@ คุนหมิง - สือหลิน (อุทยานป่าหิน)

     
             
             
     

     
       

          จากต้าลี่ รถออก 3โมงเย็นกว่าๆ ถึงคุนหมิง ประมาณสัก3ทุ่มกว่าๆ ระยะทาง กว่า 400 กม. ใช้เวลาพอสมควร  ที่ต้าลี่นี้เองที่เป็นเมืองเป้าหมายการเที่ยวในครั้งนี้เมืองเดียว ที่เราไม่ได้ค้างแรมกันที่นี่ เพราะเวลากระชั้นชิดเข้ามา แต่ก็ได้เที่ยวชมความงามของ ต้าลี่กู่เฉิง จนหนำใจแล้ว

 

     
     

     
       

          ถึงคุนหมิงก็มืดแล้วเกือบสี่ทุ่ม รถมาจอดสถานีรถ เราตกงกันว่าพักกันใกล้ๆห้างโลสุวัน เพราะมีโปรแกรมไปที่นั่นด้วย  แต่เป้าหมายเราเช้าวันพรุ่งนี้ (19 พค.) คือสือหลิน หรืออุทยานป่าหิน อันลือชื่อ ได้ที่พัก ก็จัดการขนสัมภาระเข้าพัก กันเลย

 

     
           
       

          โรงแรมที่พัก จัดเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว  ค่าที่พักคืนละ 108 หยวน ตกประมาณ 500 บาท เพิ่งสร้างเสร็จ ตามรูปข้างบน 2 รูปแรกนั้น   พัดลมก็ยังไม่มี แอร์ก็ยังไม่มี  สีเพิ่งจะทาเสร็จใหม่ๆ เลยต้องเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ ทางโรงแรมจัดเครื่องป้องกันยุงระดับเดอลุกซ์ มาให้ ดูเอาเอง ....

 

     
           
       

          รุ่งขึ้นเช้า จัดการอาหารเช้าบะหมี่เช่นเคย เสร็จแล้ว ก็ออกเดินทางเที่ยวต่อกันเลย ที่ที่เราจะไปกันวันนี้คือ สือหลิน หรือ อุทยานสวนหิน ที่เลื่องลือชื่อ ว่ากันว่า ใครมาคุนหมิงแล้ว ไม่มาเที่ยวที่นี่ ก็เหมือนไม่ได้มาคุนหมิง  อย่าช้า ไปกับน...เล๊ย.....

 

     
           
               

          ก่อนอื่นต้องหารถก่อน แบบนี้ต้องเหมาเอาแล้ว เป็นรถตู้ฮุนได จุคนได้พอดีๆ 9 ที่นั่ง รถวิ่งออกนอกเมืองคุนหมิงมาประมาณ 1ชั่วโมง ก็ถึงแล้ว ที่นี่ไง

 

     
           
       

          เข้ามาบริเวณที่ทำการ เห็นกลุ่มสวนหินย่อยๆนี้ ตั้งตระหง่านอยู่ เหมือนเชื้อเชิญให้เข้ามาดู...แต่ ของจริงยังมี รอให้ยลโฉมอีก......ข้างใน

 

     
           
       

          มาถึงแล้ว เป็นธรรมเนียม ก็ต้องสำรวจ เข้าห้องน้ำกันก่อน ห้องน้ำที่นี่ สะอาด ทันสมัย  เพราะว่านักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันเยยอะมาก ไม่เฉพาะคนจีน แต่อย่างไรก็ตาม วันที่ไปเที่ยวกันนั้น มองๆดู นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็เป็นคนจีนนั่นแหละ ..... ประชากรเค้ามากจริงๆ มาเที่ยวกันวันละ 1 พันคน อีกไม่รู้อีกกี่ล้านปีจึงจะครบหมดทุกคน

 

     
           
       

          หน้าที่ทำการ เราต้องซื้อตั๋วเข้าชม ซื้อตั๋วรถรับส่งเข้าไปข้างในระยะทางสัก 3-4 กม. แล้วก็ต้องมีไก๊ดื พาเข้าชมข้างในอีก เพราะลำพังเดินดุ่ยๆเข้าไปชม ไปไม่ถูกแน่ พื้นที่อุทยานมีเป็นพันๆไร่  เบ็ดเสร็จแล้ว  ตกคนละ 200 หยวนเศษๆ พันกว่าบาท ก็บอกแล้วว่าค่าเข้าชม เข้าเที่ยวสถานที่แต่ละแห่งนั้น แพงหูฉี่ ... ชุดสีเหลืองนั้นเป็นไก๊ด์คอยนำเที่ยว

