|
การบินแบบประหยัดน้ำมัน

ทุกคนย่อมจะทราบแน่แก่ใจแล้วว่า
ในปัจจุบันนี้ทั่วโลกกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลนและมีราคาแพงขึ้นทุกนาที
ทุกฝ่ายก็ได้พยายามทุกวิถีทางที่จะกำหนดมาตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและมีการรณรงค์ในเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง
และน้ำมันอากาศยานของเรานั้นก็มีราคาแพงและมีอัตราความสิ้นเปลืองสูงกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างอื่นมากมายหลายเท่านัก
จึงมีความจำเป็นต้องอยู่ในภาวะการประหยัดน้ำมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น
และมาตราการที่กองทัพบกกำหนดมาให้แล้ว
คือ
ให้ลดการใช้อากาศยานลง
โดย
ไม่ควรใช้อากาศยานไปในทางธุรการที่ไม่จำเป็น
ซึ่งสามารถจะใช้ยานพาหนะอื่นได้
ควรใช้ ฮ.
ในภารกิจที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง
เพราะ ฮ.
มีความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงกว่า
ในภารกิจที่ใช้เครื่องบินได้
ห้ามใช้ ฮ.
ในฐานะที่เราเป็นนักบินซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงน่าเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่จะมีวิธีปฏิบัติไปในทางที่ลดความสิ้นเปลือง
ของน้ำมันได้
โดยยังไม่จำเป็นต้องลดชั่วโมงบินลงหรือลดลงให้น้อยที่สุด
เพราะการลดชั่วโมงบินลงนั้น
หมายถึงการลดสภาพพร้อมรบ
และลดการฝึกฝนหาความชำนาญของนักบินไปด้วย
นักบินเรายังมีวิธีการต่าง
ๆ
ที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้โดยไม่ต้องลดชั่วโมงบิน
ดังนี้
ในขั้นการวางแผน
- เลือกใช้อากาศยานแบบที่มีความสิ้นเปลืองน้อยที่สุด
เช่น ไม่ควรใช้ บ.ท. 17
เมื่อสามารถใช้ บฬฝ.41
หรือ บ.ฝ. 7 ได้
หรือไม่ควรใช้ ฮ.ท.212
เมื่อใช้ ฮ.ท.1 ได้
เป็นต้น
- พิจารณาการบรรทุกให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติภารกิจเท่านั้น
เช่น
ไม่นำสิ่งอุปกรณ์เครื่องมือที่เกินความต้องการไป
การเติมน้ำมันให้เหมาะสมกับชั่วโมงบินและการเผื่อสำรองไว้
อาวุธและผู้โดยสารที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ผู้โดยสารที่ไม่มีภารกิจขอนั่งไปด้วยเฉย
ๆ
เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ต้องใช้น้ำมันเปลืองขึ้น
และในทำนองเดียวกัน
ถ้าเป็นภารกิจที่สามารถจะปฏิบัติรวมกันไปได้ในคราวเดียวกัน
หรือในเส้นทางเดียวกัน
ก็ควรพิจารณารวมกันเสีย
- ในระดับผู้บังคับบัญชาหรือฝ่ายอำนวยการก็ควรจะได้วางแผนกำหนดการใช้อากาศยานให้เหมาะสมโดยประสานกับหน่วยอื่น
เพื่อใช้อากาศยานร่วมกันได้ในการบินครั้งเดียว
- พิจารณาเอาอุปกรณ์ต่าง
ๆ
ที่ติดตั้งภายนอกอากาศยานออกหรือถอดเก็บไว้ข้างใน
เช่น ฐาน ปก.เอ็ม 60 ,
ท่อจรวด ฯลฯ
เพราะสิ่งเหล่านี้นอกจากจะเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้แก่อากาศยานแล้วยังเป็นตัวต้านทานกระแสอากาศอีกด้วย
การติดเครื่องยนต์อยู่กับพื้นและการขับเคลื่อน
- ให้คำนึงถึงเวลาที่มักเสียไปโดยเปล่าประโยชน์
