การเดินสายแบบบัส
การเดินสายแบบริง
การเดินสายแบบสตาร์
วิธีการเดินสายแลน
เมื่อจะส่งข้อมูลถึงกันก็ต้องต่อสายเข้าหากัน วิธีการต่อสายเชื่อมระหว่างอุปกรณ์ในระบบแลนนั้นเราจะเรียกว่า "การเดินสายแลน" โดยที่นิยมกันจะแบ่งเป็น 3 วิธี คือ
วิธีการเดินสายแบบบัสนี้ เหมือนกับการวางถนนหลักแล้วมีซอยแยกเข้าบ้าน โดยจะวางสายแลนเดินเป็นแกนกลางที่เรียกว่าบัสหรือแบ็กโบนเป็นถนนหลัก แล้วตามจุดต่างๆ ระหว่างกลางของแบ็คโบนจะมีสายเชื่อมต่อไปยัง
เครื่องคอมพิวเตอร์เหมือนกับซอยแยกเข้าหาเครื่อง ที่ปลายสายทั้งสองข้างจะมีเทอร์มิเนเตอร์ต่ออยู่
สายชนิดบางมักจะใช้เดินภายในอาคาร ส่วนสายชนิดหนาจะใช้เดินระหว่างอาคารหรือเชื่อมระหว่างชั้นต่างๆ ข้อดีของการเดินสายแบบบัสนี้คือ ติดตั้งง่าย อุปกรณ์ราคาถูก ไม่ต้องใช้อุปกรณ์รวมสัญญาณ(HUB)
สามารถเดินสายได้ระยะทางไกล และสามารถติดตั้งอุปกรณ์ทวนสัญญาณ(repeater) เพื่อเพิ่มระยะทางในการเดินสายได้ แต่มีข้อเสียคือถ้าเกิดข้อผิดพลาดในสายสัญญาณ หรือเกิดการขาดที่จุดหนึ่งจุดใดบนบัส
จะทำให้ทั้งระบบไม่สามารถให้งานได้ และการตรวจสอบหาจุดเสียทำได้ยาก ภายหลังจึงไม่นิยมการเดินสายแบบบัส
การเดินสายแบบริง (ring) หรือแบบวงแหวนนี้จะเดินสายเป็นวง จากเครื่องแรกไปยังเครื่องสุดท้ายและวนกลับมายังเครื่องแรกอีกครั้ง
การเดินสายแบบนี้มีในระบบเครือข่ายมานานแล้วแต่ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมนัก เนื่องจากจุดหนึ่งจุดใดในวงขาดจะทำให้เครื่องอื่นไม่สามารถส่งข้อมูลได้และ อุปกรณ์มีราคาค่อนข้างสูง แต่อย่างไรก็ตามการเชื่อมต่อวิธีนี้เป็นการส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงวิธีหนึ่ง
ระบบแลนที่เชื่อมต่อในลักษณะสตาร์นั้นสามารถพบเห็นได้โดยทั่วไป คือระบบที่คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะมีสายแลนเชื่อมไปที่ฮับเป็นตัวกลางและถ้าเดินสายตรงออกจากฮับไปยังเครื่องที่ตำแหน่งต่างๆ จะมีลักษณะคล้ายดาว จึงเรียกว่าการเชื่อมต่อแบบสตาร์
ด้วยการเดินสายสัญญาณแยกแต่ละเครื่องไปยังฮับ ดังนั้นถ้าสายสัญญาณเส้นหนึ่งเส้นใดขาด ก็จะมีผลต่อเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องที่ต่ออยู่เพียงเครื่องเดียว เครื่องอื่นสามารถยังสามารถใช้งานได้ปกติ ทำให้การบำรุงรักษาง่าย และปัจจุบันการเชื่อมต่อในลักษณะนี้