ไม่รู้เพื่อนๆ Dogilike จะเป็นเหมือนมะเหมี่ยวรึเปล่านะคะ เวลาได้เจอน้องหมาปั๊กทีไรรู้สึกว่าเจ้าหมาพันธุ์นี้ช่างมีหน้าตาที่น่าแกล้งอะไรแบบนี้ อาจะเป็นเพราะรูปร่างกลมๆ ตันๆ บวกกับหน้าตาตลกๆ ทำให้หลายคนถึงกับเอ่ยปากว่าปั๊กเป็นน้องหมาที่ทั้งน่ารักและน่าแกล้งในเวลาเดียวกัน … และรูปร่างที่สมบูรณ์ทำให้หลายๆ คนคิดว่าปั๊กเลี้ยงง่าย ให้กินอะไรก็กินได้ ไม่ต้องดูแลอะไรมาก แต่มะเหมี่ยวขอบอกเลยนะคะว่านั่นไม่ใช่ความเชื่อที่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกค่ะ

   
จริงอยู่ที่ปั๊กเป็นสุนัขที่เลี้ยงง่าย และไม่ค่อยดื้อเท่าไหร่ แต่ว่าถ้าหากเราไม่รู้จักวิธีเลี้ยงที่ถูกต้องแล้ว ปั๊กก็อาจจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพได้ง่ายๆ เหมือนกัน วันนี้มะเหมี่ยวก็เลยมีเทคนิคดีๆ ในการดูแลสุขภาพน้องหมาปั๊กอย่างถูกต้องมาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ

1. ควบคุมน้ำหนักของปั๊กอยู่เสมอ … เป็นความเชื่อที่ผิดนะคะ ถ้าคิดว่าปั๊กจะต้องตัวอ้วนจึงจะดูน่ารักน่าเอ็นดู เพราะจริงๆ แล้วปั๊กเป็นสุนัขที่แข็งแรงและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ วิธีการสังเกตง่าย ๆ คือ ให้เราสังเกตลำตัวเขาจากด้านบน หากปั๊กของเรามีรูปร่างไม่ต่างกับแบตเตอรี่รถยนต์แล้วล่ะก็ (หมายถึงตัวตันเท่ากันตั้งแต่หัวถึงหางน่ะค่ะ -*-) คงต้องเริ่มควบคุมน้ำหนักให้ลดลง 1-2 ปอนด์ ได้แล้วนะคะ

    น้องหมาปั๊กที่สุขภาพดีจะต้องมีลักษณะ คอสั้นผายออกตรงไหล่ และค่อยๆ แคบลงจากหัวไหล่ไล่ไปตามลำตัว ลักษณะเช่นนี้จึงจะถือว่าปั๊กของเราไมอ้วนจนเกินขนาด … ถ้าหากเราคิดจะควบคุมน้ำหนักเจ้าปั๊กแล้วอาหารถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก พยายามอย่าให้อาหารที่เรารับประทานกับปั๊ก ควรให้อาหารเม็ดมากกว่าที่จะให้อาหารเปียก และควรปรึกษาสัตวแพทย์อย่างสม่ำเสมอว่า ปั๊กของเราในเวลานั้นๆ ควรได้รับปริมาณอาหารในแต่ละมื้อเท่าใด

   2. ปั๊กจำเป็นต้องออกกำลังกาย … โดยปกติปั๊กจะใช้เวลาในการนอนเฉลี่ยวันละ 14 ชั่วโมง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เขาควรจะนอนแบบนั้นทั้งวัน เพราะว่าปั๊กจำเป็นต้องได้ออกกำลังกายทุกวันเพื่อเป็นการควบคุมน้ำหนักและช่วยบริหารระบบการทำงานของหัวใจและปอดอีกด้วย แต่สำหรับการออกกำลังกายของปั๊ก เราไม่ควรให้เขาวิ่งมากจนเกินไป ควรใช้วิธีการเดินเล่นธรรมดาและต้องคอยสังเกตดูการหายใจและการเดินของเขา อย่าให้เขาออกกำลังกายเกินขีดจำกัด เมื่อเขาเริ่มเดินช้าลง หายใจแรงขึ้น นั่นคือสิ่งที่บ่งบอกว่าเขากำลังเกิดอาการฮีทซึ่งเราควรจะให้เขาพักได้แล้ว และถ้าหากเราพอมีเวลาก็ควรพาเขาไปเดินออกกำลังกายเพียง 5 นาทีต่อวัน เท่านั้นก็เพียงพอแล้วล่ะค่ะ

