Double call + Love mode 1
มีหนูน้อยหมวกแดงคนหนึ่งนามว่านาโอยะคุง
เขากำลังจะไปเยี่ยมคุณยายซึ่งตอนนี้กำลังนอนซมเพราะพิษไข้และนาโอยะคุงได้มีผู้ติดตาม นามว่า เรย์จิ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น
บอดี้การ์ดที่เก่งมาก ทั้งคู่ได้ออกเดินทางระหว่างทางทั้งคู่ก็ต้องเจออะไรมากมายแต่แน่นอนไม่ต้องห่วงเพราะว่า หนูน้อยหมวกแดงได้มี
เรย์จิ คอยปกป้องอยู่ ขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินอยู่ เรย์จิ ได้เตือน นาโอยะไว้ว่า " นาโอยะจำได้มั้ยว่าท่านแม่ของเจ้าเตือนไว้ว่าอย่างไร "
หนูน้อยหมวกแดงจึงตอบว่า " ข้ายังจำได้ท่านเรย์จิ พวกเราต้องเดินเส้นทางที่มีสีเหลืองเท่านั้น
ข้าขอขอบคุณมากที่ท่านเตือนข้าระหว่างที่ทั้งคู่เดินอยู่นั้นได้พบหมีตัวหนึ่งซึ่งมีนามว่า โฮตตะ " พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่ "
เจ้าหมีถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ " ข้าจะไปเยี่ยมคุณยายที่กำลังป่วย ได้โปรดเถอะกรุณาให้พวกเราทั้งสองผ่านทางนี้ด้วย
แต่เจ้าหมีกลับตอบว่า " ฝันไปเถอะ.......ถ้าเจ้าอยากจะผ่านทางนี้ละก็เจ้าต้องสยบลูกเบสบอลของข้าซะก่อน เตรียมตัวรับให้ดีล่ะ
ขณะนั้นเรย์จิก็ได้รีบเงื้อดาบขึ้นอย่างโดยเร็วเพื่อที่จะเตรียมตัวรับลูกเบสบอลของโฮตตะ ย๊ากกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!
โฮตตะได้ขว้างลูกพิฆาตออกไป ครั้งที่ 1 เรย์จิได้สังเกตุการขว้างลูกของโฮตตะทำให้เขาไม่สามารถที่จะรับลูกของโฮตตะได้ " ฮ่าๆๆๆ
อะไรกันเจ้ามนุษย์แค่นี้รับไม่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ได้ยังไง " เรย์จิเกิดอาการยั๊วจัดเมื่อถูกเจ้าหมี โฮตตะ พูดใส่อย่างนั้นไม่ทันไร
เรย์จิก็สวนกลับอย่างเต็มที่ " หนอย.......ไอ้หมีงี่เง่าแกครั้งต่อไปนี้แหละข้าจะหวดลูกแกให้ดู " โฮตตะได้ขว้างลูกครั้งที่ 2
งานนี้เรย์จิได้หวดลูกของโฮตตะจนลูกหายวับไปบนท้องฟ้า ( แสดงว่าไกลจัด ) คราวนี้ผลออกมาคือเสมอ
เหลือโอกาสเพียงครั้งสุดท้ายที่จะรู้ผลว่าแพ้หรือชนะและครั้งที่ 3 โฮตตะตัดสินใจที่จะขว้างลูกไม้ตายออกไป ท่านี้มีชื่อว่า เฮอร์ริเคน
พาวเวอร์บอม ฝ่ายเรย์จิเองก็ได้โชว์ลูกหวดชื่อ b&b ลูกหวดมหาปะลัย
เรย์จิหวดไปสุดแรงเกิดทำให้ลูกกระเด็นไปไกลยิ่งกว่าเดิมผลสรุปว่าเรย์จิเป็นฝ่ายชนะส่วนเจ้าหมี
โฮตตะก็ได้ร้องไห้โฮกลับบ้านไปและทั้งสองคนก็สามารถที่จะเดินทางได้ต่อ " ท่านเรย์จิยอดมากเลยครับ
แต่ข้าก็อดสงสารคุณหมีโฮตตะนั่นเหมือนกันนะ " " อะไรกัน นาโอยะไปสงสารมันทำไม แต่ข้าก็สงสัยว่าใครส่งมันมา "
เรย์จิอดสงสัยไม่ได้แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่งนี้มากซักเท่าไหร่ แล้วทั้งคู่ก็เดิน........ เดิน......... และเดินต่อไป....
