![]() |
||||||
|
บทที่ 5 @....ลาก่อน แชงกรีล่า !!! ...สวัสดี ลี่เจียง
|
||||||
|
|
||||||
|
จริงๆแล้ว ยังเที่ยวในเมืองแชงกรีล่าไม่หนำใจเลย แต่ด้วยเวลาจำกัด เราจึงต้องออกเดินทางต่อ .........กลับจากวัดธิเบต ซงจ้านหลิน มาถึงที่พัก เก็บข้าวของสัมภาระ เตรียมตัวเดินทางต่อ มื้อเพล เราคงไปหาอะไรใส่ท้องกันระหว่างทาง เพราะเหมารถ ระยะทางแชงกรีล่า - ลี่เจียง ประมาณ 200 กม. กว่าๆ จึงไม่รีบเร่งนัก แวะพักกลางทางไปเรื่อย เจอจุดพักชมวิวก็พัก
|
||||||
|
|
||||||
| ระหว่างทาง ต้องมาเปลี่ยนรถกลางทาง เนื่องจากรถโดยการรับจ้าง ที่วิ่งมาจากเมืองแชงกรีล่านั้นวิ่งข้ามเขตเข้าเมืองลี่เจียงไม่ได้
|
||||||
|
|
||||||
|
แวะหาอาหารใส่ท้องก่อนดีกว่า มีเห็ดหูหนูผัดน้ำมันหอย เนื้อปลาคลุกสมุนไพรทอด ปลาต้มชาม เอ้อ ต้องเรียกว่ากาละมังเบ้อเริ่ม ข้าวโพดผัด หมูผัดพริกหยวก(ที่เป็นอาหารประจำไปแล้ว) ปลาต้มนี้ มองเผินๆเหมือนต้มยำ แต่จริงๆแล้ว เขาใส่เครื่องแกงคล้ายแกงเผ็ดมากกว่า ใส่เครื่องยาจีน รสชาด บอกไม่ถูก รู้แต่ว่าเทียบกับต้มยำบ้านเราไม่ได้ ส่วนปลาคลุกสมุนไพรทอดนั้น ไม่รู้คลุกสมุนไพรอะไร แต่ไม่ถูกปากคนไทยแน่ๆ ดังนั้นจึงมีแต่เพียงหมูผัดพริกหยวกเท่านั้นที่ดูมีรสชาดแบบไทยๆ ส่วนไข่เจียวที่นี่ มันจะใส่น้ำลงไปด้วย แทนที่จะเป็นไข่เจียว ก็เป็นไข่ตุ๋นคั่วน้ำมันไปซะนี่
|
||||||
|
|
||||||
|
ระหว่างทาง ผ่านดงที่ปลูกสตอร์เบอรรี่ ถ้าไม่แวะซื้อก็จะมีความผิดมหันต์แน่ๆ ข้อหามาถึงถิ่นแล้วทำเมิน ลองลงไปไถ่ถามดู ตระกร้าที่วางอยู่นั้น ตระกร้าละ 20 หยวน 2 ตระกร้าก็แทบจะเต็มถุงแล้ว ถ้าเป็นถนนสายเชียงใหม๋ คงอยู่ที่ 200-300 บาทแถมใต้ตระกร้านั้นเป็นใบล้วนๆอีกต่างหาก ....แต่นี่ ลูกสตอร์เบอรรี่ ล้วนๆ ขนาดแต่ละลูก ก็ใหญ่มาก ขนาดประมาณลูกพุทราใหญ่ๆ ..... ซื้อมา 2 ตระกร้า 200 บาท โอ้โห พอใส่ถุงแล้ว มันเยอะแยะจริงๆ .....
