การจัดสวน
           
 
การจัดสวนแบบ Veggie Garden
         
                                         

           การจัดสวนของบ้านปัจจุบัน อาจจะดูธรรมดาเกินไปในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ เพราะการจัดสวนวันนี้ ต้องทั้งสวยงาม ได้ประโยชน์ใช้สอย และพอเพียงอีกด้วย Veggie Garden สวนสวยแนวใหม่สไตล์ประยุกต์ ที่นำไอเดียเก๋ๆจากการนำเอาพืชผักสวนครัวที่คุ้นตา มาจัดแต่งเป็นไม้ประดับในสวนของบ้าน จึงทำให้สวนแนวใหม่นี้ไม่เพียงเก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร แต่ยังได้ประโยชน์จากผลผลิตที่ทานได้อีกด้วย

    Veggie Garden

เริ่มต้นจัดสวนแนวใหม่ Veggie Garden ง่ายๆ ดังนี้

1. มองภาพรวมของพื้นที่สวนเดิม แล้วกำหนดมุมเด่นหรือจุดที่ต้องการจะ Hi-Light

2. สร้างเรื่องราวของสวน โดยกำหนดประธานของเรื่อง เช่นซุ้มนั่งเล่น หรือชิงช้า หรือชุดนั่งเล่นในสวนเป็นหลัก

   
   

3.  จัดจังหวะในการวางต้นไม้ ทั้งเรื่องของสีใบ ผล ดอก ขนาดของพุ่มต้น เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดสวน เพียงเปลี่ยนต้นไม้ปกติเป็นพืชผักสวนครัว ดูเหมือนง่ายแต่มีรายละเอียดที่ไม่ควรมองข้ามเช่น อายุของพืชประเภทนั้นๆ เพราะส่วนใหญ่พืชผักสวนครัวมีอายุการใช้งานหรือให้ผลผลิตประมาณ 2-3 เดือน และต้องศึกษาปริมาณน้ำ แสงแดด ที่ต้องการประกอบด้วย

4.  เลือกอุปกรณ์การตกแต่ง หรือ Props ต่างๆ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศของสวนให้น่ารักยิ่งขึ้น เช่น รถเข็นไม้ ภาชนะในการปลูก ใส่ไอเดียในการตกแต่ง เช่น รถเข็นสลัดผัก (ใช้ผักสลัดใบสวยปลูกในรถเข็น ) รถเข็นต้มยำ (ปลูกต้นสาระแหน่ ตะไคร้ โหระพา) หรือรางขอนไม้กระถาง ใส่ต้นผักกาดปูเล่ สลับทั้งสีขาวและม่วงก็ดูสวยงามได้ไม่เหมือนใคร

5. เมื่อกำหนดประธานของสวน เช่น ซุ้มที่นั่ง หรือศาลาในสวนแล้ว ก็สามารถใช้พืชผักประเภทเลื้อย เช่น มะเขือเทศพวง มาเลื้อยซุ้มให้ได้จังหวะสวยงาม เมื่อออกผลจะเป็นเรือนซุ้มที่นั่งที่มีเถาพวงมะเขือเทศสีส้มแดงสุกปลั่งสดใส ตัดกับซุ้มที่นั่งสีขาว น่ารักชวนมองไปอีกแบบ และยังสามารถเด็ดทานได้อีกด้วย

6. ถึงเวลาลงต้นพืชผักสวนครัว ก็สามารถเลือกปลูกได้ตามขนาด สีใบ สีของผล ตามแต่ละตำแหน่งที่จัดเตรียมไว้ พร้อมภาชนะหรือวัสดุแปลกตาดุมีดีไซน์อื่นๆ คราวนี้สวน Veggie นอกจากสวยแล้ว ยังเสริมสร้างกิจกรรมให้กับครอบครัวยามว่าง ด้วยการเก็บเกี่ยวผลิตผลทานได้เรื่อยๆอย่างปลอดภัยไร้กังวลเรื่องสารตกค้าง

 
   
 

Veggie Recommended

1. การเลือกใช้ผักสวนครัวสำหรับซุ้มนั่งเล่น หรือศาลาในสวน ปกติเราจะเห็นผักสวนครัวสวยๆมีขายเฉพาะในห้างสรรพสินค้า หรือตามโรงแรมและร้านอาหารใหญ่ๆ เท่านั้น อย่างเช่น มะเขือเทศ Cherryแดงพันธุ์เลื้อย ซึ่งเป็นมะเขือเทศชนิดทานผลสด ส่วนมากจะปลูกและเก็บผลส่งตามเมื่อมี Order แต่เราก็สามารถนำมาปลูกได้ดังภาพ หรือจะเลือกมะเขือเทศ Cherryเหลืองพันธุ์เลื้อย พริกประดับ พริกแดงบิ๊กฮอท พริกหนุ่มเขียวพันธุ์ใหญ่ มาใช้แทนก็ได้

2. เนื่องจากพืชผักสวนครัวมีอายุไม่ยืนเท่าไม้ประดับ จึงเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียที่ต้องคำนึงถึง ข้อดีคือ เราสามารถเลือกพืชผักสวนครัวชนิดใหม่ๆมาปลูกแทนได้หลังจาก 2-3 เดือนที่ต้นเก่าเริ่มโรยและไม่งามแล้ว ทำให้เพิ่มความหลากหลายของสวน Veggie ได้ตลอดเวลาตามความต้องการ ส่วนข้อเสียคือ ต้องหมั่นในการดูแลสวนเพราะอายุที่สั้นของพืชผักสวนครัวดังกล่าว เมื่อปล่อยจนเลยเวลางามแล้วก็จะร่วงโรยตามสภาพ

3. เรื่องทิศ และแสงแดด ก็ไม่ควรมองข้าม สำหรับสวน Veggie ปริมาณแสงแดดต้องไม่ร่มเกินไป และแสงต้องไม่จัดจนเกินไป สวน Veggie เหมาะกับแสงแดดเพียงครึ่งวัน ถ้าแดดเต็มวันตัวเนื้อผักจะแข็ง และแห้งไม่ค่อยอวบน้ำ และสดกรอบเท่าที่ควร โดยเฉพาะพืชสวนครัวประเภทผักจะชอบน้ำมาก แต่ต้องไม่แฉะและไม่ขัง

4. การดูแลรักษาสวน Veggie นี้หมดปัญหาเรื่องการตัดแต่ง เพราะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจากการเด็ดใบหรือผลไปปรุงอาหาร เพียงแต่ต้องเด็ดหรือเก็บผลให้กระจายสม่ำเสมอเท่านั้น

5.  เรื่องของปุ๋ยบำรุง แนะนำให้ใช้ปุ๋ยคอกเป็นหลัก หลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมี เพราะสวน Veggie นี้เราปลูกทานเอง หากพบหนอนหรือแมลงก็จับทิ้งไป ข้อดีของสวน Veggie ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องโรคแมลงมาจากการปลูกหลายชนิดจึงไม่เกิดปัญหาเรื่องศัตรูพืชเข้าทำลายทีเดียวทั้งแปลง เรื่องแมลงศัตรูพืชจึงไม่รุนแรง

Veggie Garden นี้ เกิดขึ้นจากการพัฒนาแนวคิดในการจัดสวน ระหว่าง บริษัท เจียไต๋เมล็ดพันธุ์ จำกัด และแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซึ่งได้เริ่มทดลองใช้สวนแนวคิดนี้จริง ที่โครงการ นันทวัน พระรามเก้า -อ่นนุช และ โครงการมัณฑนา บางนา กม.13