บทเรียนของอาจารย์นิกกี้ในอาวุโสและสยามเวบ หน้า 2 |
แก้ไขครั้งหลังสุด จันทร์, 08 พฤษภาคม 2000
| 21. การพิมพ์ (เขียน) ภาษาไทย |
Welcome to the '' SS gang '' Tom !!! - - - or you can go to
this page too ------>
http://www.geocities.com/RainForest/Wetlands/5486/nikkie1.html
You might find something useful for you in this Homepage and grab some nice Thai Musics on
the out too
------------------------------------------
I think I should put it in here for you too
-------------------------------------------------------
You have 2 Options available to you as follow :
1) - Go to -- http://www.thaimasters.com -- and download a trial version that
. . you can use for 30 days .
After that you have to buy it .
2) - Go to -- http://thaigate.rd.nacsis.ac.jp/refer/thaiio.html -- and read thru
many GOODIES in there . . .
then download a '' CU-Writer for Windows '' to install in your Computer .
-- or just go in here
directly ------> http://thaigate.nacsis.ac.jp/ftp/thaisoft/chula/cww.zip
--- grab this file -- '' cww.zip '' -- It is a same FILE as
CU-writer for Windows - - - and it is FREE !!!
Because it was developed by Chulalongkorn University in Bangkok Thailand .
...... Now come to Set-up time for -- CWW -- - - -
After you unzip & install in --- C:\CWW --- just make a
short cut and put it in your favorite spot
(Preferably DESKTOP or Task Bar -- QUick Launch) for easy access to you .
When properly executed it will put an ICON with 3 little buttons on the TOP LEFT of your
screen .
- - - - - A letter '' E ''= English . . . '' ท '' = Thai .
- - - - - You can maneuver them around by pointing
your Cursor at the 4 ways Arrow
and DRAGGING them to your
convenient place .
- - - - - Now the middle button that has image look like a Fork is for SET-UP more
options .
Click at it setup window will show . Check mark at a box '' Always on Top ''
and pick a KEYBOARD LAYOUT of your choice after trying both of them out .
Plus the information about shifting between - - THAI & English - -
Keyboard is in there
. ......... If you need the Keyboard MAP layout for both type '' Kesmanee & Pattachot
''
It's should be in '' Thaigate '' page Otherwise Mail your request to me and I will
send you
a better one in full color . ...... After I try both SYSTEMS . The Thai Master 95 has more
features and easy to use . BUT still full of bugs that might freeze-up your
Floppy Drive
by placing Thai letters all over the places and some that will cause big headaches
to you
. ............ CU-Writer is FREE and effective ............. Take your pick !!!!
If you need further assistance just give me a ring thru my E-MAIL
------------ [email protected] ------------
------------ Good Luck ! -------------- TO - - -myself99
- - -INFO about - - T H A I K E Y B O A R D - - -
==================================================
| 22. การส่งอีเมล์ให้หลาย ๆ คน (มากกว่า 3)ในคราวเดียวกัน |
อันนี้ครับ อ้อ ...
แล้วย้อนไปที่อันเก่า เรื่องที่
ส่ง Mail หลาย ๆ Address นะครับ ใช้ COMMA
กั้นกลางครับ แบบนี้ ..........
[email protected],[email protected],[email protected],[email protected],[email protected]
| 23. การวิ่งตรงไปยังสไลด์ที่ต้องการ (Powerpoint) ขณะนำเสนอ |
ในการนำเสนอผลงานด้วย
Powerpoint ท่านมีสไลด์หลายแผ่นใน Presentation
นั้น และท่านก็มี
Slide Handout
ที่สั่งพิมพ์ออกมาประกอบการนำเสนออยู่ในมือ
ขณะนำเสนอถึงสไลด์ที่ 48 นั้น
จู่ ๆ
เจ้านายอยากดูสไลด์ที่เกี่ยวกับงบประมาณ