จนทั้งคู่มีความรู้สึกผิดสังเกต " ท่านเรย์จิข้าคิดว่า พวกเราเดินวนอยู่ที่เดิม ท่านคิดเช่นนั้นไหม " " อืม....นั่นสิ
เดินวนไปไม่รู้กี่รอบก็จมปรักอยู่ตรงนี้ นาโอยะระวังตัวไว้ด้วยเผื่อจะมีศัตรูเข้ามาลอบทำร้าย "
ตอนนี้ทั้งสองไม่รู้ตัวว่าอยู่ภายใต้เวทมนต์ของเจ้าแห่ง maze เป็นที่เรียบร้อยแล้ว " สวัสดี ท่านทั้งสอง พวกท่านเป็นใคร มาจากที่ใด
และมาทำอะไรที่นี่ " พวกเรย์จิสงสัยว่าเจ้าบ้านี่เป็นใครอยู่ๆก็เข้ามาทักทายอย่างหน้าตาเฉย
และด้วยความอัธยาศัยดีของหนูน้อยหมวกแดงนั้นได้ตอบกลับไป " ข้ามนามว่า นาโอยะ ส่วนท่านผู้นี้มีนามว่า เรย์จิ
พวกเรากำลังไปเยี่ยมคุณยายอันเป็นที่รักของพวกเราซึ่งตอนนี้กำลังนอนซมเพราะพิษไข้เลยต้องการผ่านทางนี้แล้วท่านล่ะเป็นใคร "
ข้ามีนามว่า คิสมาร์ค (คาชิม่า ) และเป็นเจ้าแห่ง maze พวกเจ้ารู้รึเปล่าใครก็ตามที่หลงเข้ามาในดินแดนของ maze
นั้นมีโอกาสรอดชีวิตไปได้น้อยมาก " " งั้นที่พวกเรากำลังยืนอยู่นี่ก็คงเป็นดินแดนของท่านใช่มั้ย" "
ใช่แล้ว......ที่พวกเจ้ายืนอยู่นี่เป็นดินแดนแห่ง maze " นี่... ไอ้คิสมาร์ค!!!! ทำยังไงพวกข้าถึงจะออกไปจากที่นี่ได้ "
เรย์จิพูดเสียงกระโชกโฮกฮากใส่คิสมาร์คด้วยความโมโห ตอนนี้มันทำให้เขาหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม
"ถ้าพวกท่านทั้งสองต้องการออกไปจากที่นี่ก็เชิญเดินไปตามทางเองเถอะ....."
เอ่อ......ท่านคิสมาร์คข้าขอร้องล่ะกรุณาบอกทางพวกเราด้วยเถิดพวกข้าจำเป็นที่ต้องผ่านทางเส้นนี้จริงๆ ขอร้องล่ะครับ........"
