ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ DVD
เส้นทางของ DVD
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ DVD
ความเข้ากันได้กับซีดีรอม
ความเร็วของไดรฟ์ดีวีดี
แผงวงจรถอดรหัสเสียงและภาพ (PCI audio-video decoder card)
หากต้องการติดตั้งระบบ DVD ต้องมีอะไรบ้าง
ความคุ้มค่าในการซื้อดีวีดี
ข้อมูลเพิ่มเติม
เส้นทางของ DVD
เส้นทางของ DVD กว่าที่จะได้มีโอกาสคลอดสู่ตลาดนั้น ไม่ใช่เส้นทางที่ง่ายนัก เนื่องจากปัญหาที่ว่า DVD นั้นไม่เหมือนกับ CD-ROM เพราะ DVD ต้องการครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมภาพยนต์และอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งลำพังแค่การกำหนดมาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่ายก็ใช้เวลาไปมากกว่า 2 ปี นี่ไม่รวมถึงความพยายามที่จะแทนที่ CD-ROM ด้วย
หลังจากนั้นในวงการคอมพิวเตอร์ เมื่อ DVD ออกสู่ตลาดก็ยังต้องการคอมพิวเตอร์ความเร็วสูงอย่างเพนเทียม 133 เมกะเฮิร์ต และต้องการระบบปฏิบัติการที่สนับสนุนการใช้งานด้วย เช่น Windows 95 สำหรับ Windows 95 ยังไม่ได้สนับสนุน DVD อย่างจริงจังนัก ผิดกับ Windows 98 ที่เริ่มให้การสนับสนุน DVD แล้ว (อย่างไรก็ตาม จากการทดสอบปรากฎว่ายังสนับสนุนไม่สมบูรณ์แบบนัก)
ในที่สุดปลายปี 2540 ชุดสมบูรณ์แบบหรือชุดอัปเกรดสำหรับดีวีดีก็ออกสู่ท้องตลาด และปัจจุบัน ไดรฟ์ดีวีดีความเร็ว 2X ออกสู่ท้องตลาดแล้ว (ในความเป็นจริงก็คือ ไดรฟ์ดีวีดีความเร็ว 1x นั้นไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากไดรฟ์ซีดีรอมความเร็ว 32x แย่งปรากฎตัวออกสู่ตลาดเสียก่อน)
จุดมุ่งหมายหลักของ DVD นั้น เป็นไปเพื่อความบันเทิงประเภทภาพยนต์และเกมส์เป็นหลัก ส่วนเรื่องของซอฟต์แวร์ในการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างจริงจังนั้น จะมีประโยชน์เฉพาะโครงการที่ต้องการสื่อเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่เท่านั้น เช่น ในวงการโฆษณา หรือโครงการวิศวกรรมที่ใช้พวก CAD/CAM หรือ โปรแกรมเกี่ยวกับมัลติมีเดีย
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ DVD
เมื่อพิจารณาทั้งหมดจะเห็นข้อดีของ DVD คือ เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาให้การบรรจุข้อมูลต่อ 1 ด้าน�/ชั้นของแผ่น DVD บรรจุข้อมูลได้สูงถึง 4.7 GB ซึ่งเทียบได้เท่ากับแผ่นซีดีรอม 7 แผ่น ด้วยกัน (แน่ละครับ ถ้าหากใช้ครบทั้ง 4 ชั้นและ 2 ด้าน จะบรรจุข้อมูลได้สูงถึง 17 GB ทีเดียว) จึงไม่ต้องสงสัยว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จาก DVD ได้มากน้อยเพียงใด ขนาดความจุของ DVD เพียงพอสำหรับบรรจุภาพยนต์พร้อมเสียงระบบดิจิตอลรอบทิศทางแบบมีภาษาบรรยายให้เลือกได้หลายภาษา