|
||||||
|
|
||||||
|
รถคันนี้ แบบนี้ เห็นได้ทั่วไป ขนส่งสินค้าในท้องถิ่น แต่รถปิ๊คอัพ แบบบ้านเรา ตั้งแต่คุนหมิงขึ้นมาถึงแชงกรีล่า เกือบไม่มีให้เห็นเลย เคยเห็นอยู่คันหนึ่งแต่ก็เป็นปิ๊คอัพรุ่นเก่าแล้ว อีซูซุแค็ป วีโก้สี่ประตู อย่ามองหาเลย
|
||||||
|
|
||||||
|
อิ่มอาหาร อิ่มสตอร์เบอร์รี่กันแล้ว ก็เดินทางต่อ ตอนนี้เปลี่ยนรถคันใหม่แล้ว คนขับเป็นผู้หญิง มันคุยกับไกด์ของเรามาตลอดทางเหมือนบนรถคันนี้มีอยู่แค่ 2 คน จะหยุดคุยตอนมีโทรศัพท์เข้าเท่านั้น แต่ดีอย่าง พอถึงสถานที่จุดชมวิว ก็จะถาม(ผ่านล่าม)ว่า จะแวะชมวิวถ่ายรูปกันมั้ย ต้องรีบตอบไปทันที " โอ เค....... กู๊ด ไอเดีย " เลยได้ภาพมาให้ชมกันอีก
|
||||||
|
|
||||||
|
ที่นี่เราเห็นจามรี สีขาว ขนงามตัวหนึ่ง เจ้าของเอามาไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปคู่กับมัน สนนราคา รูปละ ประมาณ 20 หยวน
|
||||||
|
|
||||||
|
เห็นกันชัดๆ ถนน จากเมืองแชงกรีล่า ไปเมืองลี่เจียง ถ้าหลุดไปก็เหวสูง
|
||||||
|
|
||||||
|
อีกสักรูป ขึ้นเขา ลงห้วย เป็นแบบนี้ไประยะทางหลายกิโลเมตร แต่ถ้าเป็นช่วง ต้าลี่ - คุนหมิง - เชียงรุ้ง ถนนจะไม่ตัดโค้งเว้าตามหุบเขา จะตัดทางด่วน ตัดตรงตลอด ที่เป็นเขา มันก็เจาะอุโมงค์ ที่เป็นหุบเขา ก็สร้างสร้าพานสูงลิบ ข้ามหุบเขา อุโมงค์ ยาวที่สุดเท่าที่เห็น ก็ 4 กม.กว่าๆ
|
||||||
|
|
||||||
|
ไม่นานนัก ก็ถึงแล้ว เมืองลี่เจียง ลี่เจียง เป็นเขตการปกครองที่ประกอบด้วยส่วนที่เป็นเขตเมืองและเขตชนบททางตะวันตกเฉียงเหนือ ของมณฑลยูนนาน มีประชากรราว 1,100,000 คน มีย่านเมืองเก่าลี่เจียงที่มีชื่อเสียงมาก ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า เมืองเก่าต้าเหยียน (Dayan old town) ลี่เจียง อยู่ห่างจากต้าหลี่ 160 กิโลเมตร มีความสูง 2,400 เมตร จากระดับน้ำทะเล ตัวเมืองตั้งอยู่เชิงเขาอวี้หลง รอยต่อที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบตทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ กับที่ราบสูงยูนนาน-กุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงเหนือ เชื่อมกับที่ราบริมฝั่งแม่น้ำจินซาเจียง ทำให้มีความแตกต่างทางด้านภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่เขตภูเขาสูง ธารน้ำแข็ง