ในช่วงของการติดเครื่องยนต์อยู่กับพื้นเช่นการใส่ถุงมือ,สวมหมวก,ใช้สายรัดตัว
รัดไหล่,ควรกระทำก่อนติดเครื่องยนต์
- นักบินควรจะต้องมีความชำนาญในขั้นตอนของการ
รัน อัพ
เพื่อลดเวลาลง
- จะเป็นการลดความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้มาก
ถ้าหากนักบินทำการแท็กซี่
หรือโฮบเวอร์ลิ้ง
ได้ถูกต้อง
อากาศยานควรจะได้จอดในพื้นที่ที่ไม่ต้องทำการแท็กซี่
ไกล
- การแท็กซี่
เครื่องบิน ควรจะใช้
เพาเวอร์
ให้น้อยที่สุด
และหลักเลี่ยงการคลอห้ามล้อ
- ถ้าเป็น
ฮ. ที่มีล้อควรจะใช้ GROUND
TAXI แทนที่จะเป็น HOVER
ถ้าเป็น ฮ. ที่มีฐานแบบ
SKID
ก็ควรจะพยายามหาทางลดการ
HOVER ให้น้อยที่สุด
ขณะที่อากาศยานกำลังบินอยู่ในอากาศ
- ถ้าเป็นการบินที่ไม่ต้องการความเร็ว
ไม่ต้องการระยะทาง
เช่น
การบินตรวจการณ์ก็ให้ใช้ความเร็วที่จำเป็น
MAXIMUM ENDURANCE AIRSPEED
โดยดูข้อมูลได้ใน
คู่มือ 10
ซึ่งจะทำให้อากาศยานสามารถจะบินได้นานกว่าปกติเป็นการประหยัดน้ำมัน
เช่น ฮท. 1
อาจบินได้นานถึง 3
ชั่วโมง 30 นาที
แทนที่จะได้นานตามปกติ
2 ชั่วโมง 20 นาที
ถ้าเราใช้ความเร็ว 59
น๊อต และใช้ TORQUE 17.6PSI.
เป็นต้น
- ในการลดระยะความสูงควรจะใช้การลด
POWER
ไม่ควรใช้ระดับหัวเครื่อง
- ขณะทำการบินไต่หรือล่อน
พยายามให้อากาศยานเกิดแรงต้านภายนอกน้อยที่สุด
( CLEAN CONFICURATION )
เช่นไม่ควรใช้ FLAPS หรือ
SPEED BRAKES
- หลีกเลี่ยงการใช้
MAXIMUM PERFORMANCE
ลงให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น
- สำหรับ
บฝ. 41
เมื่อทำการวิ่งขึ้นหรือไต่
ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในเรื่อง
อัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่หน้าแผงเครื่องวัด
- นักบิน บ.
ปีกติด
ควรจะพิจารณาการใช้ FLAPS
ที่มุมน้อยที่สุด ( 15
องศา หรือน้อยกว่า )
เพียงพอต่อความปลอดภัยในการลง
โดยพิจารณาถึงความยาวของทางวิ่งประกอบด้วย
ถ้าหากว่าทางวิ่งมีความยาวพอ
ก็ไม่ควรจะใช้การ REVERS
ใบพัด ควรจะใช้ FLAP แทน
ข้อแนะนำอื่น ๆ
- วางแผนการบินกำหนดเส้นทางให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้
- บินในระดับสูงจะดีกว่า
เพราะ TRUE AIR SPEED
จะเพิ่มขึ้นอีก
เมื่อบินสูงขึ้น
โดยใช้ POWER เท่าเดิม
- การเลือกใช้ระยะสูงให้เหมาะสมกับทิศทางลมและความเร็ว
( WINDS ALOFT )
โดยดูจากรายงานพยากรณ์อากาศ
เพราะทิศทางและความเร็วลมในระยะสูงที่ต่างกันก็จะแตกต่างกันไปด้วย
อาจช่วยส่งท้ายหรือสวนทางลมก็ได้
ข้อแนะนำทั้งหมดนี้
เมื่อนักบินทุกคนได้ร่วมมือร่วมใจกระทำอย่างจริงจังแล้ว
จะเป็นหนทางหนึ่งที่เราสามารถจะประหยัดน้ำมันลงได้
โดยยังคงสามารถสนับสนุนหน่วยต่าง
ๆ ได้เท่าเดิม
รักษาประสิทธิภาพทางการรบ
และการฝึกให้อยู่ในขีดที่ต้องการต่อไปได้
โดยระลึกอยู่เสมอว่า
น้ำมันทุกหยดเป็นของมีค่า
ที่มาข้อมูล
:ข่าวสารนิรภัยและซ่อมบำรุงอากาศยาน
ศูนย์การบินทหารบก
ฉบับที่3 เดือน มีนาคม
2527
<<< ย้อนกลับ
อ่านเรื่องต่อไป >>>
|