บทที่1 ...อรุณรุ่งที่เชียงของ...

 

     
     

     
                 ...อรุณรุ่งที่เชียงของ               
                คณะของเรา 6 ชีวิต ตกลงกันแล้วว่า จะไปผจญภัยกันในแดนมังกร มีอีก 2 ชีวิต ที่จะมาสมทบในหนทางข้างหน้า รวมเป็น 8 ชวิต ...เราเดินทางออกจากเมืองจันทน์ ของคืนวันที่ 13 พฤษภาคม โดยรถตู้ นั่งไปสบายๆ หลับๆตื่นๆ   ถึงเชียงของรุ่งสายวันที่ 14 พค. รถจอดที่ปั๊มน้ำมัน ล้างหน้าล้างตา แปรงฟัน เหลียวมองตะวัน อ๊ะ ..สวย สวย ... ไม่รอช้า คว้า EPL-3 คู่ชีพ ออกมากดเสีย 1 รูป

 

     
     

     
                ถึงด่านเชียงของ จัดการเช็คของ ยื่นพาสปอร์ตผ่านแดน ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ที่เชียงของ ไม่มีปัญหา ผ่านฉลุย

 

     
     

     
               ลงเรือข้ามแม่น้ำโขง เพื่อไปขึ้นฝั่งประเทศลาว ต้องผ่านลาวเป็นทางผ่านไปสู่จุดหมาย มังกรแดง ต่อไป

 

     
     

     
               กลางแม่น้ำโขง ท้องฟ้าวันนี้ปลอดโปร่งดี เหมือนกับจะบอกพวกเราว่า "ยินดีต้อนรับ..เด้อ"      
             
     

     
               ขึ้นฝั่งลาวที่ "ห้วยทราย" มีรถตู้ของ "บุญจัน" ชาวลาวมาคอยรับอำนวยความสะดวก  บุญจันบอก ลูกชายผมก็เป็นศุลกากร ลูกเขยผมก็ศุลกากร  ถ้ามีปัญหา มาบอก บุญจัน รับรองฉลุย   ดังนั้นเช็คอินเข้าประเทศลาวก็ไม่มีปัญหาใดๆ

 

     
           
                กองทัพเดินด้วยท้อง เพลพอดี ก็เลยจัดการอาหารเพลกันก่อน หยิบเมนูมาดู ตกใจ อาหารมันแพงบรรลัย จานละหมื่นเลยรึเนี่ย ...อ้อ หมื่นกีบ....พลิกๆดู สุดท้ายก็ กระเพรา ไข่ดาว แบบง่ายๆ

 

     
     

     
               สายมากแล้ว บุญจัน เลยต้องเร่งพวกเรา กลัวไปไม่ทันด่านที่เมืองจีน ได้ข่าวว่า 4 โมงเย็น (เวลาจีน เร็วกว่าเรา 1 ชั่วโมง) ด่นก็จะปิดแล้ว จึงเดินทางต่อไปโดยรีบด่วน  จับภาพมาเรื่อยๆระหว่างเดินทาง จุดแรกออกจากห้วยทราย มาประมาณสัก 10 กม. ก็จะเจอเส้นทางใหม่ที่กำลังตัด ที่ตรงนี้จะเป็นเส้นทางใหม่ที่เชื่อมต่อกับสะพานที่สร้างเสร็จแล้ว เชื่อมระหว่าง เชียงของ-ห้วยทรายของประเทศลาว อนาคตด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร ก็จะย้ายไปที่ใหม่แล้ว

 

     
     

     
                รถตู้ บุญจัน คันนี้แหละ นั่งคุยกันมาตลอดทาง หมอนี่ คุยเก่ง ตลก ลูกเล่นแยะ นั่งคุยไปตลอดเส้นทาง เฮฮา ไม่มีง่วง บุญจันบอก " เหมาผมไป สิบสองปันนา หมื่นห้า 3วัน 4คืน รวมเบ็ดเสร็จทั้งค่าน้ำมัน  เหมาไปหลวงพระบางก็ราคาเดียวกันนี้ครับ "      
   

 

       
     

     
               เส้นทางในเมืองลาวจาก ห้วยทราย - น้ำฟ้า - หลวงน้ำทา - บ่อเต็น เป็นเส้นทางคดเคี้ยวอย่างนี้เกือบตลอดเส้นทาง ใครเมารถ ซื้อยาแก้เมารถกินก่อนได้เลย ยาแก้เมารถ ถ้ากินเสร็จแล้วขึ้นรถเลย มันจะไม่ได้ผลมากนัก ต้องกินก่อนสักครึ่งชั่วโมง        
             
     

     
     

          เส้นทางคดเตี้ยวไปมา แบ่งเป็น 2 ช่วง  คือไทยสร้างช่วงหนึ่ง จีนสร้างอีกช่วงหนึ่ง นั่งไปรู้ได้เลยว่า ทางที่สร้างโดยประเทศจีนไม่ค่อยขรุขระ ผิวถนนราบเรียบ  ผิดกับช่วงที่ผู้รับเหมาไทยเป็นคนสร้าง จะมีปะผู ผิวถนนเสียอยู่มากกว่า

 

     
           
     

          เส้นทางสายห้วยทราย-บ่อเต็น น สปป.ลาว คดเคี่ยวอย่างนี้ ๆ

 