ถ้าท่านดูจาก
Slide Handout
ท่านก็รู้ว่ามันคือสไลด์ที่ 12
ท่านมีวิธีไปที่สไลด์ที่ 12
ในขณะที่อยู่ใน Slide Show ได้อย่างไร
โดยที่ไม่ต้องกลับมาเลือกที่ Slide
Sorter ให้เจ้านายคอยอย่างหงุดหงิด
คำตอบก็คือ
เพียงแต่ท่านพิมพ์เลข 12 ใน Numeric Pad
(แป้นตัวเลขทางขวามือ ไฟ Num Lock
สว่าง)
แล้วกด Enter พอเจ้านายดูจนเบื่อ
เราก็นำเสนอต่อ โดยพิมพ์เลข 48
(สไลด์ที่เรานำเสนอค้างอยู่)
แล้วก็ Enter ง่ายจะตาย
...สาธิต
| 24. ไม่ต้องการให้ไฮเปอร์ลิงค์มีขีดเส้นใต้ ใน FrontPage |
เมื่อทำไฮเปอร์ลิงค์ใน
FrontPage 98
บางครั้งเราไม่อยากให้มีขีดเส้นใต้
เพราะทำให้อ่านลำบาก
เราสามารถทำให้เส้นใต้ของไฮเปอร์ลิงค์หายไปได้ดังนี้
คลิก Edit/Hyperlink (Ctrl+k)
หรือในขณะทำไฮเปอร์ลิงค์
ให้คลิก Style
ที่อยู่ตอนล่างของหน้าต่าง
Create Hyperlink แล้วคลิก Tab ที่ชื่อ Text
จากนั้นให้ไปที่กรอบ Decoration เลือก None
แล้ว OK 2 ครั้ง
หรือถ้าต้องการให้มีผลกับทั้งหน้า
ให้ไปแทรก Tag ต่อไปนี้
ต่อจาก Tag
กำหนดแบบครบเครื่อง
...สาธิต
| 25. ความรู้เรื่อง CD-r และ CD-RW |
ของฝากสำหรับคุณเทพ
ไปเจอที่เขาเขียนกันในพันธุ์ทิพย์
เลยเอามาฝากครับ
ผมก็อยากทำอยู่เหมือนกัน อิจฉา
อ.นิกกี้ จัง
From : สาธิต [ 18 ก.พ. 2543 - 23:32:46 น. ]
การทำแผ่น CD Audio (Track)
ปัญหามีอยู่ว่า ผมใช้ เครื่อง CD- RW
ของ Yamaha เพื่อที่จะแปลง MP3 ไปเป็น Wave
แล้ว Write ให้เป็น Audio CD
แต่มีปัญหาตรงที่ว่า
ไม่สามารถเล่นกับ
เครื่องเสียงธรรมดาได้
แต่เล่นกับ CD-Rom 28X
ของ Notebook ได้ (ผม Write 4 X ครับผม)
จากคุณ : Nat ([email protected]) [16 ก.พ. 2543 - 21:26:24]
ความคิดเห็นที่ 1 อาจเป็นที่แผ่น
CDR
ก็ได้ครับบางแผ่นจะอ่านในวิทยุไม่ได้ไม่ต้องตกใจครับ
ลองเปลี่ยนแผ่นใหม่แล้ว
ลองดูนะครับ
จากคุณ : กกก - [16 ก.พ. 2543 22:03:09]
ความคิดเห็นที่ 2 ทำไม ไม่ลองใช้ MP3
CD Maker ดูล่ะ แปลง Mp3 เป็น แทรคเพลง
ได้เลย เสียงดีกว่าด้วย
อย่าลืมใส่ S/N
ด้วย ถ้าไม่ใส่เขียนได้ 4
เพลงเท่านั้น
จากคุณ : [email protected] - [16 ก.พ. 2543 23:08:14]
ความคิดเห็นที่ 3
ที่นี่ไม่มีปัญหา
ครับลองไปดูเองนะครับ http://go.to/freedoms
จากคุณ : go.. - [17 ก.พ. 2543 19:35:21]
(ต่อด้วยของอาจารย์นิกกี้เจ้าเก่าจากบ้านนายขวด
ที่มาของคำ burn CDs ในเรื่อง CD-R
และของแถม)
อิ อิ แม่นแหล๋ววว คร้าบบบ
ท่านเฮียสาธิต คำนี้ (burn CDs)
ตั้งขึ้นมา มีต้นตอจากที่ Laser Light Beam
ที่ใช้เผาลึกเข้าไปในแผ่น CD
นั่นเอง ดังนั้น จึงมีการทำ CD-R
(Recordable) และ CD-RW (Rewritable)
ที่มีคุณภาพแตกต่างกันอยู่หลายแบบ
แบบที่ Coat มาดีทนทาน ก็จะแพงกว่า
ซึ่งจะสังเกตได้จากสีของ
Chemical ที่ใช้ หรือจะเดาสุ่มแบบง่าย
ๆ (Rule of Thumb) ก็ได้ โดยดูที่ว่า CD-R หรือ
CD-RW นี่
สามารถใช้กับ Speed เร็วแค่ไหน ?
แผ่นที่สมารถ ใช้กับ 8x Speed
ย่อมจะต้อง
Coat ดีกว่าอันที่อัดได้แค่ 4x Speed
และราคาก็จะแพงกว่า
ตามขึ้นไปด้วย
อย่างไรก็ตามมีการทดสอบ
และประเมิน (Estimated) ไว้ว่า CD-R หรือ CD-RW
จะสามารถเก็บ Data ได้ 70 - 200 ปี ซึ่งนาน
มากกว่าสาวสวยอีก อิ อิ
โดยที่ผู้ใช้ เก็บรักษา ไว้ใน Case
อย่างดีไม่เอาไปร่อนเล่นกับแฟนซะก่อน
อิ อิ สีที่ใช้ Coat CD
ก็จะผิดกันด้วย
แบบ Higher Speed จะออกสีทอง
ส่วนแบบธรรมดาจะออกสีเขียว หรือ
ฟ้า (ดูจากด้านที่ใช้ Record นะครับ)
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ส่วนปัญหาของ คุณ Nat ข้างต้น .............
อาเฮีย
บอกให้เขามาอ่านคำตอบนี้ได้เลย
คือ : Home CD Player หรือ
Car CD Player แต่ละยี่ห้อ ออกแบบ
แตกต่างกันครับ เท่าที่ลองกันมา
มีเจ้า Pioneer (CD Player or DVD Player)
นี่ละที่เล่นแผ่น - Homemade - CD Audio & VCD Video
ได้ดีกว่ายี่ห้ออื่น เพราะ CD-RW
ที่ขายให้เรายังไม่ใช้
Laser แรงพอที่จะสามารถ Burn
แผ่นได้ลึกพอ และเจ้า CD-R จะ Burn
ได้ลึกกว่า CD-RW เพราะว่า CD-R
ใช้ได้ครั้งเดียว ส่วน CD-RW
ต้องทำให้อัดทับ ๆ
กันได้หลายครั้ง . . .