จะเห็นได้ว่าในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าซีดีรอมจะทำหน้าที่ได้อย่างไม่มีทีติ และก็มีความจุในปริมาณมากพอ แต่เมื่อถึงวันหนึ่ง ความต้องการของอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ก็เปลี่ยนแปลงไป ปริมาณของข้อมูลที่ต้องบรรจุลงไปในมีเดียในปริมาณมากขึ้น DVD จะช่วยออกมาชดเชยในเรื่องของค่าใช้จ่าย การประหยัดเวลาไม่ต้องสลับแผ่นซีดีรอม และ DVD ยังมองครอบคลุมไปถึงระบบมัลติมีเดียด้วย โดยครอบคลุมถึง AC-3 หรือระบบเสียงดิจิตัล และระบบการสนับสนุนฟังก์ชันการทำงานของระบบเสียงรอบทิศทางอื่นๆ
ความเข้ากันได้กับซีดีรอม
ดีวีดีรอมยังคงมีขนาดแผ่นเท่ากับแผ่นซีดีรอม คือ 12 นิ้วฟุต และการใช้งาน สถาปัตยกรรมการต่อเชื่อมก็เหมือนกับกับซีดีรอมทุกประการ นอกจากออกแบบมาสำหรับการอ่านสื่อข้อมูลที่เป็น DVD แล้ว ตัวไดรฟ์ของ DVD ยังสามารถใช้ในการอ่านแผ่นซีดีรอมได้ถูกรูปแบบอีกด้วย ซึ่งเป็นผลดีสำหรับผู้ที่แผ่นซีดีรอมสำหรับใช้งานอยู่ จะได้ไม่ต้องยุ่งยากติดตั้งทั้งไดรฟ์ซีดีรอมและไดรฟ์ดีวีดีลงไปในเครื่องคอมพิวเตอร์
ความเร็วของไดรฟ์ดีวีดี
ความเร็วหรือความสามารถในการอ่านข้อมูลของดีวีดีนั้น ยังคงใช้อัตราการวัดที่ปริมาณเดียวกับแผ่นซีดีรอม คือเป็นจำนวนเท่า แต่ซีดีรอม 1x มีอัตราความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูล 150 kb/s ในขณะที่ดีวีดี 1x จะมีความเร็วรอบในการหมุนเท่ากับไดรฟ์ซีดีรอม 3 x แต่เนื่องจากความหนาแน่นของข้อมูลในแผ่นดีวีดี จะมีความหนาแน่นสูงกว่า ดังนั้นประมาณการถ่ายเทข้อมูลของดีวีดีรอม 1X จังมีค่าเท่ากับ 150 X 9 = 1350 kb./s ดีวีรอมที่ออกมาในชุดแรกๆ ต่างก็เป็นดีวีดีไดรฟ์ประเภท 1x กันแทบทั้งสิ้น มาในระยะหลังจึงได้มีไดรฟ์ดีวีดีความเร็ว 2x ออกสู่ท้องตลาด ช่วงระยะไดรฟ์ดีวีดีความเร็ว 1X ออกสู่ท้องตลาดนั้น ยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก
ในทางตรงกันข้าม เมื่อใส่ซีดีรอมลงไปในไดรฟ์ดีวีดี แผ่นซีดีรอมจะถูกหมุนด้วยความเร็วของมอเตอร์เท่ากับความเร็วปกติของดีวีดี เช่น ไดรฟ์ PC-DVD จาก Creative Labที่ผมนำมาทดสอบ มีความเร็วเมื่ออ่านดีวีดีรอม 2 เท่าซึ่ง 2Xของดีวีดีจะเท่ากับ 18X ของซีดีรอม ดังนั้นเมื่อใส่แผ่นซีดีรอมลงไปในไดรฟ์ จึงได้ความเร็วเทียบเท่า 20x
แผงวงจรถอดรหัสเสียงและภาพ (PCI audio-video decoder card)
แผงวงจรสำหรับการถอดรหัสเสียงและภาพ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า MPEG-decoding hardware จะทำงานคล้ายคลึงกับ การ์ด MPEG เพียงแต่เพิ่มความสามารถในการถภอดรหัสภาพ การแปลงสัญญาณรหัสดังกล่าวเข้าสูจอภาพของโทรทัศน์ และการถอดรหัสเสียง AC-3 จากแผ่นดีวีดีรอม
สำหรับดีวีดี ความมุ่งหมายของดีวีดีก็คือ ออกแบบมาเพื่อระบบภาพและเสียง หรือระบบเพื่อความบันเทิงภายในบ้าน ดังนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การ์ดหรือแผงวงจรสำหรับถอดรหัส หากไม่มีแผงวงจรสำหรับถอดรหัส ก็จะไม่ได้ภาพและเสียงที่คมชัด จริงอยู่อาจจะใช้ซอฟต์แวร์ก็ได้ แต่หวังว่าหลายๆคนคงยังจำภาพที่กระตุกๆ อันเกิดจากการทำงานของ Xing MPEG Play ในเครื่องที่ใช้เพนเทียม 100 หน่วยความจำ 16 MB อยู่นะครับ