ที่ราบระหว่างภูเขา หุบโตรกผาอันสูงชัน และที่ราบขั้นบันได มีความแตกต่างในเรื่องของความสูงของภูมิประเทศ ประมาณ 4,545 เมตร จุดสูงสุดอยู่ที่ 5,596 เมตร จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,051 เมตร จากระดับน้ำทะเล ด้วยลักษณะความแตกต่างของภูมิประเทศนี้จึงทำให้ลี่เจียงมีความหลากหลายทาง ธรรมชาติ แบ่งออกเป็นสองเขต โดยมีเขาสิงโตเป็นเส้นแบ่งเขต เมืองใหม่ลี่เจียง ได้ก่อตั้งขึ้นในทศวรรษ 1950 เป็นเมืองสมัยใหม่ ตึกกรุกระจกสีชา มุงหลังด้วยกระเบื้องสีทึมๆ ส่วนเขตเมืองเก่าลี่เจียง เป็นสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากเขตเมืองใหม่โดยสิ้นเชิง เคยเป็นที่พักกองคาราวานระหว่างไปทิเบต ในปี 1253 กุบไลข่านได้เดินทัพผ่านมาและได้ตั้งชื่อว่า “ลี่เจียง (แม่น้ำสวย)” พร้อมกับนำดนตรีของจีนมาเผยแพร่ให้เผ่านาซี ในยุคราชวงศ์หมิงจึงเป็นยุคทองทางวัฒนธรรมของลี่เจียง เมื่อตระกูลมู่นำพุทธศาสนาแบบทิเบตเข้ามาและได้สร้างวัดขึ้นบนเขาหลายแห่ง แต่ลี่เจียงที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจและอยากมาคือเมืองเก่าลี่เจียง (ต้าเอี้ยน ที่แปลว่า หินฝนหมึก) เพราะเวลามองจากบนเขาจะเป็นหลังคาสีเดียวกับหินชนวน ชนพื้นเมืองของเมืองลี่เจียงคือเผ่านาซี ที่แยกย่อยมาจากเผ่าเชียงในทิเบต ยกย่องสตรีเป็นใหญ่ สตรีมีบทบาทสำคัญในทุกภาคส่วน ทั้งการค้า การถือครองที่ดินและการเลี้ยงดูบุตร ส่วนผู้ชายจะมีหน้าที่ทำสวน เลี้ยงม้า และเล่นดนตรี ชาวเผ่านาซีจะนับถือพ่อมดหมอผีแบบทิเบต มีภาษาเขียนเป็นของตนเอง รวมถึงศิลปะการดนตรีอีกด้วย (ข้อมูล ลอกเค้ามาท้างน้าน) มา...ไปเที่ยวกันต่อดีกว่า
|
||||||
|
|
||||||
|
ขอลอกมาอีกนิดนึง แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเมืองลี่เจียง ภูเขาหิมะมังกรหยก หรือ อวี้หลงเสวี่ยซาน ประกอบ ด้วยยอดเขา 13 ยอด เป็นสัญลักษณ์ของเมืองลี่เจียง ยอดเขาที่สูงที่สุดสูงถึง 5,600 เมตร จากระดับน้ำทะเล และมีคนปีนขึ้นไปครั้งแรกเมื่อปี 1963 เมืองเก่าลี่เจียง ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ. 1997 ก่อตั้งขึ้นในปลายราชวงศ์ซ่งใต้ ต้นราชวงศ์หยวน ที่ชาวมองโกลได้ขยายอาณาเขตเข้ามาปกครองจีน (ในช่วงราวปี ค.