วิธีที่เพื่อนผมใช้ก็คือ
เอาแผ่น Homemade VCD
ติดมือเข้าไปในร้านด้วย
(อย่าลืมเขียนสลักบนแผ่น
ให้ดีนะครับ เดี๋ยวเขาจะหาว่าไป
ขโมยแผ่นเขา อิ อิ) แล้วก็ใช้แผ่น
นี้ลองดูว่า
เครื่องเล่นยี่ห้อไหนบ้างที่เล่น
VCD พิเศษอันนี้ได้ ลงเอยด้วย เจ้า
Pioneer ทุกทีเลย . . . ฉะนั้นถ้าคิดจะ Burn CDs
ไว้ใช้กับเครื่องอันอื่นด้วย
ผมแนะนำให้ใช้ CD-R อัดดีกว่า
และสมควรที่จะใช้ Speed
ต่ำลงมาหน่อย เพื่อที่จะได้ Data
ครบถ้วนแน่นอนกว่าใช้ Speed เร็ว
อย่างแบบถ้า
- - - - - อัด 2x Speed ก็จะได้เร็ว 300Kb/s
เต็มแผ่นก็ประมาณ 30 - 35 นาที
- - - - - ใช้ 4x Speed ก็จะได้ 600 Kb/s
จะใช้เวลาประมาณ 15 - 20 นาที
- - - - - ส่วน 6x 8x Speed
ก็จะเร็วขึ้นไปตามสัดส่วน
. . แต่ ถ้าหากให้ Software Perform testing
ก่อนที่จะอัด
ก็ต้องใช้เวลานานเพิ่มอีกเท่าตัว
ได้ผลดีอีตรงที่
ถ้ามีการผิดพลาดอะไรขึ้นมานิดหน่อย
ก็จะไม่ยอมอัดให้เสียแผ่นไปเปล่า
ๆ เรื่องนี้อยู่ที่ว่า ใช้ Software
ของอะไร ที่เป็นตัว Control การ
อัดแผ่น CD . . . บริษัทที่ครองตลาด CD-RW
Software อยู่ตอนนี้ก็คือ ''Adaptec Co.''
ซึ่งใช้ชื่อว่า ''Adaptec's Easy CD Creator และ Direct
CD'' ฉะนั้นถ้าจะซื้อ CD-RW
สมควรดูด้วยว่ามี Software
อะไรมาด้วย แบบเดียวกับซื้อ Computer
นะครับ เครื่อง CD-RW
วิเศษแค่ไหนก็ตามถ้าใช้ Software
ไม่ดีก็อัด
ไม่ได้เรื่อง ของผมได้เปรียบที่
เขามี รับประกันให้ 30 วัน
ถ้าไม่ชอบคืนได้
ผมลองอยู่หลายยี่ห้อ ลองใช้อยู่
10 - 15 วัน
ถ้าไม่ดี ก็เอาไปคืน วิธีดู -
เลือก
จะว่ากันใหม่คราวหน้านะครับ
------ Website ที่มีเรื่องราวแบบนี้
มีอยู่หลายแห่ง
แต่ตอนนี้นึกได้อยู่อันนึง คือ :
____ http://www.cd-info.com/ ________ ซึ่งจะมี Link
ไปหาอันอื่นด้วย (MP3 too)
============================================================
โอ้ยยย เล่นเอาเมื่อยเลยนะครับ
เนี้ยะ ท่านเฮียสาธิต (อิ อิ
ต้องปรับ ๆ)
ช่วยเก็บไว้ให้คนมาศึกษากันต่อด้วยนะครับ
เผื่อจะมีคนสนใจเรื่อง CD-RW ที่จะ
Popular มาก
แล้วก็จะได้บอกให้ใครที่อยากรู้มาอ่านที่บ้านท่านสาธิต
ได้นะครับ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อิ อิ
From : หนูน้อยร้อยเรืองประเทืองศรี [
18 ก.พ. 2543 - 23:32:46 น. ]
ตอบ อันที่จริง ถ้าฝ่าย เฮียสาธิต
ไม่ต้องเสียภาษี
นะครับ ผมส่ง CD-RW
มาให้ลองสักอันได้นะครับ ตอนนี้
รุ่นใหม่ ๆ ที่เร็วกว่า
แจ๋วกว่ากำลังออกตีตลาด
(อิ อิ แบบสาว ๆ เลย แจ๋วกว่า อิ อิ)
เขาเลย ต้องรุ Stock ของที่ 2x 4x Speed
กันยกใหญ่ ถ้าสนใจ
เอาไว้เราตกลงกัน
อีกทีใน Mail นะครับ หรือ
บอกเบอร์โทรศัพท์ไปให้ผม
จะได้ติดต่อกันเร็วดี หรือ
อาเฮียใส่ Media Ring เอาไว้ใช้พูด
ข้ามโลกกันก็ได้ครับ ฟรี !! อิ อิ
From : หนูน้อยร้อยเรืองประเทืองศรี [
18 ก.พ. 2543 - 23:39:28 น. ]
ตอบ โอ้ยยยยยย เจออีกแล้ว ...อิ อิ
อันนี้ มี Review รุ่นเก่าหน่อย แต่มี
Article - Tips & Tricks ที่น่าสนใจดี เป็นของ
PC Magazine ________ http://www.zdnet.com/pcmag/features/cd-rw/index.html __________
...อิ อิ
From : หนูเหนื่อยเรืองประเทืองศรี [ 18
