สายสัญญาน

 

 

 

 

                        ตัวกลางหรือสายเชื่อมโยง   เป็นส่วนที่ทำให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ  เข้าด้วยกัน      มีดังต่อไปนี้

 

1. สายคู่บิดเกลียว  (Twisted  Pair)

                สายคู่บิดเกลียว   (twisted pair)  แต่ละคู่สายทองแดงจะถูกพันกันตามมาตรฐานเพื่อลดการรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากคู่สายข้างเคียงภายในเคเบิลเดียวกันหรือจากภายนอก   เนื่องจากสายคู่บิดเกลียวนี้ยอมให้สัญญาณไฟฟ้าความถี่สูงผ่านได้ถึง  10 Hz   หรือ 10 Hz   เช่น    สายคู่บิดเกลียว 1  คู่   จะสามารถส่งสัญญาณเสียงได้ถึง   12  ช่องทาง   สำหรับอัตราการส่งข้อมูลผ่านสายคู่บิดเกลียวจะขึ้นอยู่กับความหนาของสายด้วยกล่าวคือ    สายทองแดงที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างจะสามารถส่งสัญญาณไฟฟ้ากำลังแรงได้      ทำให้สามารถส่งข้อมูลด้วยอัตราส่วนสูง  โดยทั่วไปแล้วสำหรับการส่งข้อมูลแบบดิจทัล  สัญญาณที่ส่งเป็นลักษณะคลื่นสี่เหลี่ยม สายคู่บิดเกลียวสามารถใช้ส่งข้อมูลได้หลายเมกะบิตต่อวินาที ในระยะทางได้ไกลหลายกิโลเมตร    เนื่องจากสายคู่บิดเกลียว มีราคาไม่แพงมาก ใช้ส่งข้อมูลได้ดี แล้วน้ำหนักเบาง่ายต่อการติดตั้ง  จึงถูกใช้งานอย่างกว้างขวางตัวอย่างคือ    สายโทรศัพท์ สายแบบนี้มี   2   ชนิด    คือ

 

        -   สายคู่บิดเกลียวชนิดหุ้มฉนวน    (Shielded Twisted Pair : STP)     เป็นสายคู่บิดเกลียวที่หุ้มด้วยฉนวนชั้นนอกที่หนาอีกชั้นดังรูป      เพื่อป้องกันการรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

 

      -   สายคู่บิดเกลียวชนิดไม่หุ้มฉนวน    (Unshielded Twisted Pair  : UTP)   เป็นสายคู่บิดเกลียวที่หุ้มด้วยฉนวนชั้นนอกที่บางอีกชั้นดังรูป mำให้สะดวกในการโค้งงอแต่สามารถป้องกันการรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้น้อยกว่าชนิดแรก

 

สายคู่บิดเกลียวชนิดหุ้มฉนวน

 

 

 

สายโคแอกเชียล

2.   สายโคแอกเชียล

               สายโคแอกเชียลเป็นตัวกลางเชื่อมโยงที่มีลักษณะเช่นเดียวกับสายทีวีที่มีการใช้งานกันมาก    ไม่ว่าในระบบเครือข่ายเฉพาะที่ ในการส่งข้อมูลระยะไกลระหว่างชุมสายโทรศัพท์หรือการส่งข้อมูลสัญญาณวีดิทัศน์ สายโคแอกเชียลที่ใช้ทั่วไปมี   2   ชนิด   คือ   50   โอห์ม   ซึ่งใช้ส่งข้อมูลแบบดิจิทัล และชนิด   75  โอห์ม  ซึ่งใช้ส่งข้อมูลสัญญาณแอนะล็อก   สายโคแอกเชียลจะมีฉนวนหุ้มป้องกันการรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และสัญญาณรบกวนอื่น ๆ   ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สายแบบนี้มีช่วงความถี่ที่สัญญาณไฟฟ้าสามารถผ่านได้กว้างถึง     500   Mhz    จึงสามารถส่งข้อมูลด้วยอัตราส่งสูง

 

สายคู่บิดเกลียวชนิดไม่หุ้มฉนวน

 

3.   เส้นใยนำแสง  (Fiber  Optic)

            เส้นใยนำแสง   (fiber optic)   เป็นการใช้แสงเคลื่อนที่ไปในท่อแก้ว    ซึ่งสามารถส่งข้อมูลด้วยอัตราความหนาแน่นของสัญญาณข้อมูลสูงมาก   ปัจจุบันถ้าใช้เส้นใยนำแสงกับระบบอีเธอร์เน็ตจะใช้ได้ด้วยความเร็ว  10  เมกะบิต     ถ้าใช้กับ   FDDI   จะใช้ได้ด้วยความเร็วสูงถึง  100  เมกะบิต    เส้นใยนำแสงมีลักษณะพิเศษที่ใช้สำหรับเชื่อมโยงแบบจุดไปจุด      ดังนั้น จึงเหมาะที่จะใช้กับการเชื่อมโยงระหว่างอาคารกับอาคาร    ระยะความยาวของเส้นใยนำแสงแต่ละเส้นใช้ความยาวได้ถึง    2    กิโลเมตร     เส้นใยนำแสงจึงถูกนำไปใช้เป็นสายแกนหลักเส้นใยนำแสงนี้จะมีบทบาทมากขึ้น    เพราะมีแนวโน้มที่จะให้ความเร็วที่สูงมาก

 

ลักษณะของเส้นใยนำแสง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

farm_back.gif

farm_home_1.gif

farm_next.gif

Hosted by www.Geocities.ws

1