ศ.1180-1250) ผู้ปกครองเดิมถู่ซือ ได้ย้ายจากเมืองเก่าที่ไป๋ซา มาเนินเขาสิงโตและได้สร้างเมืองใหม่ที่เรียกว่า “ต้าเย่อฉั่ง” จัตุรัสอวี้เหอ (อวี้เห อก๋วงฉ่าง) อยู่ตอนบนของเขตเมืองเก่า มีระหัดวิดน้ำอันใหญ่ตั้งอยู่กลางลาน มีลายมือของประธานาธิบดีเจียงเจ๋อหมินว่า “เมืองเก่าลี่เจียง มรดกโลกทางวัฒนธรรม” คฤหาสน์ตระกูลมู่ (มู่ฝู่) เป็นคฤหาสน์แบบหมิง สร้างเพื่อรำลึกถึงตระกูลมู่ที่เป็นตระกูลเจ้าเมืองผู้ปกครองลี่เจียงในสมัย หยวน หมิงและชิง ตั้งแต่ปี 1254-1723 ลักษณะเป็นตึกขนาดใหญ่หกหลัง มีกำแพงล้อมรอบ สร้างหลังแผ่นดินไหวในปี 1996 โดยได้รับเงินช่วยเหลือจากธนาคารโลก มีจุดเด่นอยู่ที่ประตูทางเข้าที่สร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ กว้าง 9 เมตร สูง 18 เมตร สลักคำจารึกไว้ 2 คำว่า “จงอี้ (ซื่อสัตย์ คุณธรรม)” สถาปัตยกรรมเลียนแบบพระราชวังเก่าโบราณกู่กงที่กรุงปักกิ่ง
หู่เที่ยวเสีย / โตรกธารเสือเผ่น แม่ น้ำจินซา (ต้นน้ำฉางเจียง)
โถมแทรกกลางระกว่างเขาอวี้หลงกับเขาฮาปา เกิดเป็นโตรกยาว 4,000 เมตร
หู่เที่ยวได้มาจากตำนานที่ว่า
มีเสือตัวหนึ่งกระโดดข้ามโตรกธารแคบๆหนีนายพรานไปได้
จุดนี้ง่ายที่สุดอยู่ที่เฉียวโถว ห่างจากลี่เจียง 100 กิโลเมตร
เป็นจุดรวมแม่น้ำเสี่ยวจงเตี้ยนบรรจบกับแม่น้ำจินซา
อีกตำนานจะเป็นเรื่องราวของการหนีการแต่งงานของหญิงสาว สือกู่ ออกจากลี่เจียงไปทางตะวันตก 40 กิโลเมตร สือกู่หรือ กลองหิน ที่เป็นแท่งหินอ่อนทรงกระบอกจารึกเรื่องราวทัพน่าซีกับฮั่นช่วยกันขับไล่กอง ทัพทิเบตในปี 1548 ที่น่าสนใจในสือกู่ คือ สะพานแขวนที่ สร้างในสมัยชิง ยาว 50 เมตร สร้างเพื่อข้ามแม่น้ำชงเจียงเหอที่ไหลไปรวมกับแม่น้ำจินซา เมื่อครั้งกองคาราวานค้าช้าได้เดินทางมาชมโค้งแรกของแม่น้ำจินซา วกไปทางซ้ายแล้วโค้งแบบหักศอกตีไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 120 กิโลเมตร ก่อนวกลงใต้กลายเป็นบ่วงยักษ์ล้อมลี่เจียงไว้ จากนั้นค่อยวกไปทางเหนือไหลออกทางทะเลจีนตะวันออก สองฝั่งสะพานมีซุ้มประตูหลังคาทรงจีน เขียนชื่อสะพานว่า “เถี่ยหงเฉียว” แปลว่า “สะพานเหล็กข้ามสายรุ้ง” ลอกมาซะยืดยาว แต่แทบไม่ได้ไปไหนเลย ที่ลี่เจียงเราขลุกแต่ที่เมืองเก่าลี่เจียง
|
||||||
|
|
||||||
|