ก.พ. 2543 - 23:53:28 น. ]
| 26. การหาความถี่แบบอันตรภาคชั้นด้วย Excel |
สมมุติในเซล A1:A180
มีข้อมูลเรียงตามลำดับจากจำนวน 1
ถึง 180
แล้วเราต้องการแบ่งเป็นอันตรภาคชั้นละ
20 จะได้ 9 ชั้น
นำไปเขียนในคอลัมน์ B จากเซล B1
ถึงเซล B9 เอาไว้อ้างอิง
(ใส่เครื่องหมาย '
นำหน้าเพื่อกันไม่ให้โปรแกรมคิดว่าเป็นวันที่
โดยเฉพาะในชั้น 1-20
หรือถ้าจะขยันสั่งเป็น Text
ทั้งคอลัมน์ก็ตามใจ) ดังนี้
'161-180
'141-160
'121-140
'101-120
'81-100
'61-80
'41-60
'21-40
'1-20
ถ้าเริ่มต้นใช้ฟังก์ชั่นการนับที่เซล
C1 โดยใช้ฟังก์ชั่น COUNTIF ทำดังนี้
ในอันตรภาคชั้น 161-180 ที่เซล C1
เขียนสูตร =COUNTIF($A$1:$A$180,>160)
ในอันตรภาคชั้น 141-160 ที่เซล C2
เขียนสูตร =COUNTIF($A$1:$A$180,>140)
ในอันตรภาคชั้น 121-140 ที่เซล C3
เขียนสูตร =COUNTIF($A$1:$A$180,>120)
ในอันตรภาคชั้น 101-120 ที่เซล C4
เขียนสูตร =COUNTIF($A$1:$A$180,>100)
ในอันตรภาคชั้น 81-100 ที่เซล C5
เขียนสูตร =COUNTIF($A$1:$A$180,>80)
ในอันตรภาคชั้น 61-80 ที่เซล C6
เขียนสูตร =COUNTIF($A$1:$A$180,>60)
ในอันตรภาคชั้น 41-60 ที่เซล C7
เขียนสูตร =COUNTIF($A$1:$A$180,>40)
ในอันตรภาคชั้น 21-40 ที่เซล C8
เขียนสูตร =COUNTIF($A$1:$A$180,>20)
ในอันตรภาคชั้น 1-20 ที่เซล C9
เขียนสูตร =COUNTIF($A$1:$A$180,>0)
ผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาในรูปความถี่สะสมcf
ถ้าต้องการออกมาเป็นความถี่ในแต่ละชั้นก็ใช้ลบกันธรรมดา
สมมุติไปทำในคอลัมน์ D
ในเซล D1 ใส่สูตรว่า =C1
ในเซล D2 ใส่สูตรว่า =C2-D1
ในเซล D3 ใส่สูตรว่า =C3-D2
ในเซล D4 ใส่สูตรว่า =C4-D3
ในเซล D5 ใส่สูตรว่า =C5-D4
ในเซล D6 ใส่สูตรว่า =C6-D5
ในเซล D7 ใส่สูตรว่า =C7-D6
ในเซล D8 ใส่สูตรว่า =C8-D7
ในเซล D9 ใส่สูตรว่า =C9-D8
ถึงตอนนี้ตัวเลขในคอลัมน์ D
จะเป็น 20 ทั้งหมด
เพราะเราใช้ข้อมูลที่เป็น series
แน่นอน
จาก 1 ถึง 180
ซึ่งเราจะทดสอบความถูกต้องโดยการแก้ข้อมูลในคอลัมน์
A แล้วไปดูความ
เปลี่ยนแปลงในคอลัมน์ D
นี่เป็นวิธีการประยุกต์ฟังก์ชั่น
COUNTIF มาใช้ให้ตรงความต้องการ
แต่ถ้าไม่ใช้แบบแบ่งอันตรภาคชั้นจะยิ่งง่ายกว่า
สมมุติคะแนนสูงสุดคือ 60
และคะแนนต่ำสุดคือ 25
จำนวนนักเรียน 200 คน
ก็อาจไม่จำเป็นต้องแบ่งเป็นอันตรภาค
สมมุติข้อมูลอยู่ในเซล A1 ถึง A200
ที่ B1 ใส่สูตร =MAX(A1:A200)
เพื่อหาค่าสูงสุดของคะแนน
สมมุติเป็น 60
ที่ B2 ใส่สูตร =MIN(A1:A200)
เพื่อหาค่าต่ำสุดของคะแนน
สมมุติเป็น 25
ในเซล C1 ใส่เลข 60 แล้วไปคลิกที่
Edit/Fill/Series/ใน Series in เลือก Columns/Step Value ใส่ -1
(ลบหนึ่ง)/Stop Value ใส่ 25) แล้วคลิก OK
(ใช้วิธีนี้เพราะขี้เกียจพิมพ์ตัวเลขเอง)
ตอนนี้จะได้ลำดับคะแนนจาก 60 ถึง 25
ในคอลัมน์ C
ที่คอลัมน์ D ในเซล D1 ใส่สูตร
=COUNTIF($A$1:$A$200,C1) ...(ที่ใส่ $
ในช่วงเซลอ้างอิงก็เพื่อสะดวก
ในการก๊อปปี้ ส่วนที่ C1
ไม่ต้องใส่
เพราะจะได้เปลี่ยนไปตาม Row)
แล้วก็ก๊อปปี้ไปใส่จนครบถึงคะแนนที่
25
ในคอลัมน์ D
ก็จะแสดงความถี่ของคะแนนทั้งหมด
...สาธิต
