บทที่6 @ !!! ....ต้าลี่......ถิ่นกำเหนิด .....แปดเทพอสูรมังกรฟ้า

 

     
                    

                  เช้าวันที่ 18 พ.ค. หลังอาหารเช้า โจ๊กร้อนๆที่แม็คโดนัลแล้ว  เราก็เก็บสัมภาระ เตรียมออกเดินทางกันต่อ  เป้าหมายต่อไปเราคือเมืองต้าลี่ ที่อยู่ไม่ห่างไกลจากเมืองลี่เจียงนัก เราตกลงกันว่าจะเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง   เป็นรถทัวร์ขนาดกลาง นั่งสบายๆ ไม่ทรมานเหมือนรถนอนแล้ว ถ้าเป็นระยะทางสั้นๆก็นั่งรถประจำทางหรือเหมารถเอาอย่างนี้ แต่เป็นทางยาว ก็จะตีตั๋วรถนอนกันเลย   

 

     
           
               

          ต้าลี่  เป็นเมืองโบราณมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เดิมคืออาณาจักรน่านเจ้า ต่อมายุคกุบไลข่าน เปลี่ยนเป็นอาณาจักรตาลีฟู  ชื่อคุ้นๆหูทั้งนั้น และมาอยู่ภายใต้การปกครองของจีน เป็นเมืองเมืองตาลี่ ในปัจจุบัน  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อแห่งหนึ่งของมณฑลยูนนาน
          ต้าลี่ เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชนชาติไป๋ เป็นหนึ่งในจำนวนชนชาติที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในมณฑลยูนนาน ซึ่งมีมากถึง 16 ชนเผ่า สภาพอากาศเย็นสบายอุณหภูมิระหว่าง 15-20 องศา ฤดูหนาวอาจหนาวอาจลดลงในระดับ 5 องศา ปัจจุบันได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 10 ของจีนที่เป็นเมืองน่าอยู่  

          ภูมิประเทศ ต้าลี่ ทิศตะวันตกจรดเทือกเขา “ชางซาน” ที่มี ความยาว 50 กม. และสูงจากระดับน้ำทะเล 1,972 เมตร มียอดหม่าหลงเฟิงสูงที่สุด 4,220 เมตร มีหิมะปกคลุมเกาะยอดขาวตลอดทั้งปี ตลอดแนวภูเขาสูงตั้งทมึน  ทือกเขาสูงชางซานนี้ เป็นแหล่งต้นน้ำที่ไหลมาหล่อเลี้ยงชาวเมืองต้าลี่ให้อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญ เพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี น้ำจากภูเขาทั้งหมดไหลลงสู่ทะเลสาบเอ๋อไห่ ทะเลสาบนี้อยู่ใจกลางเมือง กว้างใหญ่ไพศาล มีลักษณะเป็นแนวยาวเหมือนใบหู ยาวกว่า 40 กม. ะเลสาบแห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งน้ำต้นกำเนิดแม่น้ำโขง     

      สำหรับกำแพงเมืองนี้เป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญ นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาชมความงามและประวัติศาสตร์ของเมืองนี้กัน กลางคืนก็จะมีการเประดับไฟสวยงามตระการตา แต่พวกเราคงมีโอกาสที่จะได้ยลโฉมเฉพาะกลางวัน เพราะเย็นนี้ เราต้องเดินทางต่อไปยังคุนหมิง  ที่บริเวณกำแพงเมืองนี้ มีโรงแรม ภัตตาคาร และร้านค้าของที่ระลึกต่างๆ มากมาย    นอกจากกำแพงและเมืองเก่าแล้ว ไม่ไกลกันนัก เป็ที่ตั้งของวัด “ฉงเซิง” มีรูปทรงเจดีย์เหลี่ยม 3 องค์ เจดีย์องค์ประธาน มีลักษณะสี่เหลี่ยม ชื่อ “เชียนหลินถ่า” สูง 70 เมตร มี 16 ชั้น เห็นเค้าบอกว่าที่นี่เป็นที่ตั้งของโรงถ่ายภาพยนตร์เรื่อง 8 เทพอสูรมังกรฟ้า ที่ด้านนอกเขาสร้างป็นประตูเมืองขนาดใหญ่ มีกำแพง และภายในมีสิ่งก่อสร้างอาคารบ้านเรือนจีนโบราณแบบต่างๆ พระราชวัง ใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์

