยากข้อมูลเชิงปฏิสัมพันธ์กับข้อมูลเชิงบริหารข้อมูลอาจไม่ตรงกันก็ได้ปีนี้กรมฯก็ได้มอบแผ่นสารสนเทศแก้ไขปัญหาความยากจนมาให้ทุกจังหวัดปีหน้าถ้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันจันทร์ที่ 15 กันยายน 2546 คอลัมน์มุมข้าราชการพูดผิดเรื่องไปอยู่กระทรวงหนึ่งทำนองนี้แหละ ผมอยากให้คิดถึงเรื่องข้อมูลเชิงปฏิสัมพันธ์มากขึ้น ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าไม่มีใครมีข้อมูลเชิงปฎิสัมพันธ์เท่าพัฒนากร ส่วนใครไม่เชื่อก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการชม..... สวัสดี
18 กันยายน 2546 lek