| 27. ให้ Excel เลือกรับค่ามากที่สุดที่ไม่เป็นลบจาก 2 ค่า |
การเขียนสูตรใน MS Excel 97
ให้เลือกรับค่ามากที่สุด
และไม่เป็นลบ
ให้เซล A1 และ A2 เป็นเซลรับข้อมูล
เซล B1
ใส่สูตรเลือกค่าที่มากที่สุดระหว่าง
A1กับ A2 และไม่เป็นค่าติดลบ
=MAX(C6,D6,C6<=0,D6<=0)
มีข้อเสียคือ ถ้าเป็นค่าลบทั้ง 2
ค่า จะให้ค่า 1
อีกวิธีหนึ่ง
=IF((C1<0)*AND(D1<0),"ไม่มีค่าบวก",MAX(C1,D1,))
วิธีนี้จะรับแต่ค่าบวก
ถ้าไม่มีค่าบวก จะแสดง
ไม่มีค่าบวก
| 28. หาความแตกต่างของเวลา เป็น ปี เดือน วัน |
มีคำถามของที่เกี่ยวกับการลบวัน
เดือน ปี
ทำให้ผมต้องย้อนรำลึกถึงความรู้ที่ได้จากหน้า
Tech Exchange ของพันธุ์ทิพย์
ต้องขอขอบคุณบรรดาท่านที่กรุณาให้วิทยาทานทุกท่าน
ประมวลความรู้เรื่องลบเวลาจากที่ได้มาทั้งหมด
ผมนำมาประยุกต์
โดยสังเกตการตั้งค่าเซล
Format/Cell/Date หรือ Time ของ Excel ประกอบไปด้วย
ผลการทดลองออกมาดังนี้
(ท่านผู้รู้วิจารณ์ด้วยนะครับ
ผมใช้วิธีลูกทุ่งธรรมดา ๆ ครับ)
ถ้า...
ในเซล A1 ใส่เวลา 24/2/2000
ซึ่งเราตั้งค่าให้แสดงเป็น 24
กุมภาพันธ์ 2543
ในเซล A2 ใส่เวลา 23/2/2002
ซึ่งเราตั้งค่าให้แสดงเป็น 23
กุมภาพันธ์ 2545
ในเซล A3 ใส่สูตร =IF(A1>A2,A1-A2,A2-A1)
ที่ใช้สูตรนี้เพราะเราต้องการเปรียบเทียบความแตกต่างของเวลาในเซล
A1 และ A2 ทำให้
เราจะใส่เวลาก่อน หลัง
ในแต่ละเซลได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเอาเวลาไหนใส่ในเซลไหน
ผลลัพธ์ที่ได้ในเซล A3
นี้จะเป็นอะไรไม่ต้องไปสนใจ
มันอาจแสดงเป็นวันที่
หรืออาจเป็นตัวเลข
แล้วแต่คุณจะไปตั้งค่าให้มัน
ที่เซล B3 ใส่สูตร
เพื่อให้แสดงผลลัพธ์ที่ต้องการ
(อย่าลืมเว้นวรรคที่ ปี เดือน วัน
ด้วยล่ะ)
=(YEAR(A3)-1900)&" ปี " &(MONTH(A3)-1)&" เดือน
" &DAY(A3) &" วัน"
ซึ่งจะแสดงผลดังนี้
1 ปี 11 เดือน 30 วัน
นั่นคึอ
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2543
ห่างจากวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2545
เป็นเวลา 1 ปี 11 เดือน 30 วัน
เราคงต้องเข้าใจธรรมชาติของการนับวันในเอ๊กเซลว่านับเป็นวันจริง
ๆ (730 วัน)
จะไม่ใช่การนับชนวัน ชนเดือน
ชนปี
เหมือนที่เรานับอายุของเราด้วยการนับนิ้ว
แล้วมันก็เอาจำนวนวัน
ในแต่ละปี มาหารให้เป็นปี
และเอาจำนวนวันในแต่ละเดือนมาหารให้เป็นเดือน
เหลือเศษก็ป็นวันไป
บางครั้งเราจะเห็นมันแสดงผลว่า 31
วัน
ผมว่าอย่าไปยุ่งกับมันเลยครับ
แค่นี้ก็เวียนหัวตึ้บแล้ว
หมายเหตุ ให้สังเกตตัวเลข 1900
ในสูตรของเซล B3
ซึ่งก็คือตัวปัญหา Y2K นั่นเอง
ของคุณ ๆ
ก็ลองดูนะครับว่าจะต้องลบด้วยอะไร
หรืออาจไม่ต้องลบก็ได้
เล่าประสบการณ์สู่กันฟังด้วยก็ดีครับ
ดัดแปลงเอามาเตือนตัวเองโดย
ในเซล A1 ใส่สูตร =NOW()
ในเซล A2 ใส่วันเดือนปีเกิดของเรา
แล้วก็หมั่นมาเปิดดูผลที่แสดงในเซล
B3
เอาไว้เตือนว่าเราอายุมากขึ้นทุกวัน
ๆ จะได้ไม่ประมาท
...สาธิต
| 29. การหาผลต่างของเดือน ปี (คำนวณอายุคร่าว ๆ) |
ผมอ่านเจอในพันธุ์ทิพย์แล้วก๊อปปี้ไว้
จำไม่ได้ว่าของใครตอบ
สมมุติมีข้อมูลวันที่ในเซล A1 และ
A2
ใช้สูตร ในเซล A3 ดังนี้
=MOD(YEAR(A1-A2),100)+INT(MONTH(A1-A2)/12) & ":" & MOD(MONTH(A1-A2),12)
