@  บทที่ 9  เชียงรุ้ง - สิบสองปันนา

     
             
        

          เขตปกครองตนเองพิเศษสิบสองปันนา มีเนื้อที่ประมาณ 19,700 ตาราง กม. มีอาณาเขตติดกับ แขวงหลวงน้ำทา แขวงพงสาลี ของประเทศลาวและ รัฐฉาน ของ พม่า โดยมีชายแดนยาวถึง 966 กิโลเมตร และมีแม่น้ำโขงไหลผ่านนตอนกลาง ลองหาประวัติอ่านเอาเอง สิบสองปันนานี้ มีเมืองเอก 3 เมือง คือ เมืองเชียงรุ้ง เมืองล่า และเมืองฮาย

          เมืองที่เราจะมาพักกันวันนี้คือเมืองเชียงรุ้ง นัดหมายรถว่าจะออก 5 โมงเย็น เป็นรถตู้ฮุนได เป็นรถด่วนวิ่งประจำระหว่างเมืองคุนหมิง - สิบสองปันนา คล้ายๆกับรถตู้บ้านเรา แต่ขนาดเล็กกว่า

   

     
           
       

          กว่าจะออกจากเมืองคุนหมิงได้ก็ 6โมงกว่าๆ  ระหว่างทางก็เก็บรูปมาด้วย เห็นบ้านที่สร้างใหม่ๆ จะสร้างลักษณะรูปทรงสถาปัตยกรรมแนวนี้   เสาเป็นเสาไม้ น่าจะเป็นไม้สนสามใบ ต้นเบ้อเริ่ม ไม้ล้วนๆ บ้านทรงแบบนี้ เห็นกำลังก่อสร้างอยู่มากโดยเฉพาะช่วงตั้งแต่คุนหมิงขึ้นเหนือไปทางต้าลี่ ลี่เจียง

 

     
           
       

          บางบ้านก็ผสมผสาน ก่ออิฐถือปูน

 

     
           
       

          ให้ดูสถาปัตยกรรม ของที่นี่

 

     
           
       

          มีมากจริงๆ ที่กำลังสร้างใหม่ก็มาก

 

     
           
       

          รถตู้  ออกจากคุนหมิง ระยะทางประมาณ 600 กม. รถออกเวลา 6 โมงเย็นกว่าๆ  ใช้เวลาวิ่ง 6  ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึง เมืองเชียงรุ้ง เวลาประมาณ ตี 1   สมกับเป็นรถด่วนจริงๆ คนขับ ขับได้ระทึกใจมาก บางโค้ง เข้าโค้งไม่มีเบา ไม่มีแตะเบรค ถ้าเป็นถนนในเมืองไทย คงนั่งไปใจเต้นไป แต่ที่นี่ สภาพถนนดีมาก แต่ก็แอบหวาดเสียวอยู่บ้าง เพราะคนขับเหยียบชนิดคนขับรถตู้บ้านเรายังอาย แต่ก็วางใจอยู่เพราะว่า เขาชำนาญถนนเส้นทางนี้อยู่แล้ว   ตี1 เราก็มาถึงเมืองเชียงรุ้ง คืนวันนั้นเราพักกันที่เชียงรุ้ง วันนี้เลยตื่นสายเป็นพิเศษ  ตื่นมา วันนี้ 21 พ.ค.แล้ว ยังเหลือโปรแกรมเที่ยวอีกวันเดียว  โปรแกรมวันนี้ เราจะไปเที่ยว วัดป่าเจ ในเมืองเชียงรุ้งกัน แล้วตอนเย็นก็จะเดินทางต่อไปเมืองล่า ที่อยู่ติดชายแดนลาว เพื่อสะดวกในการเดินทางกลับ

 

     
           
       

          ตอนเช้ามีโอกาสเที่ยวเดินชมบ้านเมือง ที่ เชียงรุ้งก่อน

 

     
           
       

          เข้าไปในซุ้มนี้ เป็นถนนชื่อว่า พม่าทาวน์ คล้ายๆไชน่าทาวน์  ร้านค้าส่วนใหญ่จะเป็นพวกพลอย หยก เสียเป็นส่วนใหญ่

 

     
           
       

          เมืองเชียงรุ้ง วันนี้

 

     
           
       

          ยังดูสงบดี

 

     
           
       

          อาหารเพลวันนี้ก็คล้ายๆเดิม แต่วันนี้มีเพิ่มมาคือ ไข่เจียว  ซึ่งดูเหมือนไข่ตุ๋นคั่วน้ำมันมากกว่า ไข่เจียวที่นี่ เค้าจะใส่น้ำลงไปด้วย มันก็เลยออกมาเป็นแบบนี้

 

     
     

     
       

          ที่สะดุดตาก็คือป้ายลักษณะนี้ เห็นมีตลอดแนวถนน

 

     
           
       

          เวลาเที่ยงตรง ก็ได้เวลาไปเที่ยววัดป่าเจ นั่งรถผ่านโรงเรียน ได้เวลาโรงเรียนเลิกพอดี เลยสงสัยว่า โรงเรียนที่นี่ เลิกตอนเที่ยงหรือ

 

     
           
       

          เป็นชุมชนอีกแห่งในเมืองเชียงรุ้ง ที่นี่ บางที่เราคุยภาษาไทยบางคำรู้เรื่องด้วยนะ

 

     
           
       

          ถึงแล้ว วัดป่าเจ

 

     
           
       

          เดินเข้าไปก็เห็นศาลาหลังนี้อยู่ ที่เชียงรุ้งนี้เริ่มเห็นวัดของพุทธบ้างแล้ว และเป็นนิกายหินยานด้วย  ส่วนที่คุนหมิงนั้น แทบไม่เห็นเลย

 

     
           
       

          ศิลปแบบเชียงรุ้ง

 

     
           
       

          ด้านหลัง มีนักท่องเที่ยวน้อย เลยมีโอกาสตั้งกล้อง เก็บภาพมาฝาก

 

     
           
       

          ดอกลีลาวดี หล่นอยู่ เลยได้เป็นวัตถุดิบเสียเลย

 

     
           
       

          ...