 

     
           
       

         นั่งรถเข้ามาภายในแล้ว นี่เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงหิน ไม่ได้แวะเข้าไปดูด้านใน

 

     
           
       

          มาลงเอาบริเวณลานกว้างนี้

 

     
           
       

     ช่วงนี้ ชมภาพที่เก็บมาจากบริเวณ อุทยานหินไปเรื่อย

 

     
           
       

          นี่เป็นสะพานก่อนเข้าไปสู่ป่าหินใหญ่

 

     
           
       

          ไกด์สาวที่นำเที่ยวนั้น แต่งตัวแบบชาวเขา ถามชื่อ เธอบอกว่า ให้เรียกว่า "อะซูมา" ซึ่งคงเป็นชื่อของสาวชาวเขาที่เป็นตำนานนิทานเรื่องหนึ่ง

 

     
           
       

          ...

 

     
           
       

          เดินมาถึงตรงนี้ มิสเตอร์จืดบอกขอถ่ายรูปคู่กับ"อะซูมา" หน่อย....จัดให้   ..... สาวอะซูมา จะสวมหมวกทุกคน ที่หมวกจะมีเขาอยู่ ถ้ามีเขาเดียว แสดงว่าโสด แต่หมั้นหมายแล้ว ถ้ามีสองเขา แสดงว่าโสดสนิท ถ้าบนหมวกไร้เขา แดงว่ามีสามีแล้ว  มิสเตอร์จืดบอกว่า อย่าเอามือไปแตะที่เขาเชียวหล่ะ เพราะจะ "เสียผี" ถ้าสาวเจ้าถูกใจ ก็ต้องแต่งงานกับสาวเจ้า ถ้าไม่ถูกใจ ต้องทำงานรับใช้จนกว่าสาวเจ้าจะพอใจเชียวหล่ะ

 

     
           
       

          ตอนนี้ถึงดง"หินใหญ่" แล้ว

 

     
     

     
       

          ทางเดินเข้า

 

     
           
       

          จุดนี้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยว หยุดถ่ายรูปกันมาก จุดหนึ่ง

 

     
           
       

          นี่ก็อีกที่หนึ่ง

 

     
     

     
       

          เป้าหมายเรา อยู่บนเก๋งจีน บนยอดโน้น

 

     
           
       

          ระหว่างเดินขึ้นก็เก็บภาพมาเรื่อย  ของจริงสวยงามกว่านี้เยอะ

 

     
           
       

          ที่ตรงนี้ อะซูมา บอกว่า เมื่อครั้งแผ่นดินไหว ยอดหินนี้หักลงมา และค้างอยู่อย่างนั้น

 

     
     

     
       

          ตามซอกหิน ก็จะทำทางเดิน เพื่อขึ้นไปเก๋งจีน

 

     
     

     
       

          เห็นอยู่ นั่นแหละครับ.....

 

     
           
       

           อีกมุมหนึ่ง

 

     
     

     
       

          ไฮไลท์ ของงาน ก็ต้องถ่ายกันหลายรูปหลายมุม

 

     
     

     
       

          นักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาวจีนนั่นแหละ

 

     
           
       

          ไม่น่นนัก เราก็ขึ้นมาสู่ศาลาเก๋งจีนที่เห็นตระหง่านอยู่เมื่อสักครู่

 

     
           
       

          มองไปเห็นทิวหินไกลลิบ ที่เห็นไกลๆนั้น ไม่ได้เดินเข้าไปเที่ยว เพราะเวลาจำกัดเช่นเดิม

 

     
           
       

          ทิวทัศน์มีหินเล็กหินใหญ่อย่างนี้ รายรอบอยู่

 

     
           
       

          เสียดายที่ไม่ได้เดินสำรวจให้หมดทุกมุม

 

     
           
       

          ถ่ายรูปจนหนำใจแล้ว ก็เดินลงมา ระหว่างเดินลงมา ผ่านลานหินนี้ ก็จะมีการแสดงโชว์พื้นเมือง เป็นการแสดงช็อตสั้นๆ ประมาณ 3-5 นาที

 

     
           
       

          มีสินค้าที่ระลึกตั้งบริการอยู่ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหินสารพัดรูปแบบ แต่ แว็บๆเห็นขลุ่ยน้ำเต้ากองอยู่ในถังโฟมด้วย

 

     
     

     
       

          ทางเดิน

 

     
           
       

          เดินลงมาอีกด้านหนึ่ง เห็นเก๋งจีน นี้ตั้งอยู่ริมสระน้ำ

 

     
           
       

          สะพานข้ามสระน้ำ ที่เห็นเบื้องหน้าคือ"ลานหินเล็ก"  อะซูมา บอกอย่างนั้น วิวตรงนี้สวย .

