ในปัจจุบัน ความเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก อันสืบเนื่องมาจากการบริโภคข่าวสารในยุคเทคโนโลยีก้าวหน้ามาก ดังนั้นการตัดสินใจ
โดยเฉพาะด้านการบริหารจึงจำเป็นต้องรวดเร็วและแม่นยำ จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาต่างๆของรัฐบาลจึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีการสื่อสารที่รวดเร็ว
การวิเคราะห์ข้อมูลที่ฉับไว ดังนั้นข้อมูลต้องแม่นและรวดเร็ว ถ้าท่านตามข่าวสารในช่วงสัปดาห์ที่แล้วจะเห็นความเปลี่ยนแปลที่รวดเร็วมาก ไม่ว่าเป็นเรื่อง
การปรับขึ้นเงินเดือน ,การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ,การปรับ ครม.ทักษิน 8,การดำเนินการรวมพลังแผ่นดิน ร่วมกวาดล้างยาเสพติด ภาค 2
ระยะที่ 1 ใน 90 วัน เริ่ม 8 มีนาคม มันคืออะไรกันแน่ นี่ยังไม่รวมถึงความคืบหน้าที่จะรุกฆาตทางไอทีนะ ผมกำลังเป็นห่วงอย่างมาก ว่าการตั้งรับภาคปกติ
จะไหวหรือ ผมก็เชื่อว่าหลายๆท่านตามข่าวสารไม่ทัน และผมก็เชื่ออีกว่าหลายๆท่านบริโภคข่าวสารมากเกินไปจนไม่รู้จะทำอะไรก่อนหลัง แต่อย่างไรก็ช่าง
มาดูที่เรา ในภาพที่ผมเล่าข้างต้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในระดับการตัดสินใจเบื้องบนในภาคนโยบาย มีหลายตัวที่เคลื่อนอย่างรวดเร็วมาก พอรู้ตัวอีกครั้งก็
มาถึงตัวแล้ว เพราะปัจจุบันการใช้เทคโนโลยีมาเป็นเส้นทางในการบริหารของรัฐบาล มีความถูกต้องค่อนข้างเยอะ ดังนั้นการตัดสินใจจึงไม่ช้า เมื่อไม่ช้า
มันจึงถึงตัวเราเร็ว แต่เมื่อมาถึงเราแล้วเราจะทำอย่างไรหละ เส้นทางเราไม่ได้วางไว้ การบริโภคข้อมูลของเราจึงช้ามากกว่าปกติถ้าเทียบกับภาคนโยบาย
หลายสิบเท่า มันจึงอืดอาด การตอบสนองต่อภาคนโยบายจึงไม่แม่น ไม่รวดเร็วเพียงพอ แถมยังไม่สามารถวางหมากไว้ล่วงหน้าได้เลยด้วยซ้ำ เพราะ
อันเก่าก็ทำไม่ทันอยู่แล้ว จะคิดทำอันใหม่ได้อย่างไร จั่วหัวข้างบนผมเขียนไว้ว่า"หรือว่าเราหลงทาง" ในที่นี้ผมขอหมายถึงการทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยน
แปลงอย่างรวดเร็ว ผมกำลังคิดว่าเราอยู่ในภาวะอันตรายอย่างมาก เดือนที่ผ่านมาผมได้รับข่าวสารทางอีเมล์จากกรมฯอยู่ 4 ฉบับ ส่วนฉบับล่าสุดก็เป็น
การให้ผู้บริหารระดับอำเภอแจ้งอีเมล์ของตนเองกลับให้กรมฯ ทำอย่างไรหละทีนี้ ก็ต้องใช้วิธีแจ้งผ่านในหน้าเว็บไซด์ของ พช.เชียงใหม่ แต่มันคงไม่จบ
เท่านี้ ถามว่าการสื่อสารในลักษณะนี้ทำได้จริงหรือไม่ ผมคงไม่ตอบ เพราะเราเองก็ไม่มีบัญชีทะเบียนอีเมล์ของผู้บริหารระดับอำเภอไว้เลย การสื่อสาร
สิ้นสุดตรงนี้ คงมีคำถามต่อว่าทำไมไม่แจ้งเป็นหนังสือ ผมคิดว่าคำตอบทั้งหมดอยู่ที่ความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ดังนั้นการรับมือทั้งระบบกับความรวดเร็ว
ไม่ได้อยู่ที่หนังสือเสียแล้ว แล้วอยู่ที่ไหนหละ อันที่จริงเราได้คลำหาเส้นทางไว้นานพอสมควร แต่การปฏิบัติจริงก็ยังลำบากไม่น้อย เราต้องทำอะไรมากกว่า
นี้ไหม คำตอบก็คงใช่ แต่ต้องเป็นเราแล้วนะ เพราะถ้าเป็นหนึ่งเดียว ก็สิ้นสุดเหมือนทุกวันนี้ที่ไม่สามารถเชื่อมต่อไปได้ ไม่ว่าทั้งแนวราบ แนวดิ่ง มีอยู่
หลายงานมากที่ไหลเข้ามาให้เราทำ วันนี้ทำอย่างนี้ แต่พรุ่งนี้เปลี่ยนเป็นอย่างนี้นะ งานสำคัญระดับนโยบายทั้งนั้น แต่ความเร็วกับความแม่นจะทำอย่างไร
เรามีศูนย์กลางการเซิฟข้อมูลที่รวดเร็วและแม่นยำที่สุดอยู่ที่ไหน แล้วปลายทางที่จะสื่อสารอยู่ที่ไหน วันเดียวทำได้ไหม ถ้าวางระบบได้ ผมก็เชื่อว่าเรา
ตามภาคนโยบายทันอย่างแน่นอน หลายๆท่านก็ว่าอะไรต่อมิอะไรต่างๆนานา ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ ไม่มีงาน ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะข้างหน้าท่านจะ