เวลาเขียนใช้ ระบบ dd/mm/yy เช่นวันที่
12 เดือน กุมภาพันธ์ 1998 เขียนเป็น
12/2/1998
ผลลัพธ์ที่ได้เป็นปี และเดือน
แสดงเป็น yy:mm
เช่น 12/3/2000 (ในเซล A1) ลบด้วย 25/11/1943 (ในเซล
A2) จะได้ผลลัพธ์ในเซล A3 = 56:4 อ่านว่า 56
ปี 4 เดือน อายุใครก็ไม่รู้
| 30. รำคาญ PassWord ตอนเปิด Windows (LogIn) |
เรื่องนี้เกิดจากเมื่อติดตั้งวินโดวส์เสร็จใหม่
ๆ ครั้งแรกจะมีถามรอให้ใส่ PassWord
สำหรับ LogIn ถ้าคุณใส่ PassWord ในตอนนี้
คุณก็
จะตกเป็นทาสการใส่ PassWord
ทุกครั้งที่เปิดวินโดวส์
วิธีกำจัดมันง่ายมากครับ
หาไฟล์ชื่อ *.pwl อยู่ใน
c:\windowsให้ลบทิ้ง แล้ว Restart
เมื่อขณะจะเข้าวินโดวส์
เครื่องจะถาม PassWord เราไม่ต้องใส่
คลิกที่ OK อาจถามเพื่อ Confirm ให้คลิก
OK
คราวต่อไปก็จะไม่ถาม PassWord แล้วจ้ะ
| 31. การเปลี่ยนภาพหน้าจอตอนเข้า หรือออกจากวินโดวส์ |
ภาพ Startup
ที่หน้าจอเป็นไฟล์ C:\logo.sys และภาพ Shut
Down มีสองไฟล์ คือ C:\windows\logos.sys และ
C:\windows\logow.sys
ถ้าจะทำเองด้วย Adobe Photoshop
ให้ภาพมีขนาดกว้าง 320 pixel สูง 400 pixel
ทำเสร็จ Save ให้เป็น .bmp 256 สี
แล้วเปลี่ยนชื่อ
ให้เป็นตามบรรทัดแรก (อย่าลืม Copy
ไฟล์เดิมเก็บไว้ก่อน
ไม่ชอบมาพากลก็เอามาคืนได้
| 32. การส่งผ่านจากไฟล์หนึ่งให้ไปที่ไฟล์เป้าหมายภายในเวลาที่กำหนด |
Redirect Homepage
ตัวอย่าง Redirect ของไฟล์
index.html ใน http://www.geocities.com/technoku
ไปที่ http://www.geocities.com/RainForest/Wetlands/5486/techno00.html
เมื่อครบ 10 วินาที
content="10;
url=http://www.geocities.com/RainForest/Wetlands/5486/techno00.html">
ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ยินดีต้อนรับ echo $REMOTE_ADDR;
?>
กรุณารอสักครู่
หรือ
color="#0000FF">คลิกที่นี่
เพื่อเข้าสู่หน้าแรก
เหตุการณ์ที่เกิดคือ
เมื่อท่านไปที่ URL http://www.geocities.com/technoku/
ไฟล์ index.html ใน URL นี้ซึ่งมี HTML
ดังข้างบน ก็จะรออยู่ 10 วินาที
แล้วจึงส่งต่อไปที่
http://www.geocities.com/RainForest/Wetlands/5486/techno00.htm
| 33. การแยกชื่อ และนามสกุล ในเซลเดียวกันให้เป็น 2 เซล (คอลัมน์) ใน Excel |
สมมุติว่าคุณมีชื่อและนามสกุลในเซล
A1
และต้องการแยกชื่อออกจากนามสกุล
ในเซล B1 ให้ใช้สูตรว่า=LEFT(A1,FIND("
",A1)-1)
ในเซล C1 ให้ใช้สูตรว่า=RIGHT(A1,LEN(A1)-LEN(B1)-1)
อีกวิธีหนึ่ง
ใช้เมนูของ Excel เอง
Data/Text to Columns.../คลิกที่ Delimited/Next/คลิกที่
Space/Next/ ดูว่าผลตรงตาม
ต้องการหรือไม่/คลิก Finish
ถ้าชอบใจแล้ว
...สาธิต
| 34. วิธีทำเครือข่าย ใน WINDOWS 98 SE |
วิธีตั้งให้เครื่องคอมพิวเตอร์
2 เครื่องรู้จักกัน โดยใช้ WINDOWS 98 SE
(คุณมี LAN Card
และเชื่อมต่อสายระหว่างเครื่องเรียบร้อย)
1. ดับเบิ้ลคลิกไอค่อน Network ใน Control Panel
เลือก Tab Access Control
แล้วกำหนดระดับการแชร์ที่ต้องการ
2. เปิด Windows Explorer เลือก Drive หรือ Folder
ที่ต้องการแชร์แล้วคลิกขวาเลือก
Sharing.. จากเมนู เลือก Share as...