      

     
           
       

                 สายแล้ว ออกจาก ลี่เจียง รถวิ่งมาเรื่อย มาหยุดพักกลางทางให้ผู้โดยสารพักเข้าห้องน้ำ  ลงไปซื้อข้าวโพดต้ม และไส้กรอกมาเป็นอาหารกลางวัน  นั่งมาไม่นานนัก   ก็เข้าเขตเมืองต้าลี่   รถทัวร์วิ่งผ่านลานกว้าง บริเวณหน้าวัดฉงเซินก่อนเข้าสู่ เมืองต้าลี่ กู้เฉิง เราลงรถกันที่นี่  จัดการเก็บภาพไปเรื่อย  เสียดายที่เวลาไม่พอเพื่อไปเที่ยวชมวัดฉงเซิน ซึ่งดูจากภายนอกสวยงามมาก และทราบมาว่า มีการแสดงโชว์ด้วยที่วัดนี้

 

     
           
       

          นี้เป็นบริเวณหน้าวัด เป็นศิลปะแบบเก่าผสมผสานกับสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ตั้งตระหง่านสวยงามจริงๆ

 

     
           
       

          ระหว่างรอรถเพื่อพาไปเที่ยว เมืองเก่าต้าลี่(กู่เฉิง) ก็เก็บภาพไปเรื่อย

 

     
           
       

          ชมภาพไปเรื่อยๆก่อน

 

     
           
       

         เมืองจีนก็มี ตุ๊กๆ ที่ไหนๆก็มีตุ๊กๆ

 

     
           
       

          ลองใช้โหมดอาร์ต ในกล้องดูบ้าง ออกมาเป็นแบบนี้  ภาพนี้ใช้ฟังชั่นในกล้องถ่าย ไม่ได้ตกแต่งแต่อย่างใด

 

     
           
       

          เก็บภาพไปเรื่อย สักพัก มิสเตอร์จืด ล่ามจำเป็นก็มาบอกว่า ให้เราเอาของสัมภาระต่างๆไปเก็บไว้ที่แห่งหนึ่ง แล้วเราจะไปเที่ยว ต้าลี่กู่เฉิง(เมืองเก่าต้าลี่) กัน รถพาเราเข้ามาในเขตเมือง เอาข้าวของฝากไว้แล้ว ก็ออกมาเดินกันเพื่อไปชม ต้าลี่กู่เฉิง

 

     
           
       

          เส้นทางเดินถนนสายนี้ ร้านรวงเกือบทั้งหมดเป็นร้านที่ทำผลิตภัณฑ์จากหิน มีสินค้าสารพัดรูปแบบ ที่เห็นอยู่ในกรอบนั้น ไม่ใช่ภาพวาด แต่เป็นหินที่นำมาเจียรนัย ขัด จนลวดลายของหินออกมาเป็นปานประหนึ่งศิลปินจรดปลายภู่กันบนภาพเขียน

 

     
           
                

         เมืองต้าลี่ นี้  ได้ชื่อว่ามีหินอ่อนลวดลายธรรมชาติสวยงาม  เมื่อนำมาขัดเจียรนัยแล้ว ดูเหมือนภาพวาดจากฝีมือของจิตรกรพู่กันจีน เป็นรูปภูเขาบ้าง เป็นรูปต้นไม่ลำธาร  รูปป่าเขาลำเนาไพร หรืออะไรก็ได้ตามแต่จินตนาการของเรา แต่สวยงามจริงๆ สินค้า ผลิตภัฑฑ์ที่เขาผลิตออกมาก็มีหลายหลากรูปแบบ  แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องประดับเรือนเสียมากกว่า