     
     

     
     

แล้วเราก็เลยเจอ เลยเห็นอย่างนี้ ในระหว่างทาง

 

     
     

     
     

         บางโค้งนั้น  ถ้าหลุดทะลุไปก็เป็นเหว

 

     
     

     
                แวะเข้าห้องน้ำระหว่างทาง ก็เจอผลไม้วางขาย ถาดในสุด คือส้ม ถาดกลางถามแม่ค้าแล้วแต่ลืมจดชื่อมา เลยจำไม่ได้ว่าลูกอะไร ถาดหน้าสุดคือลูกท้อ จัดการซื้อมากิน   ถึงกินท้อ แต่ก็ไม่ท้อ ลุยต่อไป

 

     
     

     
               สุดท้ายก็มาถึงชายแดนลาว จีน ที่บ่อเต็น จนได้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-6 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 270 กม. เช็คเอ๊าท์ออกจากลาว เพื่อเข้าจีนต่อไป

 

     
     

     
              จากชายแดนลาว ห่างไปแค่ 1 กม. ก็ถึงชายแดนจีน เรียกว่า บ่อหาร จัดการเช็คอินที่ด่าน ตม. จีน ..ฉลุย 

 

     
     

     
     

          ผ่าน ตรวจคนเข้าเมืองมาแล้ว  นี่เป็นด้านหลังของด่านที่บ่อหาร ที่นี่ เราก็จัดการแลกเงินเสียเลย เก็บเงินมาคนละ หนึ่งหมื่นบาท แลกเงินหยวน อัตราแลกที่ด่านนี้ จะได้ประมาณ 4บาทกว่าๆ ต่อ 1 หยวน ถ้าเข้าไปข้างในหรือแลกธนาคารแล้ว ต้องถึง 5 บาท

 

     
     

     
     

        บ้านเมืองของจีน วิถีชีวิตของคนจีน ที่บ้าน "บ่อหาร" ชายแดนจีน-ลาว

 

     
     

     
               ถ่ายรูปวิวรอบๆตลาดบ่อหาร ไม่กว้างใหญ่นัก ประมาณอำเภอเล็กๆของบ้านเรา เป็นตลาดเงียบๆ แต่ก็มีการค้าแบบชายแดน สินค้าก็มีทั้งเครื่องไฟฟ้า อื่นๆ จิปาฐะ

 

     
           
     

นั่งรถโดยสาร เป็นรถเมล์เล็ก จากบ่อหาร เพื่อเข้าเมือง "เมืองล่า" คนไทยเรียก เมืองแสนล่า คนจีนเรียก เหมิ่งหลา เห็นป้าเขียนเป็นภาษาอังกฤษไว้ว่า Mem La ....ส่วนป้ายนี้เป็นป้ายโฆษณาแรกที่เห็นในจีน

 

     
           
     

นั่งรถเมล์เล็กจากบ่อหารมาสัก40 นาที ก็ถึงแล้ว เมืองล่า อยู่ห่างจากบอหาร ประมาณ 40 กม.  มาถึงก็เย็นวันที่ 14 พค.แล้ว เรานั่งรอ มิสเตอร์จืด ชาวจีนสิบสองปันนา ไกด์จำเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์อีกท่านหนึ่ง มาเป็นไกด์+ล่าม ให้เรา   ประมาณ 1 ทุ่ม มิสเตอร์จืดก็โผล่มา มิสเตอร์จืดนี้ จำเป็นสำหรับพวกเรามาก เพราะต้องคอยสื่อสารให้แก่เรา เมืองจีนอย่าแหยมไปพูดภาษาอังกฤษ รับรองอดตาย ที่นี่มันไม่พูดอังกฤษกัน เคยลองถามเด็กชั้นประถมที่เป็นเด็กโตแล้ว "ว็อท อิส ยัวร์ เหนม " มันนิ่งเงียบ แสดงว่า โรงเรียนประถม - มัธยม มันไม่สอนภาษาอังกฤษแน่ๆ

 

     
           
     

รถนอนคันนี้ (นอนจริงๆไม่มีที่นั่งมีแต่ที่นอน) จะพาเราจากเมืองล่า ไปคุนหมิง ระยะทางประมาณ 600 กม.กว่าๆ บนรถจะแบ่งเตียงนอนเป็น 3 แถว ริมซ้าย ริมขวา และตรงกลาง ที่นั่งซึ่งอันที่จริงควรเรียกว่าเบาะนอน ก็เป็นเบาะนอนล้วนๆ ไม่มีที่นั่ง หัวคนหน้าสุด ก็จะอยู่ปลายเท้าอีกคนหนึ่ง ใครโชคดีนอนปลายเท้าของไอ้คนใส่ถุงเท้าเหม็นๆมาก็นอนดมเท้ามันมาตลอดทาง

 

     
           
     

เส้นทาง เมืองล่า - คุณหมิง จะเห็นแปลงกล้า(น่าจะเป็นกล้ากล้วย)มากจริงๆ  เพราะที่นี่ปลูกกล้วย พอๆกับปลูกยาง แต่ในสิบสองปันนา ปลูกยางมากที่สุด ภูเขาเนินเขาสุดตา ปลูกแต่ยาง