เมืองเก่างเจี้ยน - กงล้อมนต์สีทอง ที่วัดไป๋งีซือ

และ วัดลามะซงจ้านหลิน (Songzanlin)

 

     
                     
                

          บทที่ 4   เรายังอยู่ในเมืองแชงกรีล่า   เย็นวันนั้น   หลังจากกลับมาจากหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน ยังมีเวลาเหลือเฟือ มิสเตอร์จืด เลยพาพวกเราไปเดินชม เมืองเก่าตงเจี้ยน ที่นี่เป็นที่ตั้งของวัดไป๋งีซือ ที่มีระฆังกงล้อหมุนใหญ่โตมโหฬาร

          ย่านเมืองเก่านี้อยู่ตอนใต้สุดของตัวเมือง  สถาปัตยกรรมเป็นแบบเมืองเก่า มีร้านอาหาร ภัตตาคาร ร้านของที่ระลึกและเกสต์เฮาส์  ถนนปูด้วยหินกรวด และในตอนเย็นจะมีการแสดงพื้นบ้านของชาวทิเบตที่จัตุรัสใหญ่

          ด้านหลังเมืองเก่าจะมองเห็นวัดไป๋งีซือ ที่นี่เป็นที่ตั้งของ กงล้อมนต์สีทอง สูง 23 เมตร ผู้คนนิยมไปหมุนวนเพื่อให้บทสวดนั้นกังวานไปถึงสรวงสวรรค์ ......อย่าชักช้าเลย....... ติดตามเรื่องเล่าประกอบรูปกันดีกว่า

 

     
     
        
     
       

         เดินเข้ามาในเขตเมืองเก่าตงเจี้ยน สิ่งแรกที่สะดุดตาคือหนูน้อยคนนี้ เดินเล่นอยู่ สังเกตุผู้คนในเมืองแชงกรีล่านี้ ไม่ว่าผู้ชาย ผู้หญิง แก่หรือเด็ก แก้มที่ใบหน้าจะแดงเป็นลูกตำลึงแบบนี้  เหมือนชาวธิเบต เป็นเพราะเมืองนี้อยู่ติดธิเบต ถัดขึ้นไปอีกไม่กี่กม. ก็ถึงธิเบตแล้ว

 

     
     

     
       

          วัดไป๋งีซือ กงล้อมนต์ใหญ่เด่นชัดอยู่ทางขวามือ

 

     
     

     
       

          ที่หน้าวัด มีลานกว้าง มีร้านค้าให้เช่าชุดแบบโบราณให้นักท่องเที่ยวใส่เพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

 

     
     

     
       

          อย่างนี้

 

     
     

     
       

          มองไปด้านบน  เห็นกงล้อมนต์ใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่

     
             
     

     
       

          นักท่องเที่ยวหลายคน มาจากหลากที่ ไม่รู้จักกัน ต้องช่วยกัน เพื่อที่จะหมุนกงล้อนี้ เวลากงล้อหมุน ก็จะเฮฮากัน สนุกสนาน

     

     
     

     
       

          อีก1มุมมอง

 

     
     

     
       

          ที่ลานกว้างหน้าวัด มีวิหารรายล้อมทั่ว เดินเข้าไปในวิหารหนึ่ง เห็นมีอนุสาวรีย์อยู่ แต่ไม่รู้ว่าใคร เรื่องราวเป็นมาอย่างไร

 

     
     

     
       

          ทางเดินในย่านตลาดเก่าเมืองตงเจี้ยน  วัดนี้อยู่ด้านหลังย่านตลาดเก่านี้

 

     
     

     
       

          ช่วงนี้ ก็เดินเก็บรูปไปด้วย

 

     
     

     
       

          ย่านเมืองเก่านี้ มีพื้นที่ไม่กว้างนัก แต่ก็ใช้เวลาสำรวจ และเก็บรูปอยู่นานพอสมควร

 

     
     

     
       

          จักรยานครองโลก

 

     
     

     
     

 

           เจดีย์นี้ ตั้งอยู่กลางถนน ตามทางที่เดินมา ศิลปะ แบบธิเบต แต่มองเผินๆเหมือนศิลปะแบบทางพม่า

 

     
     

     
     

 

          นี้เป็นลานจอดรถ หน้าปากทางเข้า เมืองเก่าตงเจี้ยน

 

     
           
     

 

          ลักษณะถนนเป็นศิลา ปูลาดในลักษณะนี้ตลอดถนนในเมืองเก่า

 

     
           
     

 

         ไปสะดุดตาอยู่ร้านหนึ่ง ร้านนี้อยู่นอกเมืองเก่าตงเจี้ยนมาแล้ว ร้านค้าแถบนี้ทั้งแถบ จะมีเนื้อจามรี แล่เนื้อแล้ว ตากแห้งบ้าง เอามาปรุงกับสมุนไพรอบแห้งบ้าง วางขาย เป็นย่านขายเนื้อจามรีทั้งย่าน  นอกจากเนื้อแล้ว ยังมี หนัง+ขน  และผลิตภัณฑ์สารพัด

 

     
           
     

 

        เป็นตึกอาราม ที่อยู่ด้านหน้าทางเข้าเมืองเก่าตงเจี้ยน

 

     
           
     

 

          ร้านนี้ ขาย ขน หนังสารพัด

 

     
           
     

 

          ยังอยู่ในย่านเมืองเก่าอยู่

 

     
           
     

 

          ร้านค้าสินค้าต่างๆ

 

     
           
       

          นี่เป็นชานเมืองแล้ว ตอนกำลังเดินทางออกจากเมืองตงเจี้ยน

 

     
           
       