เคยฟังแต่เพลง เคยอ่านแต่บทกวี กล่าวถึงความงดงามของหลิวลู่ลม ได้มาเจอของจริงก็คราวนี้เอง .....ตอนเย็นวันนั้น เราก็มาถึงลี่เจียง ยังมีเวลาเที่ยวอีกเยอะ 2 ทุ่ม ที่นี่ยังสว่างโร่ จุดแรกที่เรามาแวะคือ ภูเขาหิมะมังกรหยก แต่ไม่ได้เข้าไปข้างใน เพียงแต่เวียนๆดูรอบๆ มองเห็นจุดนี้ ทิวทัศน์สวยงาม ต้นหลิวริมสองฝั่งคลองแผ่ใบปกคลุม ลู่ลงมาจรดผิวน้ำ มีความงดงามมาก ทำให้นึกถึงศิลปินที่บรรจงจรดปลายภู่กันลงบนภาพวาด ปลายภู่กันพริ้วไป เหมือนหลิวที่ลู่ลงและไหวตามลม มองอีกมุมก็เหมือนฉากหนังจีน มิปรานเปรียบ ... ....เซียวเล่งนึ๊ง กับ เอี๊ยะก้วย มาฝึกวิทยายุทธ ที่นี่บ้างหรือเปล่าหนอ ..ตอนนี้จินตนาการชักล่องลอยไปไกลแล้ว..........กลับมาดีกว่า มุมนี้สวยจริงๆ ถ่ายรูปออกมาได้แค่นี้ แต่ของจริงนั้น สุดจะบรรยาย
|
||||||
|
|
||||||
|
เดินชมรอบๆหุบเขาหิมะมังกรหยกอยู่สักพัก รถที่เหมามาโดยสารถีขี้เม๊าส์ ก็พาเรามาส่งที่พัก ถึงตอนนี้ เจ๊แกก็ยังเม๊าส์ไม่หยุด แต่มีคนฟังออกอยู่คนเดียว คือ มิสเตอร์จืด
|
||||||
|
|
||||||
|
ติดต่อที่พักเรียบร้อย ดีหน่อย ที่นี่มี "ไวไฟ " ให้ใช้ เป็นครั้งแรกที่มาเมืองจีน ที่จะได้ติดต่อกลับมาเมืองไทย แต่ ...แต่....ขอโทษทีครับ ถึงจะใช้งาน "ไวไฟ" ได้ แต่เฟสบุ๊คไม่สามารถใช้การได้ เนื่องจากในประเทศจีน มันบล็อค เฟสบุ๊คไม่ให้ประชาชนใช้ นอกจากเฟสบุ๊คแล้วยังยูทูปอีกด้วย .....ลอง "ไลน์" ดูหน่อยซิ.... อ๊ะ ใช้ได้ ค่อยยังชั่วหน่อย....จัดการส่งไลน์ให้เพื่อนสนิทมิตรสหาย .........ให้รู้ว่า " ถึงจะตกระกำลำบาก ก็ยังมีชีวิตอยู่นะ " แต่อันที่จริงไม่ลำบากหรอกนะ สนุกตะหาก
|
||||||
|
|
||||||
|
เก็บข้าวของ อาบน้ำอาบท่า (สำนวนไทย จริงๆแล้วไม่รู้จะไปอาบมันทำไม "ท่า" หน่ะ) เสร็จสรรพ ก็พากันออกมาเดินนวยนาดชมความงามของเมืองเก่า 6 โมงเย็นแล้ว ยังสว่างโร่
|
||||||
|
|
||||||
|
เดินออกมาหน่อย เอ๊ะคนชักเยอะ ผู้คนพลุกพล่านไปหมด นักท่องเที่ยวเท่าที่เห็น เป็นคนจีนเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะหนุ่มๆสาวๆวัยรุ่น มากันเป็นกลุ่มก็มี มากันเป็นคู่ก็เยอะ เดินได้สักพักชักเขินๆ เพราะคนมาก เลยเดินหลบๆ ยึดตำราที่ว่า "ตีอ้อมเข้าหา ดีกว่าผวาเข้าใส่ "
|
||||||
|
|
||||||
|
แต่ว่า จะตีอ้อม หรือผวาเข้าใส่ มุมไหนๆ คนก็แน่นไปหมด
|
||||||
|
|
||||||
|
สุดท้ายก็เลยเดินเลี่ยงๆ มาด้านหลัง ด้านหลังนี้เป็นเมืองใหม่แล้ว ความเจริญก้าวหน้ามีพร้อมสรรพ