 

     
           
       

          รายรอบสระน้ำ ก็จะมีทิวทัศน์สวยงามแบบนี้แหละ

 

     
           
       

           ที่ลานหินเล็กนี้ เดินๆมา พิจารณาเห็นว่า สิ่งที่ขาดหายไปของสวนหินนี้คือ ไม้ดอก ไม้ประดับ ก็ในเมื่ออากาศก็ค่อนข้างเย็น ถ้าหาไม้ประดับเมืองหนาว ดอกไม้ที่มีสีสรรมาตกแต่งเพิ่ม คงจะสวยงามกว่านี้

 

     
           
       

             ลานหินเล็ก รอบๆสระน้ำ

 

     
           
       

          สวยงามแบบนี้แหละ

 

     
           
       

          เห็นมีไม้ประดับไม้ดอกอยู่ จุดนี้แหละ

 

     
           
       

          มุมนี้ ของจริงก็งดงามมาก

 

     
     

     
       

          เหมือนเดินอยู่ในฉากหนังจีน

 

     
           
       

          ตรงนี้น่าจะเป็นห้องน้ำ ไม่ได้เดินเข้าไปดู

 

     
           
       

         แต่วิวมันสวยงามจริงๆ

 

     
           
       

          เดินจนเมื่อย สุดท้าย ไกด์สาวก็พามาที่ร้านค้าใหญ่ ด้านในมีห้องดื่มชา เป็นห้องๆ แต่ละห้องก็มีคนปรุงชงชาให้ดื่ม กำลังเหนื่อยๆมา ได้ดื่มชาชิมฟรี รู้สึกมันชุ่มคอ ชื่นใจจริงๆ ....ร้อยทั้งร้อย ดื่มเสร็จก็จัดการซื้อมาคนละกระปุก 2 กระปุก ชาที่เจ้าหน้าที่ชงให้ดื่มนั้น มีหลายหลาก แต่มาสะดุดที่ชา 2 อย่าง อย่างแรก เรียกชา "กู่ซู่"  รสขม ใบใหญ่ เค้าบอกว่า 1 ก้าน ชงดื่มได้ 7 วัน ฉะนั้น 1กระปุก นี้สามารถชงดื่มได้ตลอดปี  อีกอย่างคือชา "กุ้ยฟ้า" ชานี้หอมมาก สอบถามราคาดู กระปุกละ 100หยวน 500 บาท  ก็เลยซื้อมาคนละ 2 กระป๋อง แบบสีเขียว กับ สีส้มนั่นแหละ

 

     
     

     
       

          นี่ไง อะซูมา

 

     
           
       

          เดินมาเรื่อย

 

     
           
       

          พิทูเนีย

 

     
           
       

          เดินออกมาด้านนอกแล้ว ไกด์สาวก็แนะนำร้านอาหารให้ เพลพอดี  ส่วนตรงนี้เป็นสถานที่กำลังก่อสร้าง น่าจะเป็นโรงแรมที่พัก อีกหน่อยใครมาที่ยวก็พักที่นี่ได้เลย

 

     
           
     

         

          ใครอ่านออกช่วยด้วย

 

     
     

          บทสรุปสวนหินก็คือ  ที่นี่เป็นไฮไลท์ของคุนหมิง ถ้ามาคุนหมิงแล้ว ไม่ควรพลาดที่จะมาเที่ยวที่นี่ ระยะทางห่างจากคุนหมิงประมาณ 60 กม. ค่าเข้าเที่ยว แพง สำหรับนักท่องเที่ยว หัวละ 1000 บาทโดยประมาณ แต่ก็คุ้มค่ากับการได้ยลความงาม  แต่ถ้ามากับทัวร์ ราคาอาจจะถูกกว่านี้  ห้องน้ำสะอาด  และควรมีเวลามากๆ เพื่อจะได้เดินสำรวจให้เต็มอิ่ม  

     
             
     

          วันนี้ เราเที่ยวได้แค่สวนหิน แล้วก็กลับมาพักผ่อนกัน  พรุ่งนี้ ยังมีโปรแกรมอีก