 

     
           
       

           เดินมาสักพัก หลุดจากหมู่บ้านหินสวย เห็นกำแพงนี้สะดุดตาอยู่ 

 

     
     

     
       

          ถังขยะในเมืองจะมีลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละที่แต่ละถิ่น

 

     
           
       

          ก่อนจะถึงกำแพงเมือง และกู่เฉิง  ที่สามแยกนี้ ก็มีศาลาตั้งตระหง่านบนกำแพงอยู่

 

     
           
       

          ด้านหน้าของอาคารนี้คือซุ้มประตูเพื่อเข้าเขตเมืองเก่าแล้ว มีซุ้มประตูแบบนี้เป็นชั้นๆ ข้างในอีก2- 3 ชั้นนี่แหละ

 

     
           
       

          เริ่มเข้ามาด้านในแล้ว

 

     
           
       

           ด้านใน ผู้คนพลุกพล่านจริงๆ สังเกตุ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวจีน อันนี้จากหน้าตาผิวพรรณเอง

 

     
           
               

          ด้านใน ผู้คนเริ่มหนาแน่น ร้านขายของ ที่ระลึกตลอดทาง

 

     
           
       

          ที่ซุ้มนี้ เห็นหุ่นเคลื่อนไหวนี้ ยืนตระหง่านอยู่  เลยชักมาเสียภาพนึง

 

     
           
       

          ในตลาดนอกจากของที่ระลึกเป็นส่วนใหญ่แล้ว ยังเห็นมีผักมาวางจำหน่ายด้วย

 

     
           
       

          ต้นไม้แปลกๆ ลูกกลมทางซ้ายมือ ไม่แน่ใจจะเป็นอันเดียวกับที่บ้านเราเรียกว่า"กลิ้งกลางดง" รึเปล่า

 

     
           
       

          หลิวลู่ลม   คนเยอะมากจริงๆ

 

     
             
           
       

          เดินๆมา ได้ยินเสียงเพลงขลุ่ยขับขานไพเราะแว่วๆมา เดินแวะเข้ามาดูสักหน่อย     อ้อ...ที่มาคือเครื่องคนตรีนี้นี่เอว ลองสอบถาม มิสเตอร์จืด ดู  มิสเตอร์จืดบอก   " เค้าเรียกขลุ่ยน้ำเต้าครับ หรือขลุ่ยสิบสองปันนา " กลับมาเมืองไทย รีบลองเสริชหายูทูปดูทันที ลองๆฟังกันดูนะ

           คลิกดูเลย   http://www.youtube.com/watch?v=qMX6zsfGLOg

 

     
           
       

          ตอนนี้ผู้คนขวักไขว่มากขึ้น จะเดินกลับก็ไม่ได้เสียแล้ว เพราะจำทางไม่ได้ เลยต้องเกาะกลุ่มไปกับเขาด้วย อีกอย่างเป้าหมาคือกำแพงเมืองนั้นก็ยังไม่ถึงเลย ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ไปต่อดีกว่า  ...เดินๆมาเห็นอาซิ้มคนนี้นั่งปิ้งอะไรขายอยู่  ไม่กล้าพิจารณานาน กดรูปเสร็จก็เดินออกมาเลย จนป่านนี้ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร

 

     
           
       

          เห็นหลิว แล้วใจมันลู่ไปตามหลิวตลอด ต้นหลิวจริงๆนะ อย่าไปคิดว่าเป็นหลิวอื่น

 

     
           
       