ตั้งชื่อที่ต้องการแล้วเลือก Access
Type กำหนดระดับการเข้าถึง
ให้กำหนดทั้งสองเครื่อง
3. ถ้าที่ Desktop มีไอค่อน Network Neighborhood
ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ไอค่อนนี้จะเห็นเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง
ถ้าไม่มีไอค่อนนี้ให้คลิก
Start/Find/Computer... ไม่ต้องป้อน Computer Name ก็ได้
จะมีหน้าต่างแสดงรายชื่อ Computer
ที่อยู่ใน Network หากต้องการให้ Folder
หรือ Drive ของอีกเครื่องหนึ่งเป็น
Drive หนึ่ง
ในเครื่องของเราให้คลิกขวาแล้วเลือก
Map NetWork Drive กำหนด Drive Letter ตามสะดวก
หากต้องการให้เล่นอินเทอร์เน็ตได้ทั้งสองเครื่องโดยใช้
Account เดียว เครื่องที่ติดตั้ง MODEM
ต้องลง
Internet Connection Sharing ด้วย
| 35. วิธีทำ Check Box, Combo Box เพื่อรับข้อมูลในตาราง Excel |
ดาวน์โหลดตัวอย่าง
ในการกรอกข้อมูลที่ออกแบบเป็นตารางสำหรับกรอกรายการในเอ๊กเซล
บางครั้งต้องการกำหนดข้อมูลที่จะกรอก
ให้อยู่ในขอบเขตที่ต้องการ
การใช้ Check Box ช่วยรับ
สำหรับข้อมูลประเภท Yes/No การทำ Combo Box
ช่วยรับ
สำหรับข้อมูลที่มีตัวเลือกหลายรายการ
จะเป็นทางออกที่ค่อนข้างสะดวก
ผมลองทำและสรุปออกมาเป็นวิธีทำ
ตามความเข้าใจของผมเอง
ซึ่งอาจไม่เหมือนกับที่เขียนไว้ที่ไหน
ดังนี้
เรียกเครื่องมือสำหรับทำออกมาใช้
ได้ดังนี้ View/Toolbars/Forms
ใน Toolbars ของ Forms
มีที่น่าสนใจในขั้นต้น คือ
Group Box สำหรับรวมกลุ่ม
Box ไว้ด้วยกัน
Button
สำหรับใช้กับ Macro ที่คุณสร้างขึ้น
Check Box สำหรับข้อมูลที่เป็นแบบ
2 ตัวเลือก Yes/No หรือ True/False
Option Button
เอาไว้คลิกเลือก
ซึ่งจะให้ค่าตามลำดับและจำนวน
Option Button ที่คุณใส่เข้าไป
เช่นมี 5 Option Buttons ที่ Link ไปที่เซล A1
เมื่อคลิกที่ Option Button อันแแรกในเซล A1
ก็จะได้ค่า 1
อันที่สองได้ค่า 2 ....
อันที่สามได้ค่า 3 จนถึง 5 ตามลำดับ
List Box และCombo Box
สองอันนี้ทำหน้าที่เหมือนกันคือ
เลือกจากรายการที่กำหนดไว้
ต่างกันตรงที่
ในกรณีที่เป็น List Box
คุณมองเห็นรายการที่จะเลือกทั้งหมด
ส่วน Combo Box ต้องคลิกที่ลูกศร
รายการเลือกจึงจะ Dropdown
ออกมาให้เลือก
ซึ่งเราสามารถกำหนดว่า
เมื่อคลิก
แล้ว
จะให้มองเห็นรายการข้อมูลกี่บรรทัด
ส่วนรายการที่เหลือเลื่อนดูด้วย
Scroll Bar
Scroll Bar และ Spinner เป็นการเลือกค่าตัวเลขที่กำหนดตัวเลขสูงสุดและต่ำสุดไว้
ด้วยการ Scroll (เลื่อนแบบต่อเนื่อง)
หรือ คลิกเลื่อนทีละขั้นด้วย Spinner
จะอธิบายหลักการของแต่ละประเภทเพียงคร่าว
ๆ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ
1. กลุ่มแรก Check Box, Option Button
เมื่อเลือกหรือคลิก
จะให้ค่าออกมาที่เซลเป้าหมาย
อาจเป็นตัวเลข หรือ True/False
2. กลุ่มที่สอง List Box และCombo Box
เรากำหนดรายการสำหรับเลือกเอาเอง
ข้อมูลที่เลือกจะปรากฏในเซลเป้าหมาย
3. กลุ่มที่สาม Scroll Bar และ Spinner
เลือกจากค่าที่กำหนด
ค่าที่เลือกจะแสดงในเซลเป้าหมาย
วิธีทำในกลุ่มแรก
Check Box
