1.www (word wide web)
WWW ย่อมาจาก Wold Wide Web คือเครือข่ายที่เชื่อมต่อกันทั่วโลกเรามักเรียกย่อๆ กันว่า เว็บ คือรูปแบบหนึ่งของระบบการเชื่อมโยงเครือข่ายข่าวสาร ใช้ในการค้นหาข้อมูลข่าวสารบน Internet จากแหล่งข้อมูลหนึ่ง ไปยังแหล่ง ข้อมูลที่อยู่ห่างไกล ให้มีความง่ายต่อการใช้งานมากที่สุด WWW จะแสดงผลอยู่ในรูปแบบของเอกสารที่เรียกว่า ไฮเปอร์เท็กซ์ (Hyper Text) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่รวบรวมข่าวสารข้อมูลที่อยู่กระจัดกระจายในที่ต่าง ๆ ทั่วโลกให้สามารถนำมาใช้งานได้เสมือนอยู่ในที่เดียวกัน โดยใช้เว็บเบราเซอร์ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยในการดู หรืออ่านข้อมูลเหล่านั้น เว็บเบราวเซอร์ที่นิยมใช้ เช่น IE Microsoft Internet Explorer , Browser Firefox, Google Chrome เป็นต้น
2.Web Site
คือสื่อนำเสนอข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือคือการรวบรวม หน้าเว็บเพจหลายหน้า ซึ่งเชื่อมโยงกันผ่านทางไฮเปอร์ลิงก์ ซึ่งต้องเปิดด้วยโปรแกรมเฉพาะทางที่เรียกว่า Web Browser โดยถูกจัดเก็บไว้ในเวิลด์ไวด์เว็บ และเว็บไซต์นั้นถูกสร้างขึ้นด้วยภาษาทางคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า HTML (Hyper Text Markup Language) และได้มีการพัฒนาและนำภาษาอื่นๆเข้ามาร่วมด้วย เพื่อให้มีความสามารถมากขึ้น เช่น PHP , SQL , Java ฯลฯ
3.Web browser
คือ โปรแกรมที่ใช้ในการเข้าถึงข้อมูลและติดต่อสื่อสารในรูปแบบ Webpage (เว็บเพจ) โดยโปรแกรมจะแปลงภาษาคอมพิวเตอร์ HTML ให้เป็นภาษาที่คนทั่วไปสามารถอ่านและเข้าใจได้บนหน้าเว็บการใช้งาน Web Browser ในการเข้าชมเว็บไซต์นั้น ผู้ใช้งานจะต้องกรอก Domain Name (โดเมนเนม) ลงไปเวลาต้องการเข้าไปยังเว็บไซต์ต่างๆ โดย Domain Name จะนำมาใช้แทน IP Address (ไอพีแอดเดรส) หรือที่อยู่ของเว็บไซต์ที่เป็นตัวเลขซึ่งจดจำได้ยาก
4.Web Hosting (เว็บโฮสติ้ง)
คือ รูปแบบการให้บริการสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างหนึ่ง ซึ่งผู้ใช้งานนั้นมีความต้องที่จะฝากเว็บไซต์ของตนเองไว้กับผู้ให้บริการเซิฟเวอร์ (HSP: Hosting Service Provider) เพื่อให้เว็บไซต์ของตนเองนั้น ออนไลน์อยู่่บนโลกอินเทอร์เน็ตตลอด 24 ชม.