|
||||||
|
|
||||||
|
อาจารย์ท่านแนะนำให้เดินไปดูข้างบน ที่นั่นเป็นเมืองเก่าสวยงามมา แต่ประเมินสถานการณ์แล้ว ขอบายดีกว่าเพราะผู้คนเยอะมากจริงๆ จึงได้แต่เดินแบบเหนียมๆเลียบๆเคียงๆไปที่คนไม่มาก เดินไปเดินมา ก็วนกลับมาที่ลานจตุรัสหน้าเมืองเก่า
|
||||||
|
|
||||||
|
ด้านหน้าของรูปปั้นข้างบนนี้
|
||||||
|
|
||||||
|
แล้วก็วนมาหามุมเก่า
|
||||||
|
|
||||||
|
สุดท้ายก็กลับไปห้องพัก นอนเล่น 2 ทุ่มแล้ว ท้องฟ้ายังสว่างอยู่ นอนเล่นๆสักพัก ประมาณ 3 ทุ่ม คิดว่าคนคงน้อยลงแล้ว ก็ย่องลงมา กะว่าจะมาเก็บภาพบรรยากาศค่ำคืนสักหน่อย
|
||||||
|
|
||||||
|
ได้ยินเสียงดนตรีแว่วมาแต่ไกล เดินหลบๆไปดูสักหน่อย โอ้โห คนยังยั้วเยี้ย ยังกับหนอน มีการเต้นรำ รอบโคมไฟสนุกสนาน
|
||||||
|
|
||||||
|
นั่งดูอยู่สักพัก ก็หาวิวเก็บภาพต่อไป
|
||||||
|
|
||||||
|
สักพัก อุปสรรคอีกตัวก็มาเยือน คราวนี้ฝนเริ่มพรำๆ .....ถึงตอนนี้ ต้องรีบหาอะไรมาคลุมกล้องแล้ว ไม่งั้นเสียแน่ๆ กล้องยุคดิจิตอลนั้นแพ้น้ำมากกว่ากล้องฟิลม์ ต้องทะนุถนอนมันหน่อย
|
||||||
|
|
||||||
|
เก็บอีก 2-3 ภาพ ก็ขอบาย กลับที่พักดีกว่า หลับฝันดี
|
||||||
|
|
||||||
|
รุ่งเช้ามา ตื่นแต่เช้า เดินออกมาสำรวจตลาดเก่าเช้าๆเค้ามีอะไรบ้าง
|
||||||
|
|
||||||
|
เดินๆดูเห็นร้านนี้มีอะไรบ้างน๊า....
|
||||||
|
|
||||||
|
ดูใกล้ๆเห็นมีปาท่องโก๋ มันยาวกว่าปาท่องโก๋ไทย 3 เท่านะเนี่ย ตัวเดียวคงอิ่มถึงเพล นอกจากปาท่องโก๋แล้ว ก็มีหมั่นโถ
|
||||||
|
|
||||||
|
เจออีกแล้วแป้งทอด จนป่านนี้ยังไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร คงคล้ายๆแป้งหมั่นโถทอด หรือ โรตีทอด ละมั้ง
|
||||||
|
|
||||||
|
นอกนั้นก็เป็น หมั่นโถ ไข่ต้ม น้ำเต้าหู้
|
||||||
|
|
||||||
|
แต่มื้อเช้าเราวันนี้เป้าหมายอยู่ที่ โจ๊ก ร้านแมคโดนัล
|
||||||
|
|
||||||
|
ที่เห็นอยู่สูงๆไกลลิบๆข้างบนนั้นแหละ คือเมืองเก่าที่มีความสวยงามนัก แต่ไม่มีโอกาสได้ชมเพราะคนเยอะมากจริงๆ ฝากไว้ก่อน วันหลังจะมาใหม่
|
||||||
|
|
||||||
|
จัดการอาหารเช้าเสร็จ มีเวลาเหลือ ก็หามุมถ่ายรูปกัน
|
||||||
|
|
||||||
|
ลานจตุรัสด้านหน้า
|
||||||
|
|
||||||
|
แม็ค ร้านนี้แหละ
|
||||||
|
|
||||||
|
