การเตรียมและทำความรู้จักกับอุปกรณ์ต่างๆ

มาเริ่มกันที่ขั้นตอนแรกก่อนเลยนะคะ คือ รู้จักกับอุปกรณ์ชิ้นต่างๆ ก่อนนะคะ

 


เคส
เป็นอุปกรณ์ที่เป็นโครงร่างให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เปรียบได้กับกระดูกและกล้ามเนื้อของคน ในที่นี้จะพูดถึง ATX ซึ่งเป็นเคสสำหรับคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ เคสที่ผมนำมาให้ดูในรูปนั้นเป็นเคสรุ่นใหม่ ที่สำหรับคนที่กำลังจะเลือกซื้อใหม่ควรจะเลือกแบบนี้ คือด้านหน้าที่มีช่องสำหรับเสียบ USB ถ้าเป็นไปได้มีช่องไมค์ด้วยก็จะดี เพราะอุปกรณ์บางอย่าง เช่น พวกกล้องดิจิตอลหรือพีดีเอ ถ้าเสียบพอร์ต USB ทางด้านหน้าได้จะสะดวกมาก สำหรับด้านข้างถ้ามีพัดลมระบายความร้อนได้ก็จะดี ส่วนด้านหลังก็จะคล้ายกัน โดยตัวพาวเวอร์ซัพพลายที่อยู่ด้านบนทางด้านหลังนั้นจะมี 2 แบบ คือมีช่องเสียบสายไฟอันเดียว แต่จะมีสวิตช์เปิดปิด แบบนี้สายไฟของจอคอมพิวเตอร์จะต้องต่อกับปลั๊กไปโดยตรง อีกแบบจะมีสองช่องแบบของผม สายไฟจากจอคอมพิวเตอร์สามารถต่อกับพาวเวอร์ซัพพลายได้ (จะเลือกไม่ต่อก็ได้) สำหรับพาวเวอร์แบบ ATX นี้ควรจะเลือกซื้อแบบที่ใช้กับ Pentium4 ได้ เพราะถึงแม้จะไม่ได้ใช้แต่ก็เผื่อไว้ในอนาคต และราคาก็ไม่ต่างกันมาก สำหรับน็อตที่ใช้ยึดฝาครอบเคสถ้าเป็นแบบใช้มือหมุนก็จะสะดวกเมื่อต้องการเปิดเคส



ทีนี้ก็มาเปิดภายในเคสดูส่วนประกอบภายในกัน โดยให้เปิดฝาครอบออกจะเห็นว่างเต็มไปด้วยส่วนประกอบต่างๆมีทั้งไฟแสดงสัญญาณและสวิตช์ หลักๆ จะมีดังต่อไปนี้คือ ไฟแสดงฮาร์ดดิสก์ (HDD LED), ไฟแสดงการเปิดของเครื่อง (Power LED), สวิตช์เปิดเครื่อง (Power), สวิตช์รีเซต (Reset), สปีกเกอร์ของเครื่อง (Speaker)

 

เมนบอร์ด

เป็นส่วนประกอบโครงสร้างหลักของเครื่องเป็นที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ทุกชิ้นไม่ว่าจะเป็นแรม ซีพียู ฮาร์ดดิสก์ เมนบอร์ปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่มาพร้อมกับบอร์ดมากขึ้น (on board) ไม่ว่าจะเป็นซาวนด์, วีจีเอ, แลน ซึ่งทำให้สามารถประกอบเบซิคพีซีได้ในราคาที่ไม่แพงนัก

 


ซีพียู
โดยทั่วๆ ไปจะมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยม และต้องสังเกตด้านที่ถูกคัดมุมไป เพื่อประโยชน์ในการใส่ลงไปในซ็อกเกต อย่างในภาพจะเป็นมุมทางด้านซ้ายบน


การ์ดจอ
โดยทั่วไปจะเป็นการ์ดที่ใช้พอร์ต AGP ซึ่งมีความเร็วสูงกว่า PCI ด้านที่เป็นซี่ๆ ทองเหลืองคือด้านที่ใช้ปักลงบนเมนบอร์ด

แรม
ที่ใช้กันมากในปัจจุบันมี 2 แบบคือ SD-RAM กับ DDR-RAM แบบ SD-RAM ถ้าสังเกตจะมีความยาวน้อยกว่า ในการดูแรมนั้นจะดูด้านที่มีมีซี่ทองเหลือง เพื่อเสียบลงไปในเมนบอร์ด สังเกตว่าจะมีช่องบาก 2 1ช่อง ซึ่งไม่สมมาตรกันระหว่าง 2 ด้าน ตรงนี้เอาไว้ช่วยดูในการเสียบลงเมนบอร์ด ส่วนปีก 2 ข้างก็จะมีช่องบาก เอาไว้ล็อกเมื่อเสียบแรมลงบนเมนบอร์ด

 

PCI การ์ด
เช่น ซาวนด์การ์ด, โมเด็ม, แลนการ์ด ลักษณะจะคล้ายการ์ดจอที่เป็น AGP แต่สังเกตช่องเสียบจะไม่เหมือนกัน

ฮีตซิงก์
เอาไว้ระบายความร้อนให้ซีพียู เวลาเลือกก็ต้องเลือกให้เหมาะกับซีพียู เพราะฮีตซิงก์บางรุ่นไม่สามารถระบายความร้อนได้มากพออาจเกินความเสียหายได้เมื่อความร้อนมากเกินไป (ดูรูปที่ 8)

ฮาร์ดดิสก์
ที่ต้องรู้สำหรับการต่อของฮาร์ดดิสก์ก็คือช่องต่อที่อยู่ด้านท้าย ทางซ้ายจะเป็นช่องที่ต่อกับสาย IDE ตรงกลางจะเป็น Jumper ที่เอาไว้เซต Master กับ Slave ซึ่งจะมีวิธีเซตเขียนติดไว้บนฮาร์ดดิสก์

สำหรับเรื่อง Master กับ Slave นั้นปกติสาย IDE 1 เส้นจะต่อฮาร์ดดิสก์หรือ CD-ROM ได้ 2 ตัว โดยที่ตัวหนึ่งจะต้องเป็น Master และอีกตัวจะเป็น Slave ถึงจะทำงานได้ สำหรับมาตรฐานการต่อกับฮาร์ดดิสก์ปัจจุบันจะเป็น ATA 100-133 ซึ่งสายไฟจะเป็นแบบเส้นซี่ถี่ๆ ต่างกับสมัยก่อน

CD-ROM / DVD-ROM
จะคล้ายกับฮาร์ดดิสก์ โดยให้มาดูที่ด้านท้ายจะมีช่องเสียบคล้ายกับฮาร์ดดิสก์ แต่ที่ต่างจะมีช่องเสียบสายเสียงซึ่งจะไปต่อกับซาวนด์การ์ด

เป็นอุปกรณ์ที่โบราณที่สุดที่ยังมีใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้มาดูทางด้านท้าย จะมีเพียง 2 ช่องเสียบคือสายไฟพาวเวอร์กับสายสัญาณ สายสัญญาณจะเป็นสายแพคล้ายสาย IDE แต่จะเล็กกว่า

Hosted by www.Geocities.ws

1