 

     
           
       

          มุมข้างของอุโบสถวัด

 

     
           
       

          เดินเข้าไปข้างในอุโบสถ มีพระประธานอยู่   พระพุทธรูปนี้ศิลปะแบบบ้านเราชัดๆ ส่วนองค์ใหญ่สีขาวทางซ้ายมือนั้น เป็นหวายถักทั้งองค์

     
             
     

     
       

          น่าจะเป็นอาคารปริยัติธรรม แต่ตกแต่งประดับประดาสวยงามนัก

 

     
           
       

          เก็บมาสองดอกก็สามารถใช้เป็นเครื่องมือถ่ายภาพได้หลายภาพเชียว

 

     
           
       

          เห็นมั้ยๆ

 

     
           
       

          เห็นแล้วๆ...

 

     
           
       

          ด้านหน้าของอาคารปริยัติธรรมนี้

 

     
     

     
       

          น่าจะเป็นเจดีย์ อะไรสักอย่าง

 

     
     

     
       

          นี้ก็เช่นเดียวกัน ยังอยู่บริเวณวัดด้านหน้าวัด

 

     
     

     
       

          ข้ามสะพานนี้ไปก็จะเป็นสถานที่แสดงโชว์ต่างๆ

 

     
           
       

          มีการแสดงโชว์นกแก้ว

 

     
           
       

        .....

 

     
           
       

         ทราบว่าเวลา บ่ายโมงกว่าๆ จะมีรายการแสดงโชว์ด้วย จึงมานั่งพักรอกันอยู่บริเวณ นี้ หิวน้ำ ก็สั่ง มะพร้าวอ่อนมา ....ราคาลูกละ 80 บาทเอง จิ๊บๆ

 

     
           
       

          ช่วงนี้มีเวลา ก็ถ่ายดอกไม้ไปเรื่อย

 

     
           
       

.        .....

 

     
           
       

          ด้านหน้าเป็นอนุสาวรีย์ น่าจะเป็นเจ้าเมืองเก่าผู้สร้างเมืองเชียงรุ้ง

 

     
           
       

          ......

    

     
           
       

....

 

     
     

     
       

       มีหอแสดงประวัติเมืองเชียงรุ้งด้วย

 

     
           
       

          ด้านในหอ

 

     
           
       

          มีรูปแสดงอยู่

 

     
           
       

          ถึงเวลา แสดง  บ่ายสองโมง ก็เข้าไปนั่งดูด้วย

 

     
           
       

          ข้างในเป็นหอประชุมโล่ง อากาศร้อนมาก การแสดงเริ่มแล้ว ดูแต่ศิลปะการแสดงของเค้า ส่วนเนื้อเรื่อง และภาษา ฟังไม่รู้เรื่อง

 

     
           
       

        แต่ก็ดูจนจบ  ตอนจบก็มีการกล่าวขอบคุณด้วยก่อนจบ

 

     
     

     
       

         กลับออกมา ลองกล้องดูสักหน่อย

 

     
           
       

         ขณะกลับมา ยังมีเวลาเดินเล่นอยู่บ้าง เห็นท่อน้ำพ่นไอน้ำออกมาตลอดเส้นทาง

 

     
           
       

          สันิษฐานได้ว่า พ่นเพื่อดับความร้อน หรือไม่ก็ดับฝุ่นแน่ๆ

 

     
           
       

             จนได้เวลา เย็นนั้นเราก็เก็บข้าวของ วันนี้เราจะไปนอนกันที่เมืองล่า ซึ่งอยู่ห่างชายแดน จีน-ลาว เพียง 45 กม.เท่านั้น ที่เชียวรุ้งนี้เลยได้เที่ยวที่วัดป่าเจ ที่เดียว 

 

     
     

          เมืองเชียงรุ้ง อากาศและวัฒนธรรมใกล้เคียงกับเมืองไทยมาก แต่ภาษาที่ใช้ทางการก็ยังคงเป็นภาษาจีนอยู่ คนพื้นเมืองในแคว้นสิบสองปันนา ส่วนใหญ่เป็นไทยลื้อ ภาษาสื่อสาร ก็คล้ายๆภาษาลาว+ไทยเหนือ บางคำก็สื่อสารกันรู้เรื่องแต่น้อยมาก 

     
             
     

          เย็นวันนี้ (21 พ.ค.) เราต้องไปต่อแล้ว คราวนี้ ต่อโดยรถโดยสารประจำเมือง เชียงรุ้ง+เมืองล่า ระยะทางน่าจะประมาณ ร้อย กม.กว่าๆ