จัดการเก็บข้าวของ เพื่อเดินทางต่อ แท็กซี่ในมณฑลนี้ เป็นรถโฟล์ค รุ่น ซานทานา รถยนต์ที่เห็นในเมืองจีน มีสารพัดยี่ห้อ แต่ 95 เปอร์เซ็นต์เป็นรถที่ผลิตในจีน รถเกาหลี พอมีเห็นบ้าง รถญี่ปุ่นแทบไม่มีให้เห็น รถยุโรป เห็นมียี่ห้อเดียวที่มีใช้กัน คือ โฟล์ค ส่วนรถหรูๆ บีเอ็ม เบ๊นซ์ นานๆ จะเห็นสักคัน
|
||||||
|
|
||||||
|
ถึงเวลาเดินทาง อำลาก่อน ลี่เจียง ถ้ามีโอกาส จะมาเยี่ยมเยียนที่นี่อีกครา จะท่องไปให้ทั่วทั้งเมืองเชียว เสียดายที่ครั้งนี้เวลาจำกัดจริงๆ .... เป้าหมายต่อไปของเราคือ "เมืองต้าลี่"
|
||||||
|
|
||||||
|
จาก ลี่เจียง ไป ต้าลี่ เราอาศัยรถโดยสารประจำทาง เป็นรถทัวร์ รู้สึกนั่งสบายที่สุดตั้งแต่นั่งรถในเมืองจีนมา ระยะทาง ลี่เจียง ต้าลี่ ประมาณ 180 กม. ที่นี่ก็ต้องวิ่งบนทางด่วนเช่นกัน ภาพนี้เป็นด่านเก็บเงินทางด่วน
|
||||||
|
|
||||||
|
ระหว่างทางเห็นเมืองใหม่ๆ กับสิ่งปลูกสร้างใหม่ๆผุดขึ้นมามากมาย
|
||||||
|
|
||||||
|
แต่วัฒนธรรม และ สิ่งเก่าๆหลายๆอย่างก็ยังไม่เลือนหาย
|
||||||
|
|
||||||
|
รถตุ๊กๆ ในเมืองจีน
|
||||||
|
|
||||||
|
เส้นทาง ลี่เจียง ต้าลี่ ภาพถ่ายหลายๆภาพนั้น เป็นภาพที่ได้จากการเก็บภาพบนรถยนต์ขณะแล่นไป
|
||||||
|
|
||||||
|
ลาก่อนลี่เจียง เมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรมเก่าและใหม่ได้อย่างกลมกลืนลงตัว ถ้ามีโอกาส จะมาเยือนเจ้าอีกครา......
|
||||||
|
|
||||||
|
นั่งรถมาเวลาพอสมควร กำลังเพลินๆ อ้าวถึงแล้ว "ต้าลี่" สังเกตุเห็นเสาไฟฟ้านั้น จะมีแสงโซล่าเซล เป็นพลังงานเลี้ยงไฟตามเสาอยู่
|
||||||
|
|
||||||
|
ก่อนเข้าเมืองต้าลี่ ก็เห็น สิ่งนี้ ยาวเป็นแถว ระยะทางยาวติดต่อกันหลายกิโลเมตร ทำให้นึกถึงว่า จีนนี่มันใช้พลังงานครบทุกอย่าง พลังน้ำจากเขื่อน พลังแสงขจากซล่าเซล พลังงานลม ....
|
||||||
| . |
บทส่งท้าย ลี่เจียง ในสายตา เป็นเมืองที่วัฒนธรรมเก่า
ผสมผสานกับวัฒนธรรมใหม่อย่างกลมกลืนลงตัว นักท่องเที่ยวมีจำนวนเยอะมา
ที่ลานจตุรัส ในยามค่ำคืน ถ้ามีทัวร์มาลง
บางครั้งจะมีการเต้นรำรอบกองไฟด้วย ถ้าไม่มี
นักท่องเที่ยวจะจับกลุ่มเต้นรำกันเองโดยใช้ทำนองเพงพื้นเมือง ในเมืองเก่า
มีร้านอาหารทันสมัย ทั้ง แม็ค - พิซซ่า ....สงสัยว่า เซียวเล่วนึ๊ง
และเอี๊ยะก้วย เคยมาฝึกวิทยายุทธที่เมืองนี้บ้างมั้ยหนอ
วกเข้ามาจนได้
|
|||||