ต้องเจออะไรมากมาย มากกว่าที่ผมทำเหมือนไม่มีอะไรอีกหลายเท่าตัว ถ้าท่านที่เป็นคนหนึ่งที่ตามบทความของท่านรองจารุพงศ์ ท่านคงจะทราบความ
เคลื่อนไหวที่ไม่รู้จักสิ้นสุด ท่านก็บอกว่าเราจะเห็นอะไรต่อมิอะไรที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ตามดูให้ดีดี นี่คือระดับผู้บริหารออกมาพูด ไม่เป็นไรงานที่สำคัญ
ที่สุดในตอนนี้คืออะไร ท่านจะตอบว่างานที่ท่านรับผิดชอบอยู่ปัจจุบันนี้ก็ถูกต้องทั้งสิ้น แต่ความเร็วกับความแม่นยำเรายังขาดใช่ไหม แล้วจะทำอย่างไร
ในภาวะจำกัดทั้งงบประมาณ อุปกรณ์และทักษะ ก็มีแนวทางอยู่ไม่กี่อย่าง คือทำศูนย์กลางการเซิฟข้อมูลสู่เส้นปลายประสาทให้ได้ อีกอันหนึ่งปลายประสาท
ต้องเชื่อมต่อศูนย์กลางให้ได้ ส่วนวิธีการทำอย่างไรเราก็ต้องมาช่วยกัน การทำศูนย์กลางการเซิฟข้อมูลสู่เส้นปลายประสาท ก็คงหนีไม่พ้นต้องเป็นจังหวัด
ต้องทำให้เป็นศูนย์กลางให้ได้ทั้งแนบราบและแนวดิ่ง อุปกรณ์คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องเล็กก็คือไม่มีอยู่แล้ว เอาที่มีปัจจุบันนี่แหละ people ware สำคัญกว่า
people ware ที่เป็นศูนย์กลาง จะทำอย่างไร ต้องทุกคนหรือไม่ ต้องทุกคนครับ ส่วน people ware ที่เป็นปลายประสาทต้องทุกคนหรือไม่ ตอบว่าไม่ต้อง
เพียงหนึ่งก็พอ พูดมาถึงตอนนี้เราคงจะนึกภาพอะไรออกมากพอสมควรแล้ว วิธีการแก้ไขทำอย่างไร คนที่รับผิดชอบเรื่องไอทีซึ่งเป็นผู้ผลักดันให้เกิดระบบ
นี้ก็ต้องหาวิธีแก้ไขโดยเฉพาะภาวะที่ขาดแคลนทั้ง hardware software และ people ware แต่น้ำหนักจะลงไปที่ people ware อันที่จริงทางทีมไอที
ก็ได้ประสานงานกับสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งที่มีพร้อมทั้ง hardware software และ people ware อยู่ในระดับสูง โดยเราขอให้เขาเป็นที่ปรึกษาเรา
เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยเฉพาะเรื่อง software และ people ware เราสามารถร้องขอการออกแบบและวางระบบของเราได้ทั้งหมดตั้งแต่ศูนย์กลางจนถึง
ปลายประสาท ก็คงเหลือแต่เราที่จะเป็นระบบในการวางในครั้งนี้ เราพร้อมหรือยัง ผมอยากให้คิดอย่างนี้ว่าคอมพิวเตอร์ที่กรมฯจะให้เราเป็นเพียง
hardwareแต่ software และ people ware เราต้องเข้าระบบเองนะครับ ผมก็เชื่อว่าการออกแบบระบบครั้งนี้ ไม่ได้หนีห่างจาก BOSS
หรือกรมฯ อย่างไรก็ต้องเชื่อมกันเพราะเราก็ไม่มีทางเลือกอื่น การพัฒนา people wareเป็นเรื่องสำคัญมาก จากการเจรจาที่ปรึกษาด้านไอที
จากสถาบันการศึกษาแห่งนี้ หลักสูตรคงต้องเข้มข้นเป็นระดับชั้นไป เริ่มจากง่ายที่สุด ไปถึงยากที่สุด ทั้งปี บนเส้นทางการเชื่อมต่อ
จากศูนย์กลางและปลายประสาท(อำเภอ)ให้สอดรับกันให้ได้คือวางระบบกับการวาง people ware ให้สอดรับกัน เริ่มจากระดับผู้บริหาร
เรื่อยๆมาจนถึงเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องได้รับการพัฒนา ฝ่ายบริหารงานทั่วไปต้องเข้ามารับช่วงนี้อย่างเต็มตัว ทั้งหมดนี้เป็นการวางระบบที่จะก้าวเท่านั้น
ยังไม่เกิดจริงๆ คนที่มีความรู้เรื่องไอที( people ware ) ก็มาช่วยกันเชื่อมระบบนี้ให้มันเกิด อย่าให้มันเกิดตามธรรมชาติเลย ทำศูนย์กลางให้เป็นศูนย์-
กลางจริงๆ ทำปลายประสาทให้เป็นที่รับส่งข้อมูลจริงๆ มันจะมาเร็วขนาดไหนก็รับมือได้ทั้งนั้น เปลี่ยนแปลงทุกนาทีก็เอาอยู่ แต่ถ้ายังไม่เข้ารูปเข้าร่าง
ตั้งรับอย่างเดียว ผมกำลังคิดว่า "หรือว่าเรากำลังหลงทาง" หรือไม่ก็ "ผมกำลังหลงทางเอง"..........สวัสดี

14/3/47

Hosted by www.Geocities.ws

1