การเพาะเมล็ด
              การขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดนั้นนั้น ถือว่าเป็นการขยายพันธุ์ที่ง่ายและประหยัดที่สุด เพราะไม่ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์มาก ก่อนที่เราจะเพาะเมล็ดนั้น เราจะต้องรู้ก่อนว่าเมล็ดพืชที่จะเพาะมีลักษณะแบบไหน เช่น มีการฟักตัวหรือไม่ เปลือกหนาหรือเลือกบางแค่ไหน ควรเพาะตอนที่สดอยู่หรือจะต้องตากให้แห้งก่อน ในการเพาะเมล็ดนั้นเราจะต้องเข้าใจว่า เมล็ดพืชแต่ละชนิดจะมีอายุการงอกที่แตกต่างกันออกไป บางชนิดสามารถที่จะงอกได้ภายใน 2-3 วัน แต่บางชนิดกว่าจะงอกได้ต้องใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปีก็มี โดยเฉพาะเมล็ดของพืชที่มีการฟักตัวหรือเมล็ดที่มีเปลือกหนาและเป็นมันจนความชื้นไม่สามารถที่จะซึมผ่านเข้าไปได้ ดังนั้นการเพาะเมล็ดพวกนี้จะต้องอาศัยเทคนิคเข้าช่วยโดยอาจใช้การฝน การถู การเจาะรูหรือการนำไปลวกในน้ำร้อน เพื่อทำลายการฟังตัวและให้ความชื้นซึมผ่านเข้าไปได้ เมล็ดจะได้งอกเร็วขึ้นวัสดุที่ใช้ในการเพาะชำนั้นจะต้องมีความร่วนซุยและอุ้มน้ำได้ดี โดยส่วนมากจะใช้ถ่านแกลบ ทรายน้ำจืดและดินร่วน ในกรณีที่ใช้ถ่านแกลบควรจะใช้น้ำล้างหรือแช่น้ำ เพื่อล้างความเป็นด่างออกเสียก่อน โดยอาจผสมทรายกับถ่านแกลบหรือใช้ทั้ง 3 อย่างก็ได้ โดยใช้อัตราส่วน ทราย1 ส่วน ถ่านแกลบ 1 ส่วนและดินร่วน 1 ส่วน นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วใส่ในภาชนะซึ่งอาจเป็นกระบะไม้ทรงตื้น สูงประมาณ 4-5 นิ้ว (กระบะที่ใช้จะต้องมีรูเพื่อให้น้ำระบายออกได้ด้วย) หรือจะใช้ตะกร้าพลาสติกทรงตื้นพิมพ์รองก้นตะกร้าก่อนจะใส่วัสดุเพาะชำลงไป เพื่อกันไม่ให้น้ำระบายออกเร็วเกินไป ในการใส่วัสดุเพาะเมล็ดนี้ จะต้องใส่ให้ต่ำกว่าขอบภาชนะประมาณ 1 นิ้ว การเพาะเมล็ดอาจให้วิธีการโรยก็ได้ถ้าเป็นเมล็ดที่มีขนาดเล็ก แต่ถ้าเป็นเมล็ดที่มีขนาดใหญ่ เช่น เมล็ดปาล์ม หรือหมาก อาจขุดร่องเพาะเป็นแถวหรือขุดหลุมเพาะก็ได้ เมื่อใส่เมล็ดลงไปแล้ว ควรใช้วัสดุเพาะกลบเมล็ดให้หนาประมาณ 1 ซ.ม.คลุมทับด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์อีกที เพื่อกันไม่ให้เมล็ดถูน้ำพัดพาไปแล้วจึงรดน้ำรอจนเมล็ดงอกจึงเปิดกระดาษออกนำไปตั้งไว้ในที่ร่มอย่าให้ถูกแสงแดดจัด พอเจริญเติบโตจนมีใบจริงแล้วจึงย้ายออกไปชำเพื่อเตรียมปลูกต่อไป

1.โรยเมล็ดลงบนวัสดุชำ ให้เมล็ดห่างกันพอสมควร

 

2. กลบด้วยวัสดุเพาะชำให้หนาประมาณ 1 นิ้ว

 

3. รดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอรอจนเมล็ดงอกดีแล้วจึงย้ายไปปลูก