    3. อย่าสูบบุหรี่ใกล้ปั๊ก … ปั๊กเป็นน้องหมาหน้าสั้นดังนั้นจะมีปัญหาเรื่องระบบการหายใจมากอยู่แล้ว ดังนั้นถึงไม่ควรมากๆ ถ้าหากจะมาสูบบุหรี่ใกล้ๆ ปั๊ก 

4. ต้องจำกัดขอบเขต/กั้นคอก … ทั้งนี้ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง เช่น ถ้าหากปล่อยปั๊กอิสระโดยปราศจากการกั้นอาณาเขตแล้วล่ะก็ เขาอาจไปถูกรถชน ถูกทำร้ายโดยสุนัขที่ใหญ่กว่าหรือแม้กระทั่งการพบเจอกับคนแปลกหน้าก็ได้ หรือที่ร้ายแรงกว่านั้นน้องหมาของเราอาจจะโดนขโมยไป (ปั๊กมักมีอุปนิสัยตื่นเต้นกับการพบเจอคนแปลกหน้า ทำให้อาจถูกหลอกได้ง่าย)

    5. ฝึกให้ชินกับสายจูงเมื่อออกนอกบ้าน … ไม่ว่าจะเป็นการพาไปเดินเล่น หรืออุ้มออกไปข้างนอก เราก็ควรจะใส่สายจูงให้เขาแล้วม้วนมันไว้รอบๆ มือ จำไว้นะคะว่าการอุ้มน้องหมาไว้ ไม่ได้หมายความว่าน้องหมาจะหนีออกจากอ้อมกอดของเราได้ ดังนั้นกันไว้ดีกว่าแก้ค่ะ

6. อย่าปล่อยให้ปั๊กมีอุณหภูมิร่างกายสูง … โดยธรรมชาติแล้ว ปั๊กเป็นน้องหมาไม่ทนต่ออากาศร้อน เราจะต้องคอยเช็คอุณหภูมิร่างกายของปั๊กไม่ให้มีอุณหภูมิสูง เพราะความร้อนอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ ไต และกระบังลมของเจาได้ จำไว้นะคะว่าความร้อนเกิน 80 องศาฟาเรนไฮต์ จะส่งผลต่อสุขภาพของเจ้าปั๊กในระยะยาว ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากค่ะ

     7. ดูแลเรื่องความสะอาด กลิ่นตัว ผิวหนัง … ผู้เลี้ยงจะต้องหมั่นใช้ผ้าชุบน้ำหรือสำลีชุบน้ำเช็ดร่องแก้มของปั๊กทุกวัน เพราะบริเวณข้างแก้มจะมีคราบน้ำตาซึ่งจะเป็นที่มาของกลิ่นตัวของปั๊กได้ นอกจากนี้ยังต้องระวังเรื่องโรคผิวหนัง อาจเป็นขี้เรื้อนได้ง่าย ซึ่งสาเหตุอาจจะไม่ได้มาจากความสกปรก แต่จะมาจากเชื้อโรคชนิดหนึ่ง ให้ผู้เลี้ยงหมั่นสังเกตอาการว่า ปั๊กของเรามีอาการเป็นผื่นแดงตามผิวหนังและมีอาการขนร่วงด้วยหรือไม่ ถ้ามีแสดงว่ากำลังมีปัญหาด้านผิวหนังแล้วล่ะ

8. พาปั๊กไปเปิดหูเปิดตาบ้าง … ปั๊กมักจะชอบนั่งรถไปเที่ยว ดังนั้น เวลาเรามีทริปไปต่างจังหวัดถ้าเป็นสถานที่ที่เราสามารถพาน้องหมาไปด้วยได้ ก็ควรจะพาเขาไปด้วย วิธีการนี้จะช่วยสร้างภาพจำที่ดีเวลาที่เราจะพาน้องหมาไปหาหมอ เขาจะได้รู้สึกว่าการนั่งรถไม่น่ากลัว ><

    9. เอาใจใส่ทุกวันอย่างสม่ำเสมอ … ไม่ว่าจะยุ่งมากแค่ไหน แต่ในหนึ่งวันเราควรแบ่งเวลามาเล่นกับเขาบ้าง พูดคุยกับเขา(อย่าคิดว่าเขาฟังเราไม่รู้เรื่องนะคะ เขารู้เรื่องนะเพียงแต่พูดจาโต้ตอบกับเราไม่ได้แค่นั้นเอง) อ่อ และที่สำคัญอย่าลืมให้อาหารให้ตรงเวลาด้วยนะคะ