คลิก Check Box ใน Forms Toolbar แล้วมาลากให้ได้ขนาดตามต้องการด้วยเมาส์ ถ้าจะแก้ไขข้อความกำกับ Check Box
คลิกขวาที่ตัว Check Box เลือก Format Control/Edit Text
กำหนดค่าอื่น ๆ ด้วยการคลิกขวาที่ตัว Check Box เลือก Format Control/Control Tab/เลือกคลิกที่ Checked ของ Value
เลือก 3D Shading ถ้าต้องการ
ใส่ชื่อเซลเป้าหมาย ในช่อง Cell Link ลองคลิกดูจะเห็นค่าที่ได้ในเซลเป้าหมายเป็น True/False เราก็นำค่านี้ไปใช้ใน Function ต่าง ๆ
Option Button
วิธีทำคล้าย Check Box ต่างกันตรงที่ ถ้าคุณไม่ใส่ Group Box ครอบไว้ เมื่อคุณกำหนด Cell Link ให้กับ Option Button
อันใดอันหนึ่ง ก็เท่ากับกำหนด Cell Link เดียวกันนั้นให้กับ Option Button ที่เหลือนั้นด้วย Group Box จึงเป็นประโยชน์ตอนนี้
เช่นถ้าให้ Check Box สามอันแรกสำหรับเซล A1 พอเราทำชุดแรกเสร็จก็ลาก Group Box มาครอบไว้
แล้วจึงทำ Check Box สามอันต่อไปสำหรับเซล A2 แล้วก็ลากก็ลาก Group Box มาครอบไว้อีก ก่อนที่จะทำชุดต่อ ๆ ไป เป็นต้น
วิธีทำในกลุ่มที่สอง
List Box และCombo Box มีวิธีทำคล้ายกัน ตัวเลือกบรรทัดแรกให้ค่า 1 บรรทัดที่ 2 ให้ค่า 2 ... ตามลำดับ
คลิก List Box หรือ Combo Box แล้วมาลากให้ได้ขนาดตามต้องการด้วยเมาส์ คุณควรจะมีชุดของตัวเลือกอยู่ในชุดเซลใด ๆ
ไว้แล้ว สมมุติมีตัวเลือก 3 ตัว คือ
บ้าน ในเซล A1
รถยนต์ ในเซล A2
แหวนเพชร ในเซล A3
(เราควรซ่อนคอลัมน์ที่มีเซลเหล่านี้ไว้ เพื่อคนกรอกข้อมูลจะได้ไม่รู้สึกเกะกะ และสับสน)
ต้องการให้ค่าที่เลือกไปแสดงที่เซล B1คลิกขวาที่ List Box หรือ Combo Box เลือก Format Control/Control Tab/ในช่อง Input Range ใส่ A1:A3
ในช่อง Cell Link ใส่ B1
เมื่อเสร็จแล้ว ลองคลิกเลือกบ้าน จะได้ค่า 1 ในเซลเป้าหมาย (B1) คลิกรถยนต์ได้ค่า 2
และคลิกแหวนเพชร ได้ค่า 3 ตามลำดับ
หมายเหตุ ใน Combo Box สามารถกำหนดจำนวนบรรทัดที่แสดงเมื่อแรกคลิกที่ลูกศรได้ (ที่เหลือดูได้ด้วย Scroll Bar)
วิธีทำกลุ่มที่สาม
Scroll Bar และ Spinner การลากเพื่อสร้างเหมือนกับ 2 วิธีแรก
ข้อแตกต่างคือ Scroll Bar มี Scroll Button ให้เลื่อนขึ้น/ลง เพื่อเพิ่ม/ลด ค่าข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
ส่วน Spinner คลิกที่ลูกศรขึ้น/ลง เพื่อเพิ่ม/ลด ข้อมูลทีละขั้น
มีค่าต่าง ๆ ที่ต้องตั้ง ดังนี้
คลิกขวาที่ Scroll Bar หรือ Spinner เลือก Format Control/Control Tab/ตั้งค่าต่าง ๆ ตามต้องการ
ที่จะสนใจแก้ไขคือค่าสูงสุด (Maximum) และค่าต่ำสุด (Minimum) ของข้อมูล
ค่า Incremental Change คือค่าที่เปลี่ยนเมื่อคลิกที่ลูกศรของ Scroll Bar เพื่อเลื่อน Scroll Button ไปหนึ่งตำแหน่ง
หรือค่าที่เปลี่ยนเมื่อคลิกที่ลูกศรหนึ่งครั้ง ใน Spinner
ส่วนค่า Page Change คือค่าที่เปลี่ยนไปเมื่อคลิกเลื่อนไปหนึ่งหน้า (คลิกที่ว่างใน Scroll Bar)
ผมว่าน่าจะพอทำได้นะครับค่อย
ๆ อ่านไปทำไปไม่ยากหรอกครับ
หัวข้อนี้ค่อนข้างยาว
ผิดพลาดขออภัยด้วยครับ
และจะขอบพระคุณมากถ้าแจ้งที่ผิดพลาดให้ทราบด้วย
หัวข้อนี้
ตามคำขอของอาจารย์บุญฤทธิ์ครับ
...สาธิต 2 พ.ค.2543 ปรับแก้ 8 พ.ค.43
| หน้า 2 |