สำหรับแผงวงจรดังกล่าว จะเป็นแผงวงจรที่มีขีดความสามารถในการถอดรหัสภาพ ตามมาตรฐาน MPEG-2 โดยตัวของ MPEG 2 แล้ว จะต้องสามารถแสดงภาพที่ความละเอียด 740 x 480 (เหมือนทีวีจอกว้าง) ให้ความละเอียดของภาพที่สูง นอกจากภาพแล้ว ทางด้านระบบเสียง แผงวงจรดังกล่าวจะทำหน้าที่ในการถ่ายรหัส Digital Dolby AC-3 หรือ 5.1 ด้วย ระบบ 5.1 นั้นมีใช้ในระบบโฮมเธียเตอร์มานานแล้ว รวมทั้ง AC-3 ด้วย
โดยปกติ เมื่อเทียบกับปริมาณข้อมูลที่ต้องประมวลผลสูงแล้ว การ์ดดังกล่าวจึงต้องใช้กับอินเทอเฟซแบบ PCI เท่านั้น อย่างไรก็ตาม มีผู้ผลิตไดรฟ์ดีวีดีบางราย เพื่อเป็นการลดต้นทุน จึงใช้ซอฟต์แวร์ในการถอดรหัสภาพและเสียงดังกล่าว ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพที่ไม่ดีนัก ผลการทดสอบของการใช้งาน กรณีที่ต้องการใช้ซอฟต์แวร์ในการถอดรหัสสัญญาณภาพนั้น จะต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่ใช้ซีพียูเพนเทียม II 266 เมกะเฮิร์ตทีเดียว
หากต้องการติดตั้งระบบ DVD ต้องมีอะไรบ้าง
ระบบอย่างต่ำสุด หากต้องการติดตั้งระบบดีวีดีในคอมพิวเตอร์ ก็คือเครื่องที่ใช้ซีพียูเพนเทียม 133 MHz และใช้ Windows 95 ขึ้นไปเท่านั้น (Windows 98 จะได้เปรียบตรงนี้ ส่วนของภาคอินเตอร์เฟซของมัลตีมีเดีย ที่รู้จักกันในนาม MCI (Media Control Interface) ออกแบบเพื่อสนับสนุนการใช้งานดีวีดีด้วย
ความคุ้มค่าในการซื้อดีวีดี
ในระยะนี้ ถ้าถามเอาความคุ้มค่าจากการใช้ DVD แล้วผมคิดว่าโอกาสที่จะใช้ดีวีดีอย่างคุ่มค่านั้น ต้องลงทุนในอุปกรณ์เสริมอีกมาก เหมือนกับระบบของโฮมเธียเตอร์ ซึ่งว่ากันที่ราคาอย่างต่ำก็เฉียดๆ หกหลัก ในแวดวงดีวีดีก็เช่นเดียวกัน ชุดอัปเกรดหรือชุดสมบูรณ์แบบของดีวีดีเองอาจจะมีราคาเริ่มตั้งแต่หกพันบาทจนถึงสองหมื่น แต่ถ้าใช้เฉพาะชุดดังกล่าว กับลำโพงที่มีภาคขยายภายในตัว ก็ยังได้อรรถรสในการเล่นดีวีดีไม่เต็มอิ่มอยู่ดี ระบบที่สมบูรณ์แบบนั้นต้องการระบบครบตาม AC-3 คือ ลำโพง 5 ตำแหน่งและลำโพงเสียงต่ำด้านหน้าจออีก 1 ตำแหน่ง จอภาพหรือจอทีวีที่มีขนาดใหญ่ 21 นิ้วขึ้นไป และเครื่องขยายที่เข้ากันได้กับระบบ AC-3 ซึ่งเมื่อมองที่ราคาแล้วก็จะเห็นว่าราคารวมกันแล้วสูงมาก
อีกประการหนึ่ง ถ้าหากเรามองที่วาซื้อมาเพื่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์อย่างเดียว ก็ยังเป็นที่กังขาอยู่ว่าแล้วมันเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อผู้ผลิตซอฟต์แวร์เองก็ยังดูมีความสุขดีกับการบรรจุซอฟต์แวร์ลงแผ่นซีดีรอม และไดรฟ์ซีดีรอมก็ถือเป็นมาตรฐานหลักในคอมพิวเตอร์มาเป็นระยะเวลานาน ถามว่าไดรฟ์ดีวีดีรอมมาแทนที่ไดรฟ์ซีดีรอมได้หรือ คำตอบยังไม่มีในตอนนี้ครับ เพราะประโยคที่ว่า "ถ้ามันยังไม่เจ๊ง ก็อย่าไปซ่อมมัน" นับวันยิ่งจะดังกระหึ่มขึ้นในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ทุกที
PC and DVD
DVD FAQ's
DVD BIG Resource
The DVD Resource Page
เทคโนโลยีซีดีรอมความเร็วสูง
10 สิงหาคม 2541