นาโอยะได้อ้อนวอน คิสมาร์คแต่เมื่อเขาเห็นคิสมาร์คส่ายหน้าไม่ยอมรับสิ่งที่ตนของร้องก็ได้ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
"แก......ไอ้คิสมาร์ค บังอาจทำให้นาโอยะร้องไห้" ตอนนี้เรย์จิยิ่งอารมณ์เสียหนักเข้าไปใหญ่ เขาได้พูดปลอบใจ
นาโอยะพร้อมกับกอดไว้ในอ้อมแขน " ไม่เป็นไรหรอกพวกเราต้องหาทางออกจากที่นี่ได้ซิ ฉะนั้นเจ้าอย่าร้องไห้เลยนะนาโอยะ "
นาโอยะได้ร้องไห้ซบอกเรย์จิ "แต่ถ้าหากพวกเราไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้ล่ะ จะทำยังไงดี " " เจ้าไม่เชื่อใจข้าเลยรึ
ข้าเคยทำให้เจ้าผิดหวังรึไง มีซักครั้งไหมที่ข้าทำให้เจ้านั้นผิดหวัง " เรย์จิพูดพร้อมกับใช้มือปาดน้ำตาจากใบหน้าของนาโอยะ
จบคำพูดของเรย์จิ นาโอยะได้ส่ายหน้า " ไม่หรอก.....ท่านไม่เคยทำให้ข้าผิดหวัง เลยสักครั้งนึง
ข้าขอโทษ......ที่ข้าพูดออกไปเหมือไม่เชื่อใจท่านเลย " (ตอนนี้กำลังอยู่ในโลกของเราสอง )
"เฮ้ย.....พวกเจ้าจะไปสวีทกันที่ไหนก็ไปอย่ามาสวีทในดินแดนของข้า....... พวกเจ้านี่น้าชอบทำให้คนอื่นลำบากใจเรื่อย
ข้าเองก็เป็นโรคแพ้น้ำตาคนเหมือนกันนะ หนทางที่ออกน่ะมีแน่นอน" " แสดงว่าท่านจะยอมช่วยพวกข้าแล้วใช่มั้ยครับ "
นาโอยะมีสีหน้าที่บ่งบอกถึงความดีใจอย่างเห็นได้ชัด "ก็พวกเจ้าเล่นมาออดอ้อนกันต่อหน้าข้าแบบนี้......มีรึข้าจะไม่ใจอ่อน"
"แล้วหนทางที่จะออกไปจากที่นี่ล่ะพวกข้าต้องทำยังไง " เรย์จิถามอย่างรวดเร็วเพราะต้องการที่จะออกจากที่นี่เต็มทน
"พวกเจ้าทั้งสองก็เดินไปตามเส้นทางที่ข้ากำลังจะทำสัญลักษณ์เป็นรูป ลูกศร
ให้เจ้าเดินตามทางไปเรื่อยๆแต่มันมีบางสิ่งบางอย่างที่เจ้าต้องจัดการ จะมีปิศาจที่ดีและไม่ดีอาศัยในแต่ละจุด
พลังของเจ้าในตอนนี้คงจะไม่เพียงพอแน่นอน ระหว่างทางเจ้า( เรย์จิ ) ต้องคอยเก็บสัญลักษณ์รูปไม้กางเขน
มันจะเป็นสิ่งเติมเต็มให้กับพลังของเจ้าและเจ้าก็จะมีพลังที่จะกำจัดปิศาจที่ไม่ดีได้ และ เจ้า ( นาโอยะ)
ตัวเจ้าก็ต้องคอยเก็บสัญลักษณ์รูป
หัวใจ เวลาที่เพื่อนเจ้าได้รับบาดเจ็บเจ้าจะมีพลังในการรักษาบาดแผล
และอีกอย่างนึงเมื่อเวลาในแต่ละวันหมดลงไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ใดตราบที่พวกเจ้ายังคงอยู่ในดินแดนของข้านั้น
ข้าจะไปปรากฏตัวต่อหน้าพวกเจ้าและพาพวกเจ้าทั้งสองไปยังที่พัก ที่ข้าพูดมาทั้งหมดหวังว่าพวกเจ้าคงจะเข้าใจที่ข้าพูด
ตอนนี้พวกเจ้าทั้งสองตามข้ามา ข้าจะพาพวกเจ้าไปยังที่พัก วันนี้จงพักให้หายเหนื่อยและพรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางกัน "
คิสมาร์คได้พาพวกเรย์จิไปยังที่พักที่แสนจะหรูหราและสุขสบาย ครั้นถึงวันรุ่งขึ้น "พวกเจ้าทั้งสองพร้อมที่จะออกเดินทางกันแล้วใช่มั้ย"
"อืม....ทั้งตัวข้าและท่านเรย์จิเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว " แล้วทั้งคู่ก็ได้ออกเดินทางโดยมีลูกศรนำทาง
to be con..........