          ร้านนี้ขายเครื่องเงิน ทั้งกำไลเงิน รวมทั้งเครื่องประดับอื่นๆ หยก ฯ แต่ที่ตั้งเด่นอยู่หน้าร้านกลับเป็นบ้องบุหรี่ มีหลายแบบหลายขนาด บ้องบุหรี่นี้เป็นที่นิยมของชาวจีนอยู่พอสมควร  เห็นในเมืองใหญ่ๆเช่นคุนหมิงก็มีวางขายอยู่หลายร้าน  ...บางที่เห็นรถเก๋งวิ่งมาจอดริมทางสักพักคนขับก็หยิบบ้องขึ้นมาอัด มองเผินๆนึกว่ากำลังสูบกัญชาอยู่

 

     
           
       

          ข้างหน้าที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่นี้ ก็เป็นอีกซุ้มประตูหนึ่ง

 

     
           
       

          ชมตลาดไปก่อนนะ

 

     
           
       

          ร้านนี้อยู่ในซอกเล็กๆ  ศิลปะสีสวยงามสะดุดตา

 

     
     

     
       

          และที่สุดเราก็มาถึงกำแพงเมืองชั้นนอก

 

     
           
               

          หน้าซุ้มประตู มีเทพ 2 องค์นี้ยืนอยู่ขอเรียกว่า"เทพเงิน" กับ "เทพทอง" ก็แล้วกัน

 

     
           
       

          ถึงกำแพงเมือง แล้ว เดินขึ้นมาชมข้างบนเสียก่อน ....โอ้โฮ ...ทิวทัศน์สวยงามจริงๆ ....โดยเฉพาะฉากหลังที่เป็นเทือกเขา ตอนมาถึงนั้น แสงอาทิตย์กำลังสาดใส่แนวเขาตัดผ่านเมฆ ทำให้เห็นเป็นลำแสงสวยงามจริงๆ เป็นครั้งที่2ที่รู้สึกโชคดีที่มาถูกจังหวะเวลาจริงๆ ครั้งแรกก็ตอนขึ้นเขาพระจันทร์สีน้ำเงินได้สัมผัสหิมะกำลังโปรยปรายนั้นไง

 

     
           
       

          ซุ้มประตูด้านหน้าทางเข้า

 

     
           
       

           ประดับประดาด้วยดอกไม้สีสรรงดงาม

 

     
           
       

         เห็นมั้ยๆ

 

     
           
       

          กำแพงเมืองนี้  เป็นคนละส่วนกับกำแพงใหญ่เมืองจีน 

 

     
           
       

          ด้านบนกำแพงเมืองในทิศตรงกันข้ามกับเทือกเขา

 

     
           
       

          แสงอาทิตย์สาดส่องลอดช่องเมฆออกมาเป็นลำแสงสวยงาม

 

     
           
       

           ... หลังจากชมความงามของต้าลี่กู่เฉิงแล้ว ได้เวลา 3 โมงเย็น เราก็เดินทางกันต่อ คราวนี้เป้าหมายเราคือเมืองคุนหมิง ปรึกษากันแล้วว่า จะค้างที่คุนหมิง 2 คืน และที่เชียงรุ้ง 1 คืน  ส่วนที่ต้าลี่นี้ เราจะไม่ค้างคืนกันที่นี่ ดังนั้นเย็นวันนั้น เราก็นั่งรถต่อไปยังคุนหมิง ระยะทางระหว่างคุนหมิง-ต้าลี่ ประมาณ 400 กม.

    ข้อมูลของเมืองต้าลี่ จากวิกิพีเดีย น่าสนใจมากลองอ่านดู

    http://th.wikipedia.org/wiki/ต้าหลี่

 

     
           
       

       นั่งรถมา ก็นานพอสมควร 2 ทุ่มแล้ว ใกล้คุนหมิงเข้ามาทุกที นี่ถ่ายประมาณ2 ทุ่ม ถ้าเป็นบ้านเรา ก็มืดมองไม่เห็นอะไรแล้ว แต่ 2 ทุ่มที่นี่ ยังสว่างอย่างนี้  

 

     
           
       

          ประมาณ 3 ทุ่ม เราก็บรรลุถึงเมืองคุนหมิง คืนนี้เราจะพักกันที่นี่แหละ