Episode 4    บทส่งท้าย

 

   
         
   

   
     

2 คืนสุดท้ายในอินเดีย เราก็กลับมากันที่จุดเดิมคือวัดปากน้ำ

 

 

   
   

   
     

 จึงมีเวลาเก็บเกี่ยวหาภาพมุมชีวิต

 

 

   
   

   
     

รุ่งขึ้นมีโอกาสกลับไปจุดเดิมที่มาเยือนวันแรกอีกครั้ง พุทธคยา

 

 

   
         
   

   
     

หญิงชราชาวธิเบตผู้นี้สวดมนต์หน้าองค์เจดีย์

 

 

   
   

   
     

          ในภาคบ่ายของคืนสุดท้ายในเมืองคยา นักแสวงบุญก็กลายร่างเป็นนักชอปกันทุกคน จับจ่ายข้าวของกันเต็มที่ และทุกคนก็พบว่า ของดีราคาถูกนั้นมักจะพบในวันสุดท้าย

 

 

   
   

   
     

  สาวน้อยยืมมองด้วยความหวัง หวังว่าเราคนใดคนหนึ่งจะให้เงินเธอ เพียง 10 รูปี ก็ทำให้เธอยิ้มได้แล้ว

 

 

   
   

   
     

        สาวน้อยหน้าตามอมแมม  รายนี้ มายืนข้างหน้าไม่พูดจาอะไร มาถึงเอาแต่ยืนจ้องหน้า เรามองหน้าพอสบตาเท่านั้น ความสงสารก็เกิดขึ้นทันทีโดยที่สาวน้อยไม่ต้องกล่าวคำใดๆ    ถ้าคนที่ขี้สงสารก็ไม่วายต้องหยิบใบละ10รูปีให้เธอ หรือบางครั้งเธอมาเพียงแค่ขอขนมจากเรากินเท่านั้นเอง สุดท้ายก็ใจอ่อน จนได้สิน่า   คนที่ใจแข็งหน่อยก็คงคิดได้แต่ว่าทุกอย่างเป็นยถากรรม เป็นวงจรชีวิตของแต่ละคนๆ

 

 

   
   

   
     

ขนมหน้าตาน่ากินอย่างนี้ ธาตุไม่แข็งพออย่าไปแตะต้องเชียว เป็นได้เรื่องแน่ๆ

 

 

   
   

   
     

ก่อนหน้านี้ช่วงเช้าเราได้มีโอกาสไปสัมผัสชนบทอีกแห่งหนึ่ง ที่นี่ ได้เห็นสภาพบ้านดินอย่างแท้จริง

 

 

   
         
   

   
     

เก็บตก ที่เห็นเป็นรถม้าโดยสารประจำ

 

 

   
   

   
     

        ระหว่างนั่งรถกลับจากเมืองคยาเพื่อไปสนามบินเมืองโกลกัตตา มีโอกาสได้เห็นสัมผัสวิธีการทำ "นาน" แป้งย่างแปะปากโอ่ง พ่อครัวรายนี้เห็นเราไปยืนจดๆจ้องๆเลยสาธิตวิธีทำ นาน ให้ดูซะเลย

 

 

   
   

   
     

โรงถ่านหินระหว่างทางที่กลับเมืองโกลกัตตา

 

 

   
   

   
     

ที่อินเดียนี้ ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงแทนถ่านไม้ เถ้าจากถ่านหินก็ยังคงรูปอยู่

 

 

   
   

   
     

บทสรุป

           เป็นความตั้งใจอยู่เดิมแล้วว่าชีวิตนี้ครั้งหนึ่งต้องมานมัสการสังเวชนียสถานให้ได้ เมื่อทุกสิ่งประจวบเหมาะจึงมีโอกาสได้เดินทางมา ได้พบกับคณะสงฆ์ ได้พบกับคณะญาติธรรม ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย แต่ทั้งหมดก็ได้มีโอกาสเดินทางแสวงบุญครั้งนี้ด้วยกัน ด้วยความสมานมิตร ประทับใจ

          สิ่งที่ได้พบ อาจจะเป็นมุมหนึ่งของอินเดีย มุมที่เราได้เห็นคืออีกด้านหนึ่งที่ชีวิต บางชีวิตเป็นไปด้วยความขัดสน เต็มไปด้วยความแร้นแค้น บางบ้านไม่มีแม้แต่ไฟฟ้าใช้  ชีวิตและสังคมในอินเดียนั้นมันสุดโต่งทั้ง2ขั้ว มุมที่เจริญ มุมที่รุ่งเรืองก็ยังมีอยู่เพียงแต่เราไม่ได้ไปเท่านั้นเอง   และกับเวลาที่สูญเสียไป10วันกว่าๆ ถ้าเป็นการเรียนรู้ชีวิต นับว่าคุ้มค่าทีเดียวสำหรับคนที่พร้อมที่จะมาแสวงหาบุญ  แต่ถ้าลำพังคิดว่าจะมาเที่ยวอย่างเดียวเพื่อหาความสนุก หาทิวทัศน์ที่สวยงาม ขอแนะนำว่า เปลี่ยนเส้นทางไปเที่ยวที่อื่นดีกว่า

        อินเดียมีทุกคำตอบจริงตามที่ไกด์ได้บรรยายไว้ แต่นั่นสำหรับคนที่มาอยู่ละเรียนรู้ชีวิตเป็นเวลานานๆในอินเดีย สัมผัสไปทุกซอกมุมในอินเดีย  แต่ก็หาใช่เวลา10วันที่ได้มาสัมผัสก็ถือว่าได้เรียนรู้สัมผัสชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งแม้นจะไม่ลึกซึ้งมากนัก แต่ก็เริ่มเข้าใจว่า ชีวิตแต่ละชีวิตกำเนิดเกิดมาพบกับสภาพแวดล้อมต่างๆกันไป เป็นเพราะ "กรรม" ลิขิตไว้เท่านั้นเอง

          ขอผลานิสงส์และบุญกุศลที่ได้ร่วมแสวงบุญครั้งนี้ รวมทั้งบุญกุศลที่ได้ถวายจตุปัจจัยร่วมทำบุญในแดนพุทธภูมิ ขอให้กุศลเหล่านี้จงมารวมพลังเป็นพลวะปัจจัย  ส่งผลให้ผู้ที่ร่วมสนับสนุนการเดินทางแสวงบุญครั้งนี้ รวมทั้งญาติ-เพื่อนสนิท มิตรสหายทุกๆท่าน จงสมบูรณ์พูลผลไปด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสาร สมบัติ และสิ่งที่ปราถนา ทุกๆประการ เทอญ