5.URL
คำว่า "URL" ย่อมาจากคำว่า "Uniform Resource Locator" หมายถึงตัวระบุที่อยู่ (Address) ของข้อมูลต่าง ๆ ภายในอินเทอร์เน็ตที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงไฟล์ (File) หรือหน้าเว็บไซต์ (Webpage) ต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง (คล้ายกับ "เลขที่บ้าน" ที่ทำให้พนักงานส่งของหาบ้านเราเจอเวลาสั่งซื้อของออนไลน์) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเรามักคุ้นเคยกับ URL ของเว็บไซต์มากกว่า จึงทำให้บางคนนิยมเรียก URL ว่า "Web Address"
6.FTP (File Transfer Protocol)
FTP ย่อมาจาก File Transfer Protocol (โปรโตคอลการโอนย้ายไฟล์) เรามาลงรายละเอียดกัน โดยพื้นฐานแล้ว “โปรโตคอล” หรืออินเทอร์เน็ตโปรโตคอล คือชุดของขั้นตอนหรือกฎที่อนุญาตให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถสื่อสารกันได้ FTP เป็นชุดของกฎที่อุปกรณ์บนเครือข่าย TCP/IP (อินเทอร์เน็ต) ใช้เพื่อโอนย้ายไฟล์ เมื่อคุณใช้อินเทอร์เน็ต คุณกำลังใช้โปรโตคอลที่แตกต่างกัน คุณจะใช้ HTTP สำหรับการเรียกดู และใช้ XMPP สำหรับการส่งและรับข้อความโต้ตอบแบบทันที FTP ก็คือโปรโตคอลที่ใช้ในการย้ายไฟล์
7.DNS (Domain Name System)
ระบบชื่อโดเมน (ระบบชื่อโดเมน (Domain Name System : DNS) เป็นระบบการตั้งชื่อแบบลำดับชั้นที่ใช้กับทุกเอกลักษณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายส่วนตัว เช่น อุปกรณ์หรือบริการ
เทคโนโลยีทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ใช้และเว็บเบราว์เซอร์ ซึ่งโดยปกติแล้วจะทำงานร่วมกับแม่แบบชื่อโดเมนที่น่าจดจำ: DNS) เป็นระบบการตั้งชื่อแบบลำดับชั้นที่ใช้กับทุกเอกลักษณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายส่วนตัว เช่น อุปกรณ์หรือบริการ
เทคโนโลยีทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ใช้และเว็บเบราว์เซอร์ ซึ่งโดยปกติแล้วจะทำงานร่วมกับแม่แบบชื่อโดเมนที่น่าจดจำ
8.Homepage
คือคำที่ใช้เรียกหน้าแรกของเว็บไซต์ โดยเป็นทางเข้าหลักของเว็บไซต์ เมื่อเปิดเว็บไซต์นั้นขึ้นมา โฮมเพจ ก็จะเปรียบเสมือนกับเป็นสารบัญและคำนำที่เจ้าของเว็บไซต์นั้นได้สร้างขึ้น เพื่อใช้ประชาสัมพันธ์องค์กรของตน นอกจากนี้ ภายในโฮมเพจก็อาจมีเอกสารหรือข้อความที่เชื่อมโยงต่อไปยังเว็บเพจอื่น ๆอีกด้วย
9.Hyperlink
คือคำหรือวลีต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในเอกสารข้อความ ใช้สำหรับเปิดเอกสารอื่นที่เชื่อมโยงด้วยวิธีการคลิกลงบนคำหรือวลีนั้น โดยเฉพาะกับเว็บเพจซึ่งจะทำงานบนเว็บเบราว์เซอร์ ข้อความที่เป็นลิงก์มักจะปรากฏเป็นสีหรือรูปแบบที่โดดเด่นกว่าข้อความรอบข้าง ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตสามารถคลิกบนลิงก์เพื่อเปลี่ยนหน้าไปยังเว็บเพจที่กำหนดไว้ แทนที่จะพิมพ์ในแถบที่อยู่ของเว็บเบราว์เซอร์โดยตรง
10.Anchor
Anchor Text หรือ Anchor Link คือ ข้อความที่สามารถทำเป็นลิงก์เชื่อมโยงไปยังหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการทั้งภายในเว็บไซต์หรือภายนอกเว็บไซต์ โดยส่วนใหญ่มักจะทำไว้บนข้อความที่เป็น Keyword เพราะจะช่วยทำให้ Google เข้าใจหน้าเว็บไซต์ที่ทำการลิงก์ไปหานั้นว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร และมีความสัมพันธ์กับหน้าที่กำลังเก็บข้อมูลอย่างไร
สำหรับหน้าตาของ Anchor Text ที่เราคุ้นเคยกันก็จะเป็นข้อความตัวสีฟ้าที่มีการขีดเส้นใต้ เมื่อทำการคลิกก็จะพาไปยังหน้าเว็บไซต์อื่น ยกตัวอย่างเช่น ยกตัวอย่างประโยคที่เขียนเกี่ยวกับ Backlink และทำการใส่ Anchor Text ลงไปในคำว่า Backlink เพื่อพาผู้อ่านไปอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคำคีย์เวิร์ดนี้