          สินค้าที่ระลึกสารพัด ในเมืองเก่าตงเจี้ยน

 

     
           
       

          กลางตลาดเก่าตงเจี้ยน มีลานจตุรัสอยู่ เห็นแม่ค้ามาตั้งแผงขาย เดินเข้าไปสำรวจเสียหน่อย

 

     
           
       

          ที่เห็นส่วนใหญ่คือ เนื้อจามรีย่าง บาบีคิวเนื้อจามรี มีนักท่องเที่ยว มาซื้อกินกันมากมาย แต่กว่าจะมาถึงมันเป็นเวลาเย็นเสียแล้ว พบไม้งามเมื่อยามขวานบิ่น ภาษิตนี้แล่นขึ้นมาบนความคิดอีกครา เลยได้แต่ยืนสำรวจดูและถ่ายรูปเอาไว้

 

     
           
       

          หลังจากเที่ยวจนหนำใจ ก็กลับที่พัก คืนนี้เราพักกันที่แชงกรีล่า ความหนาวเย็นจากการไปเยือนหุบเขาหิมะยังคลอบคุลุมกายอยู่ กลับมาถึงที่พัก จึงรีบอาบน้ำอุ่น แล้วขึ้นไปนอนหมกบนเตียง เปิดเครื่องทำความร้อนบนเตียง เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น .. สักพักอาจารย์มาบอกว่า กลางคืนนั้นมีการแสดงที่ลานจตุรัสเมืองเก่าตงเจี้ยน ใครอยากจะไปดูบ้าง แต่ดูเหมือนทุกคน เซย์โน กัน ทั้งนี้เพราะโดนพิษความหนาวเย็นเล่นงาน จนหมดเรี่ยวหมดแรงกัน

 

     
           
       

         รุ่งขึ้น ตื่นแต่เช้า รองท้องด้วยบะหมี่เหมือนเดิม เช้านี้ เราจะไปเที่ยววัดธิเบตกัน ลองค้นหาข้อมูลวัดลามะนี้           วัดลามะซงจ้านหลิน (Songzanlin) เป็นวัดใหญ่ที่สำคัญของเมืองแชงกรีล่า อยู่ห่างจากตัวเมืองจงเตี้ยนไปทางเหนือประมาณ 5 กิโลเมตร วัดนี้สร้างในสมัยทะไลลามะองค์ที่ 5 ในช่วงศตวรรษที่ 18 สมัยจักรพรรดิ์คังซี แห่งราชวงศ์ชิง สร้างจำลองแบบจากพระราชวังโปตาลา (Potala) ในกรุงลาซา (Lhasa) มาไว้ เป็นวัดนิกายลามะแบบธิเบตที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน อายุเก่าแก่กว่า 300 ปี และในยามเทศกาล ชาวทิเบตที่นี่ยังคงรักษาประเพณีที่จะจัดขึ้นตามวัดสำคัญๆ เหล่านี้ ด้วยการเต้นระบำหน้ากากและเป่าแตรงอน

 

     
             
           
       

          เราเหมารถเจ้าเดิมที่พาไปเที่ยวเขาหิมะเมื่อวานนี้ คนขับนิสัยดี ไม่จู้จี้ ราคาก็ไม่แพง แล้วยังตกลงกันอีกว่ากลับจากวัดธิเบตแล้วจะเหมาไปยังเมืองลี่เจียงเป้าหมายต่อไปด้วย ตกลงราคากันไว้ประมาณ 700 หยวน ระยะทางประมาณ 200 กม.กว่าๆ

 

     
           
       

          ไปถึงสถานที่สถานีรถเพื่อต่อรถเมล์วิ่งเข้าไปข้างใน รวมทั้งเสียค่าเข้าชม อีก แสดงพาสปอร์ตให้ดู ค่าบัตรเข้าชม ปกติเสียคนละประมาณ 100 หยวน 500บาท แต่ได้ลดพิเศษ เหลือ 20 หยวน 

 

     
           
              

           เส้นทางเข้าวัดธิเบตนี้   ส่วนใหญ่ที่เห็นเป็นชาวพิ้นเมือง แต่งตัวแบบชาวเขาเผ่าอะไรซักเผ่านึงนี่แหละ

 

     
           
       

          ถึงแล้ว วัดซงจ้านหลิน หลังคาสีทองอร่าม

 

     
           
       

          ต้องเดินขึ้นไปชมข้างบนโน้น

 

     
           
       

          ชมกันหลายมุมมอง

 

     
             
           
       

          ความงามของวัดนี้ คือหลังคาสีทองอร่ามตา

 

     
           
       

          ขึ้นมาถึงแล้ว เดินชมรอบๆ

 

     
           
       

          เดิน เดิน เดิน เพื่อเก็บบรรยากาศรอบๆวัด

 

     
           
       

          บริเวณหน้าวัดเป็นลานกว้าง

 

     
           
       

          วัดนี้ เป็นศิลปะแบบธิเบต สร้างโดยอาศัยสถาปัตยกรรมวัดลาซาในธิเบตเป็นต้นแบบ

 

     
           
       

          หลังคาสีทอง มีลาดลายสถาปัตยกรรมน่าดูชม อร่าม

 

     
           
       

          อีกมุมมองจากลานจอดรถ

 

     
           
               

          มองไปอีกด้านหนึ่ง

 

     
           
       

          เดินชมจนชุ่มใจ ก็กลับลงมา มานั่งพักที่ศาลาหน้าลานจอดรถ

 

     
                เที่ยวชมวัดซงจ้านหลินเสร็จ ก็กลับที่พัก เตรียมเดินทางต่อ เป้าหมายของเราต่อไปคือเมืองลี่เจียง